ลานเสวนาประสาชาวยุทธ

 

ประกาศิตจอมมาร ๕ รอคอยอันทรมาน  

 

25 สิงหาคม 2549 21:52:41 น.

.. โดย..

หลิวหย่งซื่อ  (นักรบ)



กลับมาแล้วขอรับ...
ขอบคุณ และ ขออภัยผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านที่อุตส่าห์รอคอยอย่างอดทน ^^

ทบทวนตอนเก่าก่อนนะขอรับ

ตอนที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3044
ตอนที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3131
ตอนที่ ๓ http://www.jj-book.com/BLboard/view.php?qs_qno=166
ตอนที่ ๔ http://www.jj-book.com/BLboard/view.php?qs_qno=170

หลิวหย่งซื่อ (นักรบ)

###

 

ประกาศิตจอมมาร ๕ รอคอยอันทรมาน

บาดแผลเมื่อบังเกิดแก่ผู้ใดย่อมก่อเกิดความเจ็บปวด ทุกข์ร้อนแก่ผู้นั้น หากแต่บาดแผลเพียงภายนอกยังสามารถบำบัดรักษาได้ด้วยสมุนไพร่มากหลาย ทว่าบาดแผลนั้นเมื่อบังเกิดในจิตใจลึกล้ำยากรักษา มาตรว่ายาเทวดาก็มิอาจสมานบาดแผลในจิตใจได้

###

ยามอรุณย่างกราย แสงตะวันทอประกายเรืองรองทั่วพื้นพิภพ วิหคเริ่มโผบิน ส่งเสียงกังวาลสดใสราวบรรเลงบทเพลงแห่งสรวงสวรรค์

วิหคเกาะบนกิ่งไม้ ต้นไม้อยู่ในสวนอันรื่นรมย์ สวนอันรื่นรมย์อยู่ด้านหลังตึกใหญ่ ตึกใหญ่อยู่ในอาณาบริเวณของสำนักมังกรเทพ...

ด้านข้างของตึกใหญ่มีทางระเบียง สาวใช้นางหนึ่งก้าวเดินช้าๆ มาตามระเบียง ในมือนางประคองถาดยาถาดหนึ่ง นางประคับประคองถ้วยยาในถาดด้วยความระมัดระวังยิ่ง

เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องด้านใน นางจึงผลักประตูออกแผ่วเบา

ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย เพียงมีเตียงหลังหนึ่ง โต๊ะน้ำชาตัวหนึ่ง เก้าอี้สี่ห้าตัว และสิ่งของจำเป็นอีกเล็กน้อย

ดรุณีน้อยนางหนึ่งนอนราบสงบนิ่งอยู่บนเตียง นางความจริงเป็นดรุณีน้อยที่งดงามสดใสนางหนึ่ง ทว่าใบหน้านางกลับซีดขาวราวปราศจากโลหิต ดวงตากลมโตปิดสนิท ดูไปคล้ายเป็นตุ๊กตางดงามตัวหนึ่ง

ที่ข้างเตียงเป็นชายชราผู้หนึ่ง ชายชราผู้มีหนวดเครายาวจรดเข็มขัด เขานั่งทอดสายตามองดูดรุณีน้อยบนเตียงเนิ่นนาน แล้วทอดถอนใจคราหนึ่ง

สาวใช้ยกถาดยาวางบนโต๊ะน้ำชากลางห้อง แล้วจึงประคองถ้วยยายื่นส่งให้ชายชราที่ข้างเตียง

ชายชราประคองร่างดรุณีน้อยบนเตียงขึ้น เขาสอดแขนซ้ายใต้ท้ายทอยนาง มือขวากดหน้าผากนางให้อยู่ต่ำกว่าคาง จึงค่อยรับถ้วยยาจากสายใช้ รินป้อนยาในถ้วยให้นางดื่ม

มิทราบนางได้ดื่มยามากน้อยเท่าใด ยาสมุนไพรสีน้ำตาลขุ่นไหลรินออกจากปากนางมากน้อยเท่าใด?

ชายชรายื่นส่งถ้วยยาเปล่าให้สาวใช้ ประคองร่างนางลงนอนแล้วทอดถอนใจอีกครา

... ความรัก ความอาลัยประดุจบุตรธิดาในครอบครัวก่อเกิดความทุกข์ กังวลห่วงใย ได้มากมายเพียงนี้?

สาวใช้รับถ้วยยาเปล่าจากชายชรา แล้วเดินกลับไปวางลงบนถาดยา จางนั้นจึงยกถาดยา ก้าวเดินช้าๆ ออกจากห้อง พอดีสวนทางกับดรุณผู้หนึ่ง...

ดรุณเยาว์วัยก้าวเข้าในห้อง เขาเห็นชายชรานั่งหันหลังอยู่ข้างเตียงจึงคำนับคราหนึ่งแล้วกล่าวคำ

"ท่านปู่"

ชายชราเพียงผงกศีรษะเล็กน้อยโดยมิหันกลับมามอง ดรุณเยาว์วัยกล่าวต่อ สุ้มเสียงยังคงแปลกแปร่งด้วยวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลง

"เชิญท่านปู่พักผ่อนเถิด ข้าพเจ้าจะดูแลนางเอง"

ชายชราเพียงผงกศีรษะอีกครา มิกล่าวอันใด

ผ่านไปเนิ่นนาน ชายชราจึงทอดถอนใจอีกครา กล่าวเสียงสั่นเครือ

"เรามิสมควรให้พวกนางรับหน้าที่นี้ ดินแดนมารอันตรายยิ่งนัก เรามิสมควรให้พวกนางเสี่ยงอันตรายเช่นนี้เลย"

ดรุณเยาว์วัยกล่าวว่า

"ท่านปู่... เราศิษย์สำนักมังกรเทพ สมควรกระทำตามหน้าที่แล้ว"

"อาหย่ง... หากครานี้มิใช่เป็นเจ้าคิดตามไปสมทบกับพวกนาง เกรงว่าเราอาจมิได้เห็นหน้าอวิ๋นซินอีกแล้ว"

จางหย่งโค้งคำนับแล้วกล่าว

"มิได้ ข้าพเจ้ายังอ่อนหัดอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าเพียงคิดหาประสบการณ์ดูสักครา"

ชายชราหันมองดรุณเยาว์วัย สายตาทอประกายความปลาบปลื้ม กล่าวเสียงแผ่วเบา

"เจ้าเพียบพร้อมทั้งปัญญา ความกล้าหาญ อีกไม่นาน ชื่อเสียงของเจ้าต้องเป็นที่เลื่องลือ เพียงรอเวลาที่เจ้าเติบใหญ่เท่านั้น"

"ข้าพเจ้ากลับมิอาจเทียบเคียงท่านปู่"

ชายชราลูบเครายาวจรดเข็มขัดคราหนึ่งแล้วจึงกล่าว

"เราเป็นเจ้าสำนักกลับไร้สามารถ เจ้าเห็นสมควรแล้วหรือ?"

"เจ้าสำนักเพียงมีสติปัญญา คาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ รู้จักใช้คนให้เหมาะสม เท่านี้ย่อมเพียงพอแล้ว"

"ทว่าครานี้เรากลับคาดผิด เป็นเหตุให้หลานเราต้องมีอันตราย"

"พวกนางย่างกรายเข้าดินแดนมาร ท่านปู่หาได้คาดการณ์เหตุนี้ หากเป็นศิษย์ผู้อื่นย่อมมิอาจมีชีวิตรอด ครานี้ศิษย์พี่รองยังมีลมหายใจ ท่านนับว่าใช้คนมิผิด"

ชายชรามองเขาด้วยดวงตาปลาบปลื้มอีกครา กล่าวว่า

"ที่เรากล่าวเมื่อครู่ นับว่ามิผิดจริงๆ"

###

อรุณลาง อาทิตย์เริ่มสาดทอแสง วิหคเริ่มกางปีกโผบิน

จางหย่งเดินมาตามระเบียงตึกใหญ่ เขาแม้ยังเยาว์วัย ทว่าท่วงท่าอางอาจห้าวหาญ ประกายตาสุกใสปราศจากความครั่นคร้าม เฉกเช่นบุรุษฉกรรจ์กร้านศึก

จางหย่งเดินมาตามระเบียงจนถึงห้องด้านใน เขาผลักบานประตูออกอย่างแผ่วเบา กระทั่งสาวใช้ที่นั่งสัปหงกอยู่ในห้องริมประตูยังมิอาจได้ยิน เขาเดินผ่านนางไป นางก็ยังมิลืมตาตื่น

จางหย่งเดินไปถึงหน้าเตียง เขาหยุดมองดรุณีน้อยที่หลับใหลอยู่บนเตียงนั้นครูหนึ่ง จึงทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง

เขาจ้องมองนางอีกครู่หนึ่งจึงเอื้อมมือออกไปกุมมือเรียวเล็ก ขาวนวลของนางไว้ กล่าวเสียงแผ่วเบา

"ศิษย์พี่... ท่านตื่นเถิด เห็นแก่ท่านปู่... ท่านตื่นเถิด"

หลี่อวิ๋นซินยังคงนอนสงบนิ่ง นางกลับคล้ายเป็นตุ๊กตาไปจริงๆ

จางหย่งทอดถอนใจแล้วลุกจากเก้าอี้ คิดใคร่ปลุกสาวใช้ให้ไปต้มยาให้นาง มิคาด หลี่อวิ๋นซินพลันขยับนิ้วเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกเจ็บปวด... บาดแผลของนางทำให้นางรู้สึกเจ็บปวด

นางรู้สึกตัวแล้ว...

จางหย่งพลันหันกายกลับ ส่งเสียงเรียกนางแผ่วเบาถึงสามครั้งครา นางจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น นางกวาดสายตามองไปรอบข้าง จึงค่อยรวบรวมกำลัง กล่าวเสียงสั่นเครือ

"อาหย่ง..."

"ศิษย์พี่... ท่านตื่นแล้ว"

"ข้าพเจ้ายังไม่ตาย?"

"ท่านยังไม่ตาย และมิอาจตาย"

หลี่อวิ๋นซินหอบหายใจคราหนึ่ง กล่าวถามว่า

"ท่านปู่... ท่านปู่อยู่ที่ใด? ข้าพเจ้าต้องการกล่าวความต่อท่านปู่"

"ศิษย์พี่... บาดแผลท่านยังมิหายดี สมควรพักผ่อน"

"มิได้ หากชักช้า อาจไม่ทันการณ์"

มิทันที่จางหย่งจะตอบคำ พลันบังเกิดเสียงแหบแห้งสั่นเครือเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู

"มิทันการณ์อันใด?"

สาวใช้ที่สัปหงกอยู่เมื่อครู่พลันสะดุ้งตื่น หันกายไปคำนับผู้มาใหม่อีกหลายครั้งครา

ชายชราผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้อง หนวดเคราสีขาวราวเส้นไหมสีขาวยาวจรดหัวเข็มขัด ท่านความจริงเป็นเพียงชายชราสีหน้าซีดเหลืองผู้หนึ่ง ทว่าเวลานี้ สีหน้าท่านกลับดูเปล่งปลั่งสดใสยิ่ง

ท่านเดินเข้าไปที่หน้าเตียงโดยเร็ว ทว่ากลับมิอาจวิ่งได้เร็วกว่านี้ ท่านเพียงวิ่งเร็วกว่านี้ สังขารกลับมิอาจทนรับได้แล้ว

มิทันถึงหน้าเตียง เจ้าสำนักเฉินพลันกล่าวเสียงแหบแห้งอีกครา

"อวิ๋นซิน... เจ้าเป็นอย่างไร?"

หลี่อวิ๋นซินเห็นเจ้าสำนักเฉินพลันรีบกล่าวคำ 'ท่านปู่' นางคิดลุกขึ้นคำนับ ทว่ามิอาจต้านทานพิษบาดแผล จึงล้มลงบนเตียงอีกครา

จางหย่งเอื้อมมือประคองนางไว้ เจ้าสำนักเฉินจึงปรามเสียงอ่อนโยน

"มิต้อง... เจ้ายังคงบาดเจ็บ มิสมควรฝืนร่างกาย"

จางหย่งกล่าวว่า

"ท่านปู่... ศิษย์พี่รองต้องการพบท่าน นางต้องการบอกกล่าวความต่อท่าน"

เจ้าสำนักเฉินส่งเสียง 'อ้อ?' เป็นเชิงถาม

หลี่อวินซินกล่าวว่า

"ท่านปู่... ข้าพเจ้าต้องบอกต่อท่าน ระหว่าเดินทางข้าพเจ้าปะทะกับนางมารผู้หนึ่ง นางทำร้ายเสี่ยวอิงจนตกจากหน้าผา อีกทั้งลักพาท่านพี่ไป ข้าพเจ้าคาดว่า นางยังคงมิคิดสังหารท่านพี่ ส่วนเสี่ยวอิง... ข้าพเจ้าสุดจะคาดเดา"

เจ้าสำนักเฉินใช้มือลูบเคราขาวที่ยาวจรดหัวเข็มขัดอย่างใคร่ครวญ แล้วกล่าว

"พวกเจ้าพบนางที่ใด?"

"ป่าเหมันต์"

"นางมีลักษณะเช่นใด?"

"นางมีรูปโฉมสะคราญยิ่ง อาภรณ์และเครื่องประดับของนางล้วนมีลวดลายบุปผา นางยังใช้อาวุธเป็นเถาวัลย์หนาม"

จางหย่งพลันส่งเสียงถาม

"ลักษณะเช่นนี้ หรือนางคือมารบุปผาหยก?"

เจ้าสำนักเฉินกล่าวตอบ

"สมควรเป็นนาง"

ท่านใช้มือลูบเคราอีกคราจึงกล่าวต่อ

"อาหย่ง... เจ้าให้คนส่วนหนึ่งออกตามหานางมารบุปผาหยก อีกส่วนหนึ่งลงไปใต้หน้าผาในเขตป่าเหมันต์ ควานหาร่างเสี่ยวอิง"

###

ดวงตะวันสาดรังสีร้อนแรงแผดเผาผืนดินให้แห้งผากจนคล้ายกลายเป็นหินแข็งกระด้าง

ความจริงหินแข็งกระด้างขนาดใหญ่ยากเคลื่อนย้าย... ทว่ายามนี้หินทุกก้อนใต้หน้าผากลับถูกบุรุษหนุ่มฉกรรจ์จำนวนมากเคลื่อนย้ายหมดสิ้น

หินทุกก้อนถูกเคลื่อนย้ายเพื่อค้นหาดรุณีน้อยนางหนึ่ง

จางหย่งยืนอยู่ที่เนินหิน... ยืนอยู่ด้วยอาการสำรวมยิ่ง ทว่าสายตามีประกายร้อนรนยิ่ง เขาทอดมองทั่วบริเวณ กลับมิอาจพบสิ่งที่ต้องการค้นหา

เจ้าสำนักเฉินยืนอยู่ที่เนินหินเช่นกัน ท่านยืนอยู่ด้วยอาการสำรวมยิ่งกว่า สุขุมยิ่งกว่าดรุณข้างกาย ใบหน้าเหลืองซีดของท่านถูกแสงแดดแผดเผาจนแดงคล้ำ ท่านเห็นสีหน้าจางหย่งแล้วจึงเอื้อนเอ่ยวาจาอ่อนโยน

"เจ้ากังวลเรื่องใด?"

จางหย่งทอดถอนใจเล็กน้อย กล่าวตอบ

"ท่านปู่... เราค้นหาอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว กลับยังมิพบกระทั่งร่องรอยของศิษย์พี่สาม ข้าพเจ้าเกรงมิอาจพบเจอนางแล้ว"

เจ้าสำนักเฉินตอบเสียงเฉื่อยชา

"มิพบศพ ณ ที่นี้ ย่อมมีความหวัง เจ้ายังเกรงไปไย?"

"ข้าพเจ้าเกรงนางจะเป็นอาหารมารไปแล้ว"

"มารกัดกินย่อมทิ้งร่องรอย บ้างเศษเลือด บ้างเศษเนื้อ บ้างเศษกระดูก เนื่องด้วยความตะกละตะกลาม"

ในดวงตาจางหย่งพลันมีประกาย กล่าวว่า

"จริงดังคำท่าน มิพบศพ... ย่อมมีความหวัง"

เจ้าสำนักเฉินยิ้มเล็กน้อย ผงกศีรษะคราหนึ่ง... ในท่าทีสงบเยือกเย็นของท่าน ในรอยยิ้มอบอุ่นของท่าน มิทราบซ่อนความรู้สึกร้อนรนกังวลเพียงใด...

###

วิกาลคล้อยดึก ละอองน้ำค้างพร่างพรมลงบนผืนหญ้าอย่างอ่อนโยน

แสงตะเกียงสว่างไสวลอดผ่านบานหน้าต่างห้องทางด้านในของตึกใหญ่ ส่องต้องใบหน้านวลซีดขาวที่โผล่พ้นขอบหน้าต่าง

เป็นใบหน้าซูบซีดของดรุณีน้อยนางหนึ่ง...

นางเพียงเพิ่งทุเลาจากอาการบาดเจ็บ ใบหน้านางจึงยังคงซีดเซียว... มิเพียงซีดเซียว ยังแฝงความกังวลร้อนรนอย่างยิ่ง เนื่องเพราะนางกำลังรอคอยบุคคลผู้หนึ่ง... บุคคลผู้ซึ่งสามารถบอกเล่าความเป็นไปของเหตุการณ์ภายนอกแก่นางได้

ผ่านไปเนิ่นนาน นางยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง นางทอดถอนใจคราหนึ่ง สายตายังคงจับจ้องที่ประตูห้อง

เวลานั้นบานประตูพลันค่อยๆ แง้มออกอย่างช้าๆ ...

ดรุณเยาว์วัยผู้หนึ่งสาวเท้าเข้ามาอย่างแผ่วเบา ทั้งแผ่วเบาทั้งนุ่มนวล คล้ายย่างก้าวลงบนปุยนุ่นก็ปาน

ดรุณีน้อยเพียงเห็นเขาก้าวเข้ามา ดวงตากลมโตพลันมีประกายสุกใส นางตื่นเต้นกระทั่งแทบกระโดดปราดไปยังดรุณผู้นั้น นางถลาเข้าไปหาเขาราวกับอาการบาดเจ็บทุกประการล้วนมลายหายไปสิ้น ได้ยินนางกล่าวเสียงสั่นเครือ

"อาหย่ง... เป็นอย่างไร?... ท่านพี่กับเสี่ยวอิงเป็นอย่างไร?"

จางหย่งมิตอบทันที เพียงประคองนางนั่งลงที่เก้าอี้ที่โต๊ะน้ำชากลางห้อง จึงค่อยกล่าวออกเชื่องช้า เอื้อนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลยิ่ง

"ศิษย์พี่... ท่านปู่ระดมศิษย์สำนักออกตามหาที่ใต้หน้าผาโดยทั่วแล้ว"

หลี่อวิ๋นซินฟังแล้วเร่งถามต่อ

"แล้วเป็นอย่างไร?... เสี่ยวอิงเป็นอย่างไร?"

"ศิษย์พี่... บุคคลผู้หนึ่งยามเมื่อประสบเหตุอันตรายแล้วยังมีชีวิตอยู่... สมควรหยุดอยู่ที่เดิมหรือไม่?"

"ย่อมไม่สมควร... ย่อมสมควรเสาะหาที่ปลอดภัย"

จางหย่งผงกศีรษะ กล่าวต่อ

"บุคคลเมื่อต้องการเสาหาที่ปลอดภัย... สมควรสืบเสาะพบบุคคลผู้นี้ได้โดยง่ายหรือไม่?"

"ย่อมไม่สมควร"

"ครานี้เรามิอาจสืบเสาะพบศิษย์พี่สาม... สมควรมีความหวังหรือไม่?"

นางมิตอบประการใด เพียงทอดถอนใจ หลุบสายตาต่ำมองที่พื้นห้อง

"เราเชื่อว่าวันหนึ่ง นางต้องกลับมาอย่างปลอดภัย"

นางนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ พลันดวงตาเบิกกว้าง กล่าวเสียงสั่นอีกครา

"อาหย่ง... ท่านพี่... ท่านพี่เป็นอย่างไร?"

จางหย่งมิกล่าวคำ เพียงก้มหน้า สั่นศีรษะช้าๆ

หลี่อวิ๋นซินใจหายวูบ คว้าแขนเขาเขย่าโดยแรง

"หมายความว่าอย่างไร? ท่านพี่เป็นอย่างไร?"

จางหย่งเงยหน้าขึ้นมองดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง กล่าวเชื่องช้า

"ผู้เฒ่าโจวนำศิษย์อีกส่วน ออกควานหานางมารบุปผาหยกที่ป่าเหมันต์แล้ว ทว่าบัดนี้ยังมิอาจพบนางและศิษย์พี่ใหญ่"

ประกายตาของหลี่อวิ๋นซินหม่นวูบแสงลง ใบหน้าซีดขาวกลับยิ่งซีดจางกว่าเดิม รอยลักยิ้มบุ๋มลึกที่แก้มซ้าย คล้ายเลือนหายไปตลอดกาล...

###

 

ทักทาย

คุณกาแฟเย็น >> ขอบคุณอย่างยิ่งขอรับ... ฝ่ายสำนักมังกรเทพบาดเจ็บ แต่ยังเยียวยาได้อยู่ สบายใจได้ขอรับ

 




ขอเชิญเข้ามาพูดคุยร่วมแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับกระทู้นี้ได้เลยนะคะ...


ความเห็นที่ 1 ...โดย   superJ

ชอบชื่อตอนๆ นี้จริง อิอิ....สนุกดีครับ...ติดตามอ่านเรื่อย ล่ะครับ..ขอบคุณสำหรับผลงานดี ๆ

คารวะป๋องหนึ่ง...



26 ส.ค. 49 22:51:07 น.  172.195.146.73

ความเห็นที่ 2 ...โดย   Nattee

อ่านแล้วเพลินเลยอะคับ พึ่งมาอ่านครั้งแรกก็ชักติดใจแล้วอะ

มาโพสต์เร็วๆนาคับ



31 ส.ค. 49 23:38:32 น.  203.144.160.245

ความเห็นที่ 3 ...โดย   Nattee

ตอนใหม่จะเส็ด เมื่อไหร่อะครับ รออยู่นะค้าบบ



04 ก.ย. 49 18:42:56 น.  203.190.250.106

ความเห็นที่ 4 ...โดย   บัณทิตเมามาย
อยากให้ท่านแต่งต่อจนจบเลย ติดตามอ่านอยู่ครับ

26 ก.ย. 49 12:39:41 น.  202.140.144.25

ส่งความเห็นของคุณ
จาก :
email :
   
Forecolor
Link
Image
Emotions
HR
Cut
Copy
Paste
Bold
Italic
Underline
Image
Image
Image
Justify Left
Center
Justify Right
Ordered List
Unordered List
Decrease Indent
Increase Indent


 
New Page 3

WebBoard Designed By http://www.jj-book.com

For Admin Only