ลานเสวนาประสาชาวยุทธ

 

ประกาศิตจอมมาร ๓ ซุ่มเล่ห์ซ่อนอุบาย  

 

24 พฤษภาคม 2549 23:25:08 น.

.. โดย..

หลิวหย่งซื่อ  (นักรบ)



ย้ายมาจากบอร์ดนิยาย ตามลิงค์นี้เลยขอรับ

ตอนที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3044
ตอนที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3131

หลิวหย่งซื่อ (นักรบ)

###

 

ประกาศิตจอมมาร ๓ ซุ่มเล่ห์ซ่อนอุบาย

ผู้เก่งกาจบางครั้งอาจพลั้งพลาด ผู้ถือตนว่าฉลาดบางคราอาจโง่งม

###

ยามเมื่อพื้นดินพื้นทรายดูกระทบย่อมเกิดฝุ่นควันคละคลุ้ง ครานี้ฝุ่นควันตลบหนาจนแทบมิอาจมองเห็นรถเทียมม้าเบื้องหน้า

อาชาฝีเท้าดีสองตัวแข่งขันเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าสู่ประตูเมือง ผู้คุมบังเหียนเป็นบุรุษผู้หนึ่ง... เป็นมารจิ้งจอกขาว

บัดนี้รถเทียมม้าหยุดอยู่หน้าประตูเมืองแล้ว

หลี่อวิ๋นซิน หลี่จิ้ง และเฉินเสี่ยวอิง แกะรอยรถเทียมม้าจนใกล้บริเวณหน้าประตูเมืองแล้วจึงซุ่มดู คนทั้งสามพบไป่หูลี่ทิ้งทั้งรถทั้งม้า เดินเข้าเมืองไปเพียงผู้เดียว

มารผู้นี้หรือมีกิจใดในเมือง?...

ศิษย์สำนักมังกรเทพทั้งสามยังคงติดตามเฝ้าดูมารจิ้งจอกขาวต่อไป ทว่าพฤติกรรมของไป่หูลี่ยิ่งมากลับยิ่งประหลาด ผิดแผกเกินกว่ามารทั้งหลายพึงกระทำ มิเพียงก้าวเข้าตัวเมือง ยังเดินปะปนกับมนุษย์กลางตลาด หากไป่หูลี่กลับมิได้คิดซื้อหาสิ่งใด เพียงเดินเข้าหาฝูงชน เพียงเดินปะปนกับฝูงชน

จนเมื่อไป่หูลี่พบพูดคุยกับดรุณเยาว์วัยผู้หนึ่ง... ดรุณเยาว์วัยกำลังประคองรถเข็นคันหนึ่ง ในรถเข็นบรรทุกเต็มไปด้วยผักและธัญพืช

เมื่อดรุณผู้นั้นผงกศีรษะเล็กน้อย ไป่หูลี่จึงหยิบทองคำออกจากถุงแพร ส่งให้จำนวนหนึ่ง

มิทราบเป็นจำนวนเท่าใด หากแต่เพียงพอให้ดรุณผู้นั้นเบิกตาโพลง โค้งคำนับอีกหลายครั้งครา จนแทบก้มลงกราบกราน

ต่อเมื่อมารจิ้งจอกขาวเดินจากไป ดรุณผู้นั้นจึงเข็นรถขนผักปรี่ออกมา

หลี่อวิ๋นซิน และเฉินเสี่ยวอิง มาตรว่ามิได้ขัดขวางเส้นทางมัน หากแต่รถขนผักกลับพุ่งตรงมาทางพวกนาง!

หลี่อวิ๋นซินกระโดดหลบไปทางหนึ่ง เฉินเสี่ยวอิงมัวนตัวหลบไปอีกทางหนึ่ง

เฉินเสี่ยวอิงเมื่อลุกยืนขึ้นได้ก็คิดใคร่ติดตามจับดรุณเยาว์วัย ทว่าหลี่อวิ๋นซินกลับยับยั้งนางไว้ นางเหลือบแลไปบนหลังคาร้านค้าแห่งหนึ่ง

เงาของไป่หูลี่วูบไหวอยู่บนหลังคา แล้วจึงกระโดดหายไปทางด้านหลัง

หลี่อวิ๋นซินกระโดดขึ้นไปบนหลังคา ติดตามเงาร่างสายนั้นไปอย่างกระชั้นชิด นางปล่อยให้เฉินเสี่ยวอิง และหลี่จิ้ง ตกอยู่ท่ามกลางการมุงดูของฝูงชน

###

ตะวันลับฟ้า จันทราตระหง่าน

หลี่อวิ๋นซินติดตามไป่หูลี่ไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นี้เป็นตึกสองชั้นกว้างขวาง กินพื้นที่หลายห้อง สถานที่แห่งนี้มิเพียงประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง กระทั่งผืนผ้ายังเป็นสีแดง

ประตูด้านหน้าเปิดกว้าง พรั่งพร้อมด้วยสตรีงดงาม แต่งกายงดงาม พวกนางทำหน้าที่คอยต้อนรับผู้คนที่ผ่านเข้าออก

ประการสำคัญ สถานที่นี้เป็นสถานที่ต้องหามสำหรับสตรี ดังนั้นจึงมีเพียงบุรุษที่สามารถผ่านเข้าออก...

ไป่หูลี่หยุดฝีเท้าลงที่หน้าประตูแล้ว แย้มยิ้มเล็กน้อยก็เดินผ่านเข้าสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสง่างาม

มาตรว่าหลี่อวิ๋นซินใคร่ติดตามต่อ พาลมิอาจกระทำได้

ชั่วครู่ หลี่จิ้ง และเฉินเสี่ยวอิงจึงตามมาพบนางยืนพิงต้นไม้ห่างจากประตูหน้าไปสามสี่วา หลี่จิ้งเห็นนางจ้องเขม็งไปที่ประตู พลันส่งเสียงถาม

"น้องเรามาหยุดอยู่ที่นี้ หรือมันอยู่ด้านใน?"

หลี่อวิ๋นซินจับจ้องมองที่ประตูไม่วางตา กล่าวตอบว่า

"มันอยู่"

เฉินเสี่ยวอิงมองดูสถานที่แห่งนั้นแล้วจึงกล่าว

"หอคณิกาเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับสตรี เรามิอาจล่วงเข้าไปได้"

หลี่จิ้งพลันส่งเสียงกล่าวหนักแน่น

"เราสามารถ!"

บุรุษเช่นหลี่จิ้งก้าวเท้าเข้าหอคณิกา มีหรือไร้สตรีใดต้อนรับ?

สตรีวัยกลางคน รูปร่างอ้วนอวบ แต่งกายงดงามด้วยอาภรณ์สีฉูดฉาด เดินแกว่งผ้าเช็ดหน้ารี่เข้ามาหาหลี่จิ้ง

... มาตรว่าวัยของนางล่วงเลยวันเวลาแรกแย้มมาเนิ่นนานแล้ว ทว่านางกลับยังคงเค้าความงดงามของเมื่อกาลก่อน เพียงต้องพอกแป้งบนใบหน้านางให้หนากว่าเดิมอีกเล็กน้อย รัดเอวให้คอดลงอีกหลายนิ้ว

นางเดินแย้มยิ้มเข้ามา พลางส่งเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล

"คุณชายท่านมิทราบพอใจสตรีนางใด? ข้าพเจ้าล้วนสามารถจัดหาให้ท่านได้"

"ข้าพเจ้ามิต้องการสตรี"

สตรีกลางคนยกผ้าเช็ดหน้าปิดปากหัวร่อคิกคัก กล่าวถามต่อ

"ท่านมิต้องการสตรี... ไฉนมาในสถานที่นี้?"

"ข้าพเจ้าเพียงต้องการตามหาบุคคลผู้หนึ่ง"

"บุคคลใด?"

"มารจิ้งจอกขาว!"

สตรีกลางคนสบัดผ้าเช็ดหน้าในมือกระทบไหล่หลี่จิ้ง ส่งเสียงหัวร่อขบขันอีก พลางกล่าว

"หากสถานที่นี้มีมาร ข้าพเจ้าเห็นต้องหลีกหนีไปอาศัยสำนักมังกรเทพเสียนานแล้ว"

ไป่หูลี่ยืนกอดอกมองหลี่จิ้งอยู่หลังเสาไม้ต้นใหญ่บนระเบียง ถึงกับแย้มยิ้มขบขันอยู่เพียงผู้เดียว คล้ายคนเสียสติ สตรีงามข้างกายจึงต้องส่งเสียงถามเสียงนุ่มนวลยิ่ง

"นายท่านมิทราบขบขันสิ่งใด?"

"เราขบขันทารกผู้หนึ่ง"

สตรีนางนั้นชะโงกมองลงไปเบื้องล่าง นางมองแล้วแย้มยิ้มหยาดเยิ้มกล่าว

"ข้าพเจ้ามิเห็นทารกใด เพียงเห็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง"

ไป่หูลี่หันมองนางแล้วกล่าว

"บุรุษรูปงาม?"

"ข้าพเจ้าเพียงเห็นบุรุษรูปงามที่เบื้องล่าง หากบุรุษตรงหน้าข้าพเจ้า นอกจากรูปงามยิ่งกว่ามันแล้ว ยังคล้ายรู้ใจสตรียิ่งกว่ามันมากมายนัก"

ไป่หูลี่หัวร่อพอใจ มือพลางโอบไหล่นาง ส่งเสียงกล่าว

"ท่านกล่าวมิผิด... ยามนี้เรายังทราบ ท่านต้องการสิ่งใด"

ไป่หูลี่หัวร่อแล้วหัวร่ออีก พลางเดินโอบกอดนางเข้าห้องไป

หลีจิ้งมิรีรอให้สตรีกลางคนซักไซร้อีก เขาพลันกระโดดตัวลอยข้ามศีรษะนาง ขึ้นไปยืนอยู่ที่ขอบระเบียง

หลี่จิ้งพังประตูห้องสองสามห้องเข้าไปค้นหามารจิ้งจอกขาว ทว่ากลับมิอาจค้นพบมารสักตัว กลับพบเพียงบุรุษสตรีวิ่งหนีออกจากห้องจนโกลาหล

กระทั่งเขาพังประตูห้องสุดท้ายเข้าไป พลันพบสตรีอยู่ในห้องนางหนึ่ง นางถึงกับเป็นสตรีที่ไป่หูลี่โอบกอดอยู่เมื่อครู่!

นางมิได้แตกตื่นเมื่อพบเห็นหลี่จิ้ง หากกลับเพ่งมองเขาแน่วนิ่ง

"หลี่จิ้ง?"

"คือข้าพเจ้า"

"ท่านกำลังค้นหามารจิ้งจอกขาว?"

"ถูกต้อง"

"ถ้าเช่นนั้น ท่านยิ่งสมควรออกไปจากสถานที่นี้"

"เพราะเหตุใด?"

"หรือท่านมิทราบ มันอยู่ในห้องนี้?"

หลี่จิ้งกลอกตามองทั่วห้อง พลางกล่าวถาม

"มันอยู่ที่ใด?"

สตรีในห้องส่งเสียงเครือ

"เบื้องหลังข้าพเจ้า!"

"เบื้องหลังท่าน?"

"หรือท่านยังมิเข้าใจ หากท่านมิจากไป มันจะสังหารข้าพเจ้า!"

หลี่จิ้งขมวดคิ้วแนบแน่น จ้องมองนางอีกเนิ่นนาน เขาถอนหายใจยาว พลางผงกศีรษะกล่าว

"ข้าพเจ้าเข้าใจแล้ว"

หลี่จิ้งค่อยถอยก้าวออกจากห้องช้าๆ เขาหันก้าวลงจากบันไดเชื่องช้า แล้วก้าวออกจากประตูใหญ่เชื่องช้า

สตรีนางนั้นจ้องมองหลี่จิ้งออกก้าวออกจากห้องแล้วแย้มยิ้มพอใจ พลางกล่าวเสียงอ่อนหวาน

"ท่านเห็นหรือไม่? ข้าพเจ้าสามารถทำให้มันออกไปจนได้"

ไป่หูลี่ก้าวออกมาจากด้านหลังนาง ส่งเสียงตอบ

"เราเห็นแล้ว เห็นว่าท่านมิเพียงงดงามอย่างยิ่งเท่านั้น ยังเชี่ยวชาญการแสดงตบตาผู้คนอีกด้วย"

ไป่หูลี่กล่าวแล้วกลั้นหัวร่อ ทว่ายังต้องยินยอมให้เสียงหัวร่อเล็ดลอดออกมาเพียงแผ่วเบา

หลี่อวิ๋นซินและเฉินเสี่ยอิงรออยู่ด้านนอก พวกนางเมื่อเห็นหลี่จิ้งเดินออกจากประตูใหญ่พลันรีบรุดไปหา

หลี่อวิ๋นซินเห็นท่าทีพี่ชายนางแล้วจึงกล่าวถาม

"ท่านพี่ พบไป่หูลี่แล้วหรือไม่?"

หลี่จิ้งสั่นศีรษะ เฉินเสี่ยวอิงกล่าวถามต่อ

"มันมิได้อยู่ด้านใน?"

"มันอยู่ หากมันกลับใช้สตรีเป็นเครื่องกำบัง ข่มขู่ข้าพเจ้าให้ออกมา"

หลี่อวิ๋นซินครุ่นคิดแล้วกล่าวต่อ

"ถ้าเป็นเช่นนั้น คืนนี้เห็นจำเป็นต้องคอยเฝ้าการเคลื่อนไหวของผู้คนที่เข้าออกสถานที่แห่งนี้แล้ว"

มาตรว่าจันทราลับขอบฟ้าทางทิศประจิมไปเนินนานแล้ว ศิษย์สำนักมังกรเทพยังคงเฝ้าสังเกตผู้คนหน้าหอคณิกา

เกี้ยวน้อยหลังหนึ่ง ถูกคนหามผ่านไปหยุดที่หน้าหอคณิกาแล้ว สาวใช้ผู้มากับเกี้ยวเข้าไปรับสตรีนางหนึ่ง เป็นสตรีลึกลับนางหนึ่ง...

สตรีลึกลับนางนี้กลับสวมใส่ผ้าคลุมหน้า คล้ายกระทำการน่าสงสัย

สตรีลึกลับที่น่าสงสัยก้าวขึ้นเกี้ยวแล้ว เกี้ยวจึงเคลื่อนออกไป หลี่จิ้ง หลี่อวิ๋นซิน และเฉินเสี่ยวอิงแลเห็นเกี้ยว แลเห็นสตรีผู้น่าสงสัยแล้ว

หลี่จิ้งพลันติดตามเกี้ยวน้อยหลังนั้นไป เพียงให้ดรุณีน้อยอีกสองนางคอยดูพฤติการณ์ภายใน

เกี้ยวน้อยหลังที่สองถูกคนหามผ่านไปหยุดที่หน้าหอคณิกา สาวใช้ผู้มากับเกี้ยวก้าวเข้าไปรับสตรีลึกลับน่าสงสัยอีกนางหนึ่ง สองดรุณีประสานสายตากัน ผงกศีรษะ แล้วจึงติดตามเกี้ยวน้อยหลังนั้นไป

เกี้ยวหลังที่สองเคลื่อนห่างออกไปไกลอย่างยิ่งแล้ว ผู้ติดตามยังคงติดตาม หากที่หอคณิกากลับมีบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาอย่างสง่างาม บุรุษผู้นี้สวมใส่อาภรณ์สีขาวงดงาม

เป็นมารจิ้งจอกขาว...

ไป่หูลี่มองตามทาที่เกี้ยวเคลื่อนผ่านไปแล้วแย้มยิ้ม... แย้มยิ้มแล้วหัวร่อพลางกล่าว

"ยามนี้เป็นเวลาสมควรกลับป่าเมฆาแล้ว"

เกี้ยวหลังแรกยังคงเคลื่อนต่อไป เคลื่อนไปตามเส้นทางที่คุ้นตา ตึกแถวที่คุ้นตา

เกี้ยวอีกหลังคล้ายเคลื่อนตามเกี้ยวหลังแรก ผ่านเส้นทางที่คุ้นตา ตึกแถวที่คุ้นตาอย่างยิ่ง

เกี้ยวทั้งสองหลังกลับหยุดที่หอคณิกาอีกคราหนึ่ง...

หลี่อวิ๋นซินล่วงรู้แล้ว นางล่วงรู้ว่ามิได้ติดตามเป้าหมายที่ต้องการ นางล่วงรู้ว่าบุคคลในเกี้ยวมิใช่บุคคลที่นางสมควรติดตาม นางล่วงรู้ว่าบุคคลที่นางสมควรติดตามหนีรอดไปได้แล้ว

มิเพียงนางที่ล่วงรู้ หลี่จิ้งและเฉินเสี่ยวอิงก็ล่วงรู้เช่นกัน

ไป่หูลี่มิเพียงหนีรอด ยังทิ้งซากแห่งกิเลสตัณหาของมันไว้ที่นอกกำแพงเมือง...

###

อรุณไขแสง รุ่งสางมาเยือน เมื่อรุ่งสางมาเยือนแล้ว ตลาดจึงกลับแออัดด้วยผู้คนอีกครั้งหนึ่ง

หลี่อวิ๋นซิน หลี่จิ้ง และเฉินเสี่ยวอิงเดินเปะปะไปกับผู้คนในตลาด ใคร่คิดออกนอกเมืองไปใช้เส้นทางเข้าสู่หุบเขามาร...

มิคาด... ภายนอกเมืองยังสับสนอลหม่านกว่าในเมือง กลับยังแออัดยิ่งกว่าในตลาด

ชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง กำลังมุงดูบางสิ่ง มิทราบเป็นสิ่งใด ทราบเพียงสิ่งนั้นส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้งยิ่ง

หลี่อวิ๋นซิน หลี่จิ้ง และเฉินเสี่ยวอิงตามไปในกลุ่มคนมุง กลับพบร่างสองร่าง เป็นร่างสตรีสองร่าง นอนราบเคียงกัน ร่างทั้งสองไร้ซึ่งลมหายใจ... ไร้ซึ่งชีวิต!

เมื่อเห็นร่างทั้งสองแล้ว หลี่อวิ๋นซินจึงจดจำออกว่า เป็นร่างที่อยู่เคียงข้างไป่หูลี่เมื่อสองวันก่อน... มิทราบ พวกนางไฉนกลับกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ

หลี่จิ้งก้มลงตรวจสภาพศพ ตรวจสอบรอบคอบอย่างยิ่ง ทว่ากลับมิพบร่องรอยถูกทำร้าย มิพบรอยบาดแผล มิพบแม้รอยคล้ำคั่งของโลหิต ก่อนตายพวกนางกลับมิได้บาดเจ็บแต่ประการใด

ผลเป็นดังนี้ เหตุเกิดเช่นไร?

หลี่อวิ๋นซินเห็นหลี่จิ้งพิศดูสภาพศพอยู่นาน จึงถามขึ้นว่า

"เป็นเช่นไร?"

หลี่จิ้งตอบว่า

"มิเป็นเช่นไร มิพบบาดแผลแต่ประการใด"

หลี่อวิ๋นซินกล่าวว่า

"ข้าพเจ้ามิเข้าใจ เหตุใดนางงามข้างกายมันจึงกลับกลายเป็นเช่นนี้?"

เฉินเสี่ยวอิงกล่าวเสริมขึ้น

"ประการนี้ไป่หูลี่สมควรทราบ"

หลี่จิ้งกล่าวถาม

"ทราบอย่างไร?"

เฉินเสี่ยวอิงตอบว่า

"มิทราบ ศิษย์พี่รู้จักมารจิ้งจอกขาวมากน้อยเพียงใด?"

"เราทราบเพียงมันเป็นมารชั้นสูง เขี้ยวเล็บมันแหลมคมยิ่ง"

หลี่อวิ๋นซินกล่าวเสริม

"ข้าพเจ้าทราบว่ามันเป็นมารเสเพล ชมชอบสตรี"

เฉินเสี่ยวอิงกล่าวว่า

"มิผิด... มันเป็นมารชั้นสูง เขี้ยวเล็บแหลมคม และชมชอบหญิงสาว ทว่าอีกประการหนึ่งที่น่าสะพรึ่งกลัวยิ่งกว่าคืออาหารของมัน"

หลี่จิ้งส่งเสียงถาม

"มันมิได้รับประทานเนื้อมนุษย์?"

"มันมิรับประทาน"

"มันรับประทานสิ่งใด?"

"ฟังว่ามันยามสมสู่หญิงสาวคือยามรับประทาน"

เฉินเสี่ยวอิงมองหลี่จิ้ง แล้วมองไปยังหลี่อวิ๋นซิน กล่าวต่อ

"ยามนั้นมันจะเข้าขบเคี้ยววิญญาณในร่างสตรีนั้น เป็นเหตุให้นางถึงแก่ความตายโดยไร้ซึ่งบาดแผล ไม่มีแม้ร่องรอยถูกทำร้าย"

หลี่อวิ๋นซินฟังแล้วจึงกล่าว

"ถ้าเช่นนั้น สตรีทั้งสองนางนี้ สมควรตายเนื่องเพราะไป่หูลี่?"

เฉินเสี่ยวอิงกล่าวตอบ

"สมควรยิ่งแล้ว"

###

 

ทักทาย

คุณบัณฑิตเมามาย >> ขอบคุณขอรับ เรื่องนี้วางโครงเรื่องไว้จนจบแล้ว คาดว่าน่าจะเขียนจบได้ขอรับ ^^

คุณกาแฟเย็น >> อา... ท่าทางว่าเราจะตั้งชื่อจำยากไปหน่อย ขออภัย... ขออภัย ^^




ขอเชิญเข้ามาพูดคุยร่วมแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับกระทู้นี้ได้เลยนะคะ...


ความเห็นที่ 1 ...โดย   กาแฟเย็น

มาตามอ่านต่อค่ะ

มารจิ้งจอกขาวเจ้าเล่ห์น่าดู...



01 มิ.ย. 49 22:24:05 น.  58.64.110.233

ความเห็นที่ 2 ...โดย   บัณทิตเมามาย
ดีใจจังครับที่ได้ยินว่าจะแต่งจนจบ เพราะว่าแต่งได้น่าติดตามมากๆครับ

20 มิ.ย. 49 12:57:09 น.  202.140.144.25

ส่งความเห็นของคุณ
จาก :
email :
   
Forecolor
Link
Image
Emotions
HR
Cut
Copy
Paste
Bold
Italic
Underline
Image
Image
Image
Justify Left
Center
Justify Right
Ordered List
Unordered List
Decrease Indent
Increase Indent


 
New Page 3

WebBoard Designed By http://www.jj-book.com

For Admin Only