ลานเสวนาประสาชาวยุทธ

 

ประกาศิตจอมมาร ๗ บุกป่าเหมันต์  

 

19 พฤศจิกายน 2549 21:09:54 น.

.. โดย..

หลิวหย่งซื่อ  (นักรบ)



มาช้าอีกแล้ว... ไม่ขอแก้ตัวใดๆ ขอรับ นอกจากเขียนช้าเอง ขออภัยจริงๆ ขอรับ
ทบทวนตอนเก่าก่อนนะขอรับ

ตอนที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3044
ตอนที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3131
ตอนที่ ๓ http://www.jj-book.com/BLboard/view.php?qs_qno=166
ตอนที่ ๔ http://www.jj-book.com/BLboard/view.php?qs_qno=170
ตอนที่ ๕ http://www.jj-book.com/BLboard/view.php?qs_qno=181
ตอนที่ ๖ http://www.jj-book.com/BLboard/view.php?qs_qno=186

หลิวหย่งซื่อ (นักรบ)

###

 

ประกาศิตจอมมาร ๗ บุกป่าเหมันต์

ชีวิตหนึ่งย่อมยินดีต่ออิสระในชีวิต ทว่าชีวิตหนึ่งยามเมื่อถูกกักขังย่อมต้องดิ้นรนหาหนทางหนีรอด ย่อมต้องดิ้นรนหาหนทางอิสระ บางชีวิตกระทั่งยินยอมตายเพื่ออิสระภาพ

###

วิกาลเงียบสงัด วังเวง... บนถนนหน้าประตูใหญ่สำนักมังกรเทพมีเสียงฝีเท้าม้าสามสี่ตัวห้อตะบึงใกล้เข้ามา

เมื่อถึงหน้าประตูใหญ่ อาชาพ่วงพีท่าทางองอาจยกขาหน้าขึ้นตะกายอากาศ พลางส่งเสียงร้องดังกึกก้องยาวนาน

ประตูใหญ่พลันเปิดออก เด็กรับใช้หน้าตาซีดเซียวจึงเดินออกมาต้อนรับ

ชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่พลันกระโดดลงจากหลังม้า ก้าวตามเด็กรับใช้ ผ่านประตูใหญ่เข้าไป

เจ้าสำนักเฉินยืนเอามือไพล่หลัง เหม่อมองภาพมังกรบนผนังห้องโถงด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นยิ่ง

ท่าทีท่านแม้สงบเยือกเย็น ทว่าดวงตากลับปรากฏแววร้อนรนยิ่ง... คล้ายว่ายิ่งร้อนรน ท่าทีของท่านก็ยิ่งดูสงบเยือกเย็น

ในห้องโถงมิใช่มีเจ้าสำนักเฉินยืนอยู่เพียงเดียวดาย... จางหย่งและผู้เฒ่าโจวก็อยู่ที่นั่น แววตาของจางหย่งมีความร้อนรนแฝงอยู่ไม่น้อยกว่าเจ้าสำนักเฉิน อีกทั้งมิได้ซ่อนงำไว้ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นเช่นท่าน

ดรุณห้าวหาญย่อมมิอาจซุกซ่อนความรู้สึกร้อนรนได้เช่นผู้เฒ่ากร้านโลก...

ประตูห้องโถงเมื่อเปิดออก สายตาร้อนรนทั้งสองคู่พลันหันมองที่ประตูโดยพร้อมเพรียง

ชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่สืบเท้ายาวเข้ามาในห้องโถง เขาหยุดเท้าลงตรงหน้าเจ้าสำนักเฉิน ประสานมือคำนับพร้อมกล่าวคำ

"เจ้าสำนัก''

เจ้าสำนักเฉินผงกศีรษะคราหนึ่ง ชายกลางคนจึงกล่าวต่อ

"ข้าพเจ้าสืบพบที่อยู่ของ 'นาง' ในป่าเหมันต์แล้ว''

เจ้าสำนักเฉินกล่าวคำ 'ประเสริฐ' แล้วจึงหันไปออกคำสั่งจางหย่งและผู้เฒ่าโจว

"ระดมศิษย์สำนัก เตรียมบุกป่าเหมันต์''

###

ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มปรากฏแสงรำไร ปรากฏเสียงฝีเท้าม้าดังแว่วมาตามสายลม...

อาชาพ่วงพีเกือบยี่สิบตัวห้อตะบึงมาตามเส้นทาง เกือกม้าตะกุยใบไม้แห้งแตกเป็นผง ลอยขึ้นจากพื้นแล้วร่วงหล่นลงบนพื้นอีกครา

อาชาองอาจพุ่งทะยานอยู่เบื้องหน้า บนอานม้าเป็นชายชราหนวดเครายาวจรดเข็มขัด ท่าทีท่านยังคล้ายองอาจยิ่งกว่าอาชา เบื้องหลังทั้งขวาและซ้ายเป็นหนึ่งดรุณหนึ่งผู้เฒ่า... เป็นจางหย่งและผู้เฒ่าโจว

กับผู้อื่น จางหย่งมิเคยควบขับม้าอยู่ด้านหลัง รับเศษฝุ่นผงที่กระเด็นจากเกือกม้าของผู้อื่นเด็ดขาด ทว่ากับเจ้าสำนักเฉิน เขายินดีอยู่ควบขับม้าติดตามที่ด้านหลัง มิยินยอมให้เจ้าสำนักเฉินรับเศษฝุ่นผงจากเกือกม้าของผู้อื่นเด็ดขาดเช่นกัน

กลิ่นเลือดเนื้อสดใหม่ของมนุษย์โชยอยู่ในอากาศ... ทันทีที่สายลมโชยพัดพาเอากลิ่นมนุษย์ผ่านเข้าป่าเหมันต์ หมู่มารร่างงองุ้มแคระแกร็นจึงขยับกายน่ารังเกียจดักซุ่มรอคอย

หมู่มารมีเป็นจำนวนมากบันดาลให้บรรยากาศโดยรอบยิ่งน่าสะอิดสะเอียน!

กระทั่งอาชาองอาจที่พุ่งทะยานมายังต้องชะงักฝีเท้าลง ยกชูขาหน้าทั้งสองอย่างแตกตื่น ส่งเสียงร้องทั้งแหลมเล็กทั้งโหยหวน

หากมิใช่เพราะเจ้าสำนักเฉินเชี่ยวชาญการควบคุมม้าเป็นอย่างดี เกรงว่าท่านต้องตกจากหลังม้า นอนกองร่างบิดเบี้ยวอยู่บนพื้นแล้ว

ทว่ายามนี้คนยังอยู่บนหลังม้า ม้าก็กลับยังหยุดนิ่งอยู่ ม้าที่ตามมาเบื้องหลังก็หยุดฝีเท้าลงเช่นกัน

เนิ่นนานให้หลัง คนกลับมิได้อยู่บนหลังม้าแล้ว...

เจ้าสำนักเฉินพลิกร่างลงจากหลังม้า สำรวจบรรยากาศรอบตัว จางหย่งก็ลงจากหลังม้า ก้าวติดตามหลังเจ้าสำนักเฉิน

สายตาเจ้าสำนักเฉินทอดมองไปในป่ามืดครึ้ม กล่าวถามขึ้น

"เป็นที่นี่?''

ผู้เฒ่าโจวกระโดดลงจากหลังม้า ก้าวตามมาสบทบ กล่าวตอบว่า

"เป็นที่นี้''

เจ้าสำนักเฉินทอดตามองไปในป่าอีกครา รำพันอย่างเหม่อลอย

"หมู่มารมากมายปานนี้ มิทราบต้องสูญเสียอีกมากมายปานใด...''

วาจานี้พอกล่าวจบ ในสายลมพลันมีเสียงหัวร่อสดในดังแว่วมา ในเสียงหัวร่อได้ยินเสียงกล่าว

"ท่านมิทราบ หากแต่ข้าพเจ้าทราบ''

เงาร่างสายหนึ่งตกวูบลงที่เบื้องหน้า... เป็นสตรีงดงาม ทั่วทั้งร่างนางก็คล้ายประดับด้วยบุปผางดงาม นางหัวร่อเสียงกังวาลสดใส กล่าวอีกว่า

"หากลงมือในที่นี้ พวกท่านต้องสูญเสียผู้คนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง''

เจ้าสำนักเฉินสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน กล่าวถามเสียงราบเรียบ

"ท่านคือมารบุปผาหยก?''

"เป็นข้าพเจ้า''

"ท่านคือผู้ลักพาหลี่จิ้ง?''

"เป็นข้าพเจ้า''

"มิทราบมันสุขสบายดีอยู่?''

"ขอเพียงข้าพเจ้ายังพอใจมัน มันย่อมสุขสบายทุกประการ''

เจ้าสำนักเฉินทอดถอนใจ ทอดตามองไปในป่ามืดครึ้มอีกครา จึงหันกายกลับ ตวัดร่างขึ้นม้า จางหย่งเห็นพฤติการณ์เช่นนี้ต้องงุนงงยิ่ง เขาความจริงเตรียมใจคิดลงมือแตกหักกับหมู่มารแต่แรก เมื่อเห็นเจ้าสำนักเฉินคล้ายถอนกำลังกลับ จึงต้องกล่าวถาม

"ท่านปู่... เมื่อทราบเป็นนางนำศิษย์พี่ใหญ่ไป แล้วเหตุใด?...''

มิทันกล่าวจบ เจ้าสำนักเฉินกลับยกมือปรามไว้ กล่าวว่า

"เจ้าได้ยินแล้ว... หากเราเข้าไปแย่งชิงหลี่จิ้งคืน เราต้องสูญเสียชีวิตพี่น้องร่วมสำนักอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง''

เจ้าสำนักเฉินหยุดมองอวี้ฮัวคราหนึ่ง ทอดถอนใจแล้วกล่าวต่อ

"อาหย่ง... หรือเจ้ามิทราบ ในป่ามีมารมากน้อยเพียงใด?''

จางหย่งสั่นศีรษะ

"อย่างน้อยมากกว่าพี่น้องเราห้าเท่า''

"ห้าเท่า!''

เจ้าสำนักเฉินผงกศีรษะ กล่าวต่อ

"หากประหัตประหารกัน เราจะสูญเสียอย่างน้อยกว่าสี่สิบชีวิต''

"สี่สิบชีวิตแลกเพียงชีวิตเดียว ไยมิใช่เป็นการลงทุนอันโง่เขลา...''

เจ้าสำนักเฉินผงกศีรษะอีกครา ผู้เฒ่าโจวเอ่ยถามขึ้นบ้าง

"เหตุใดท่านจึงทราบ มารในป่ามีมากน้อยเพียงใด?''

"หากท่านแลเห็นพุ่มไม้ที่สั่นไหวผิดสังเกตอยู่เบื้องหน้า รวมกับอาการแตกตื่นของม้าทั้งหลายที่ได้กลิ่นมารคละคลุ้ง ท่านอาจพอคาดเดาจำนวนมารที่เร้นกายอยู่''

อวี้ฮัวแย้มยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า

"ประเสริฐ... วิเคราะห์ได้ประเสริฐ สมควรได้รับการยกย่องนับถือจากชาวยุทธทั้งมวล''

เจ้าสำนักเฉินหันมองนาง พลางกล่าวสุ้มเสียงราบเรียบ

"มิได้... เวลานี้ข้าพเจ้าเพียงต้องการให้หลานทั้งสามปลอดภัยเท่านั้น''

"ท่านย่อมวางใจได้ผู้หนึ่งแล้ว''

"ท่านหมายถึงหลี่จิ้ง?''

"ถูกต้อง เวลานี้หลานชายท่านจะยังปลอดภัย... ตราบเท่าที่ข้าพเจ้าพอใจมัน มันจะยังปลอดภัย''

"ตราบเมื่อท่านมิพอใจมันแล้วเล่า?''

อวี้ฮัวแย้มยิ้มอ่อนหวาน จึงกล่าวตอบ

"เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้น ท่านคงมิอาจอยู่ช่วยเหลือมันได้แล้ว''

เจ้าสำนักเฉินทอดตามองนางเย็นชา กล่าวเสียงเยือกเย็น

"เกรงว่ายังมิทันถึงเวลานั้น เจตนารมย์ของสำนักมังกรเทพกลับบรรลุผลแล้ว''

เจ้าสำนักเฉินพลันรั้งบังเหียนม้าให้หันกลับทางเดิม มิคาด อวี้ฮัวกลับส่งเสียงอีกครา

"ท่านกรุณารอสักครู่''

เจ้าสำนักเฉินมิหันกลับ และมิเคลื่อนไหว รอคอยให้นางกล่าวออกมา อวี้ฮัวจึงกล่าวถาม

"ทราบว่าหลี่จิ้งมีน้องสาวร่วมสายโลหิต มันคล้ายเป็นห่วงกังวลนางอย่างยิ่ง มิทราบท่านสามารถบอกกล่าวอาการนางแก่ข้าพเจ้า เพื่อนำไปบอกกล่าวแก่มันได้หรือไม่?''

เจ้าสำนักเฉินกล่าวตอบโดยมิเหลียวมองนางแม้สักเล็กน้อย

"นางยังสุขสบายดี''

"บาดแผลนางเป็นอย่างไรแล้ว?''

"พวกท่านมิได้ลงมือหนักหน่วง บาดแผลนางจึงทุเลาลงมากแล้ว''

อวี้ฮัวส่งเสียง 'อืม' เบาๆ ในลำคอ เจ้าสำนักเฉินเห็นนางไม่กล่าวกระไรอีก จึงเป็นฝ่ายถามขึ้น

"มิทราบ ข้าพเจ้าสามารถเดินทางกลับได้แล้วหรือไม่?''

"เชิญท่าน''

###

{\bf ทอดตาทั่วผืนป่า มีเพียงใบไม้แห้งเหี่ยวเฉาร่วงโรย...} มิคาดภายในรั้วสูงใหญ่ ตั้งตระหง่านกลางป่ากลับปรากฏบุปผางดงาม

ประตูใหญ่หน้าตึกหมื่นบุปผาถูกผลักออก อวี้ฮัวย่างกรายเจ้าสู่ห้องโถงใหญ่ ห้องโถงประดับประดาด้วยบุปผาบานสะพรั่งมิต่างจากสวนบุปผาภายนอก

บุปผาความจริงควรคู่สตรี หากแต่ผู้ที่กำลังเชยชมบุปผากลับเป็นบุรุษ เป็นบุรุษรูปงามในอาภรณ์ขาว

อวี้ฮัวยืนจ้องมองแผ่นหลังกว้างนั้น มิกล่าวกระไร... ผ่านไปเนิ่นนาน ไปหูลี่จึงเป็นฝ่ายกล่าวขึ้น

"เจ้าของมาตามหาลูกสุนัขที่ถูกลักพาไป ไฉนท่านจึงมิคืนมันให้เจ้าของ หรืออาหารมื้อเย็นนี้จะเป็นเนื้อลูกสุนัขตุ๋น?''

"ข้าพเจ้ามิชมชอบรับประทานเนื้อลูกสุนัข ข้าพเจ้าเพียงชมชอบรับประทานเนื้อสุนัขจิ้งจอกเต็มวัย''

ไป่หูลี่หลันกายกลับ ประสานสายตากับอวี้ฮัวนิ่ง จากนั้นจึงกล่าว

"อ้อ! หากท่านสามารถรับประทานเนื้อสุนัขจิ้งจอกหนุ่มได้ นับว่าทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นสนใจได้ไม่น้อย''

"สนใจต่อสิ่งใด?''

"ท่านมีความเห็น บุรุษคึกคะนองสมควรให้ความสนใจต่อสิ่งใด?''

อวี้ฮัวยิ้มเล็กน้อย กล่าวเชื่องช้า

"สถานที่นี้มีเพียงบุปผา ไร้ซึ่งสุนัขตัวเมีย มิทราบท่านยังสนใจต่อสิ่งใด?''

ไป่หูลี่แหงนหน้าหัวร่อ กล่าวต่อ

"ข้าพเจ้าทราบ สุนัขตัวเมีย ย่อมมิใช่หาได้ในที่นี้เป็นแน่''

"ท่านมิได้สนใจสุนัขตัวเมีย?''

"ย่อมมิใช่''

"ท่านสนใจบุปผา?''

"ถูกต้อง ข้าพเจ้าสนใจบุปผา''

อวี้ฮัวเลิกคิ้วโก่งเรียวดุจคันศร กล่าวถามว่า

"บุปผาชนิดใด?''

"ย่อมเป็นบุปผาพิเศษ บุปผางดงามแรกแย้มที่ท่านทำตกหน้าผาไป''

"อ้อ?''

ไปหูลี่สะบัดแขนไพล่หลัง พลางกล่าวสุ้มเสียงจริงจัง

"เฉินเสี่ยวอิงตกจากผาสูงชัน กลับมิพบกระทั่งครบโลหิต ท่านคิดเห็นประการใด?''

"หรือท่านคิดเห็น มีผู้ช่วยเหลือนาง?''

ไป่หูลี่แหงนหน้าหัวร่ออีกครา กล่าวว่า

"นับว่าครานี้ ข้าพเจ้าและท่านคิดเห็นตรงกันอย่างยิ่ง ทว่าข้าพเจ้ายังมีความเห็นอีกประการ''

"ประการใด?''

"ผาสูงชัน นางกลับถูกช่วยเหลือไว้ได้ กระทั่งมิอาจพบร่องรอยของผู้ช่วยเหลือนาง...''

อวี้ฮัวก้มหน้ามองพื้น ครุ่นคิดแล้วจึงกล่าว

"ท่านคิดเห็น บุคคลผู้นี้ต้องเป็นยอดฝีมือสูงส่ง''

"ข้าพเจ้าคิดเห็น บุคคลผู้นี้มิเพียงเป็นยอดฝีมือสูงส่ง ยังอาจเป็นผู้ที่ข้าพเจ้ากำลังติดตาม''

"ท่านเกรง สำนักมังกรเทพล่วงรู้ความนี้?''

"ถูกต้อง''

"ท่านทราบดังนี้แล้ว คิดกระทำสิ่งใดต่อไป?''

ไปหูลี่สืบเท้าก้าวออกไปทางซ้าย แหงนหน้าพลางกล่าวเชื่องช้า

"นางถูกช่วยเหลือจากที่นี้ ทว่าบริวารข้าพเจ้าโดยรอบกลับมิพบเห็นนาง นางย่อมสมควรยังอยู่บริเวณนี้''

"ท่านจึงคิดพำนักอยู่ที่นี้?''

ไปหู่ลี่หัวร่ออีกคราหนึ่ง กล่าวว่า

"ท่านมิต้องกังวล ข้าพเจ้ามิรบกวนท่านกับลูกสุนัขพลัดถิ่นอย่างแน่นอน''

อวี้ฮัวผงกศีรษะ แล้วจึงเรียกสาวใช้ผู้เป็นมารชั้นต่ำเข้ามาผู้หนึ่ง แล้วจึงกล่าวกับไป่หูลี่

"นางจะนำท่านไปพักผ่อน... เชิญ''

###

สถานที่ยิ่งอยู่สูง สายลมยิ่งพัดรุนแรง สายลมอื้ออึงพัดผ่านบานหน้าต่างมิหยุดยั้ง

หลี่จิ้งยืนขวางทางลมอยู่ริมหน้าต่าง เขายังคงครุ่นคิด... ครุ่นคิดท่ามกลางสายลม คล้ายสายลมสามารถนำพาความคิดอันประเสริฐให้แก่เขา

ประตูห้องเปิดออก อวี้ฮัวสาวเท้าก้าวเข้ามา ทุกย่างก้าวของนางล้วนละเมียดบรรจง สายตาของนางจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างที่บดบังกรอบหน้าต่างอยู่นั้น จ้องมองอยู่ด้วยความพึงพอใจยิ่ง

นางเดินเข้าใกล้เขา ยื่นมือเรียวงามสัมผัสใบหน้าเขา แล้วกล่าว

"ดูท่านกำลังครุ่นคิด มิทราบครุ่นคิดสิ่งใด?''

หลี่จิ้งยังคงยืนนิ่ง มิละสายตามองนางแม้สักเล็กน้อย กล่าวตอบว่า

"ข้าพเจ้ากำลังคิด...''

หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ

"ข้าพเจ้ากำลังคิดถึงหลี่อวิ๋นซิน''

"ท่านหมายถึง... น้องสาวร่วมสายโลหิตของท่าน?''

หลี่จิ้งยังคงยืนนิ่งไม่ตอบคำ อวี้ฮัวจึงกล่าวเสียงอ้อยอิ่ง

"เมื่อครู่ ข้าพเจ้าพบเจ้าสำนักเฉิน''

หลี่จิ้งพลันหันมองนาง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้นสงสัยยิ่ง สองมือเกาะกุมต้นแขนทั้งสองของนางแน่น ตวาดถามเสียงดัง

"ท่านปู่... ท่านพบท่านปู่?''

อวี้ฮัวแย้มยิ้ม แย้มยิ้มหยาดเยิ้ม กล่าวต่อ

"ถูกต้อง ข้าพเจ้าพบท่านปู่ของท่าน''

"ท่านเป็นอย่างไร... เป็นอย่างไรแล้ว?''

"ยังคงแข็งแรง มิได้ป่วยไข้แต่ประการใด''

หลี่จิ้งถอนใจเล็กน้อย กล่าวถามนาง

"ท่านปู่กล่าวกระไรกับท่าน?''

"กล่าวถามถึงท่าน''

"ท่านปู่ทราบว่าข้าพเจ้าอยู่กับท่าน?''

อวี้ฮัวผงกศีรษะเป็นคำตอบ แล้วกล่าวต่อ

"เจ้าสำนักเฉินระดมเหล่าศิษย์ทั้งปวงมาเพื่อนำพาท่านกลับไป''

หลี่จิ้งเบิกตาโพลง จ้องมองนาง กล่าวถามเสียงดังอีกครา

"พวกท่านปะทะกัน?''

อวี้ฮัวส่งเสียงหัวร่อกังวาลสดใส กล่าวว่า

"ปะทะกันแล้วเป็นไร? ท่านเกรงเจ้าสำนักเฉินยินยอมสละชีวิตเหล่าศิษย์มากมาย เพียงเพื่อท่าน?''

สีหน้าหลี่จิ้งพลันแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยอีกครา ทอดถอนใจยาว เขาย่อมทราบดี เจ้าสำนักเฉินมิยินยอมสละส่วนมาก เพียงเพื่อแลกส่วนน้อยเป็นแน่

อวี้ฮัวจ้องมองเขาอีกครู่หนึ่ง จึงกล่าวต่อ

"ข้าพเจ้ามิได้กล่าวกับเจ้าสำนักเฉินเพียงเท่านี้''

หลี่จิ้งยังคงนิ่งเงียบ หากแต่นางทราบ เมื่อนางกล่าวต่อ หลี่จิ้งย่อมมิอาจนิ่งเฉยเป็นแน่ ดังนั้นนางจึงกล่าวต่อ กล่าวเน้นเสียงทีละคำ

"ข้าพเจ้ายังถามถึงอาการหลี่อวิ๋นซิน''

เป็นดังคาด... มิทันกล่าวจบ มือใหญ่พลันคว้าจับท่อนแขนนางแนบแน่นอีกครา ร่างของนางเซถลาตามกำลังของเขา หลี่จิ้งแค่นเสียงกล่าว

"นางเป็นอย่างไร?... นางเป็นเช่นไรแล้ว?''

สีหน้าอวี้ฮัวมิได้แสดงอาการเจ็บปวด นางยังคงแย้มยิ้ม รอยยิ้มนางคล้ายยิ่งเบิกบานกว่าเดิม

"เป็นอย่างไร?... ท่านต้องการให้นางเป็นอย่างไร?''

มือของเขายิ่งกำแนบแน่นกว่าเดิม คล้ายต้องการบีบให้ท่อนแขนเรียวเล็กนี้ แหลกสลายคามือ เขาตะคอกเสียงกล่าว

"บอกข้าพเจ้าตามจริง... นางเป็นอย่างไร?''

อวี้ฮัวจ้องมองเขา จ้องมองเข้าไปในดวงตาเขา ดวงตาของเขาเคยสุขุมเยือกเย็น ทว่ายามนี้กลับมีเพียงความร้อนรุ่ม คล้ายเป็นกองเพลิงที่โหมลุกโชติช่วงไป

นางยังคงแย้มยิ้ม คล้ายยิ่งเห็นเขาเดือดดาล นางยิ่งพอใจ

"ที่แท้ ท่านมิใช่เป็นท่อนไม้ ท่านยังมีความรู้สึก''

หลี่จิ้งพลันชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง มือที่กำแนบแน่นเริ่มคล้ายออก เขาเบือนหน้าไปทางหน้าต่าง มองออกไปยังผืนป่าภายนอก กล่าวเชื่องช้า

"ข้าพเจ้าต้องกระทำสิ่งใด จึงได้พบนาง?''

อวี้ฮัวขยับกายเข้าใกล้เขา สายตานางยังคงจับจ้องมองทีใบหน้าเขา กล่าวเสียงอ่อนหวาน

"ขอเพียงท่านทำให้ข้าพเจ้าพอใจ มิว่าท่านต้องการสิ่งใด เข้าพเจ้าล้วนหาให้ท่านได้''

"ยามนี้ข้าพเจ้าเพียงต้องการพบหลี่อวิ๋นซิน''

"ท่านย่อมได้พบนางตามปรารถนา''

###

 

ทักทาย

คุณ Nattee >> ขอบคุณที่อดทนรอคอยขอรับ มีคำติอย่างไร โพสต์บอกได้เลยนะขอรับ ไม่ต้องเกรงใจ ส่วนพระเอกเป็นใคร ก็อย่างที่คุณ superj บอกแหละขอรับ อิอิ

คุณ superj >> นั่นสินะขอรับ พระเอกก็ต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย อิอิ ขอบคุณที่ติดตามอย่างยิ่งเลยขอรับ ^^




ขอเชิญเข้ามาพูดคุยร่วมแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับกระทู้นี้ได้เลยนะคะ...


ความเห็นที่ 1 ...โดย   superj

อืม...ฮ่าๆๆ... น่าสงสารจังพระเอกเราโดน..xxx ขอบคุณครับสำหรับxxx เอ้ย สำหรับผลงานดี ๆ อิอิ



21 พ.ย. 49 13:30:59 น.  172.195.136.170

ความเห็นที่ 2 ...โดย   Nattee

ขอบคุณค้าบ ที่มาอัพแย้ว

วันนี้เลยอิ่มท้องหน่อยคับ เหอ



24 พ.ย. 49 21:13:11 น.  203.144.160.248

ความเห็นที่ 3 ...โดย   Nattee

พี่หลิว

มารอแล้วน้าคับ



20 ธ.ค. 49 20:37:43 น.  203.144.160.250

ส่งความเห็นของคุณ
จาก :
email :
   
Forecolor
Link
Image
Emotions
HR
Cut
Copy
Paste
Bold
Italic
Underline
Image
Image
Image
Justify Left
Center
Justify Right
Ordered List
Unordered List
Decrease Indent
Increase Indent


 
New Page 3

WebBoard Designed By http://www.jj-book.com

For Admin Only