ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

สามีร้ายพ่ายแรงรัก
(1 จำนวนผู้เยี่ยมชม) (1) บุคคลทั่วไป
++ สมาชิกสามารถโพสต์นิยาย 1 เรื่องต่อ 1 กระทู้โดยลงต่อกันไปในกระทู้เดียว โดยไม่จำกัดจำนวนเรื่อง (กระทู้)ที่จะโพสต์ของสมาชิกแต่ละคน หรืออาจจะโพสต์กระทู้ละตอน ต่อ 1 กระทู้ แต่ขอจำกัดให้โพสต์แค่ 1 กระทู้/เรื่อง ในแต่ละวัน แต่ไม่จำกัดจำนวนเรื่องที่โพสต์ ++
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: สามีร้ายพ่ายแรงรัก

สามีร้ายพ่ายแรงรัก 29 เม.ย. 2013 10:45 #1


ตอนที่ ๑

“ต่อไปนี้เธอทั้งสองคนก็จะต้องเป็นคนคนเดียวกันแล้ว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะลูกนะ การจะใช้ชีวิตครคู่อยู่ด้วยกันมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มันต้องใช้ความเข้าใจ เชื่อใจและไว้ใจกัน และที่สำคัญมันต้องใช้ความรัก”เสียงของผู้เป็นย่ากล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวด้วยความตื้นตันที่เห็นหลายชายแท้ๆกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที

“ครับคุณย่า” “ค่ะคุณย่า” ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวตอบรับของผู้เป็นย่า แต่น่าแปลกก็คือทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างทำหน้าอมทุกข์กันทั้งคู่ไม่มีสีหน้ายิ้มแย้มดีใจเลยสักนิด ดูไม่หวานชื่นเหมือนกับคู่แต่งงานที่กำลังจะเข้าหอจนผู้เป็นแม่ต้องใช้สายตาปรามเจ้าบ่าวที่นั่งหน้าบึ้งตึงซังกะตายคล้ายคนมีแต่ความทุกข์มาแรมปี

“ต่อไปหนูริสสาก็จะมาเป็นลูกสะใภ้ของแม่แล้วนะลูก ตาภูลูกจะต้องดูแลลูกสะใภ้คนนี้ของแม่ดีๆนะรู้ไหม”นางภารินทร์สั่งเชิงอ้อนวอนเพราะนางรู้ดีว่าลูกชายของนางนั้นเป็นอย่างไร การแต่งงานของทั้งคู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกคลุมถุงชนเลยทำให้นางภารินทร์แอบหวั่นใจอยู่ลึกๆว่าทั้งสองคนจะไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่กันต่อไปได้

“ครับแม่ผมจะดูแลลูกสะใภ้คนโปรดของคุณแม่อย่างดีเลยละครับไม่ต้องห่วง”ภูธเรศวร์บอกกับมารดาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน นางภารินทร์ถึงกับอ่อนใจ ก่อนจะชักสีหน้าปรามเจ้าลูกชายหัวโปรดที่พูดประชดประชดต่อหน้าคุณย่าบังอรศรีหัวหน้าใหญ่ของบ้านที่เป็นต้นเรื่องของการแต่งงานในครั้งนี้

“วันนี้พ่อดีใจนะที่ได้เห็นลูกสาวของพ่อเป็นฝั่งเป็นฝาซะที พ่อจะได้หมดห่วงนอนตายตาหลับ ลูกต้องเป็นภรรยาที่ดีของคุณภูนะริสสา”นายมงคลกล่าวอวยพรเมอร์ริสสาลูกสาวสุดที่รักด้วยความตื้นตันใจแต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวลไม่น้อยเช่นกัน

“ค่ะคุณพ่อริสสาจะเป็นภรรยาที่ดีของพี่ภู ริสสารักคุณพ่อนะค่ะ” เมอร์ริสสาน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าสวยไม่มีแววว่าดีใจเลยสักนิดที่ได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา จนผู้เป็นพ่อต้องปลอบโยนด้วยมือหนาที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาเพื่อ

คลายความเศร้าหมองที่อยู่ในจิตใจของลูกสาว ก่อนจะหันไปหาว่าที่ลูกเขยของตน

“คุณภูพ่อฝากลูกสาวคนนี้ของพ่อด้วยนะ ริสสาลูกสาวผมยังเด็กนักถ้าเธอทำอะไรไม่ดีก็อย่าถือสาเลยนะคุณภู ริสสาคือดวงใจของผม พ่อขอแค่นี้แหละ”นายมงคลยิ้มบอกกับลูกเขยด้วยความตื้นตันที่ได้ลูกเขยอย่างภูธเรศวร์เพราะเค้าคิดว่าภูธเรศวร์จะสามารถดูแลผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเค้าได้ดีที่สุด

“ผมไม่สัญญาหรอกว่าผมจะดูริสสาให้ดีได้อย่างที่สุด”ภูธเรศวร์เว้นวรรคคำพูดของตัวเองไว้ ทำเอาใจของทุกคนที่ได้ฟังแทบสลายโดยเฉพาะเจ้าสาวแสนสวยที่นั่งอยู่ข้างกายเค้า “แต่ผมสัญญาว่าผมจะดูแลเธอจนกว่าลมหายใจผมจะหมดลง

”ภูธเรศวร์เอ่ยกับผู้เป็นพ่อตาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนเมอร์ริสสาเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของชายที่เธอรักแต่ที่ผ่านมาเค้าทั้งเมินเฉย ไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ใช่บัญชาของผู้เป็นย่าเค้าและเธอคงไม่มีทางได้แต่งงานกันแน่ๆ แต่คำพูดนี้ของภูธเรศวร์ทำให้นายมงคล ผู้เป็นย่า และมารดาของเค้า ต่างพึงพอใจ

“ขอบคุณจริงๆขอบคุณมากลูกเขยพ่อ”นายมงคลขอบดีใจที่อย่างน้อยลูกเขยคนนี้ก็ทำให้เค้าได้วางใจไปเปราะนึงที่เขายกแก้วตาดวงใจให้

“เอาล่ะ คงได้ฤกษ์แล้วสินะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวเค้าจะได้เข้าหอกัน ย่าจะได้อุ้มหลานเร็วๆ”
คุณย่าบังอรศรีพูดเตือนน้ำเสียงแฝงไปด้วยเลสนัย ทำเอาเจ้าสาวมื้อใหม่อย่างเมอร์ริสสาถึงกับอายจนหน้าแดง แต่เจ้าบ่าวกับแสยะยิ้มกับท่าทีของเจ้าสาว

“งั้นภาว่าเราออกไปข้างนอกกันเถอะค่ะ คุณแม่ คุณมงคล ปล่อยให้คู่บ่าวสาวเข้าได้อยู่ด้วยกัน เราคงจะได้มีหลานกันในเร็ววันแน่ๆ“นางภารินทร์ยิ้มก่อนจะชวนคุณย่าบังอัญศรื และนายมงคลออกไปด้านนอกเพื่อเปิดทางให้คู่าวสาวข้าวใหม่ปลามันอยู่ด้วยกันได้อย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์ภายในห้องหอกลับเงียบกริบเมื่อญาติผู้ใหญ่ต่างพากันออกไปจากห้องหอแล้ว ทั้งภูธเรศวร์และเมอร์รริสสาต่างไม่มีใครยอมพูดกับใคร เมอร์ริสสาได้แต่ก้มหน้านิ่งจนภูธเรศวร์รู้สึกอึดอัดจนต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

“เอ้า นี่เธอจะเงียบอีกนานไหม ไปอาบน้ำซะสิ รึอยากจะทำอย่างอื่นก่อนอาบ”ภูธเรศวร์ไม่พูดเปล่าพร้อมกับอย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวหมาดๆอย่างน่ากลัว จนเมอร์ริสสาเองต้องรีบเอ่ยอย่างละล่ำละลัก

“คะ...ค่ะ ริสสาจะรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ค่ะพี่ภู”เมอร์ริสสาพยายามหลบเลี่ยงเจ้าบ่าวที่ยืนขวางเธออยู่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเข้าห้องน้ำง่ายๆซะแล้ว วงแขนแกร่งโอบล้อมร่างของเจ้าสาวแสนสวยอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะตั้งตัว เมอร์ริสสาเริ่มตกใจกับท่าทีของอีกฝ่าย ใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรีแต่ทว่าหล่อเหล่าราวกับเทพ

บุตรก็ไม่ปานอยู่ใกล้กับใบหน้าของเธอเพียงไม่ถึงคืบ รับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ความร้อนจากลมหายใจที่ส่งผ่นให้แก่กันทำให้เมอร์ริสสาถึงกับร้อนๆหนาวๆ แต่คนตัวโตกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเธอด้วยเลยเขาคงจ้องลึกเค้าไปในดวงตาใสแป๋วราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสาก็ไม่ปาน แต่ในแววตาคู่นั้นก็บ่งบอกได้ดีว่าหญิงสาวรู้สึกกลัวเขาแค่ไหน ยิ่งทำให้ภูธเรศวร์อยากจะแกล้งเธอยิ่งนัก

“ยังไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ ฉันว่าเรามาทำเรื่องยังว่ากันก่อนดีกว่า” ภูธเรศวร์ไม่รอช้า ริมฝีปากหนาก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากบางของอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวลิ้นหนาร้อนๆสอดแทรกเข้าไปตามไรฟันขาวที่ปิดไม่ยอมให้ลิ้นหนาเข้าไปสำรวจหาความหวานได้แต่มีหรือเสือผู้หญิงผู้ช่ำชองในบทรักอย่างภูธเรศวร์จะยอม ต่างฝ่ายต่างงัดข้อกันด้วยริมฝีปากอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เมอร์ริสสาถึงกับตาค้างกับการกระทำของภูธเรศวร์มือน้อยปัดป่ายไปมาเพื่อต้องการอากาศหายใจเพราะการจุมพิตครั้งนี้มันไม่ได้อ่อนหวานชวนให้รุ่มหลงแต่เป็นการจุมพิตที่แสนจะทรมานเพราะทั้งเจ็บและทั้งหายใจไม่ออก แต่ภูธเรศวร์กับไม่รู้สึกสะทกสะท้านมือหนากับค่อยๆลุกไล้ไปทางด้านหลังเพื่อรูดซิปชุดแต่งงานของเจ้าสาวแต่มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อเจ้าสาวของเขาดิ้นไปมาไม่ยอมให้เค้ารุกล้ำดินแดนได้ง่ายๆ จนภูธเรศวร์ชักโมโหถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดายในรสจูบที่เค้าคิดว่าแสนหวาน แต่สำหรับคนตัวเล็กแล้วมันเป็นจุมพิตที่เอาแต่ได้เพียงฝ่ายเดียว

“พี่ภูปล่อยริสสานะค่ะ อย่าทำอะไรริสสาเลยริสสากลัว” เมอร์ริสสาพูดติดขัดเพราะยังตกใจกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นไม่หาย ภูธเรศวร์ยิ้มหยันในทาทีของหญิงสาวที่ทำท่าว่าตกใจยังกับพึ่งเคยโดนจูบเป็นคนครั้งแรก

“นี่เธออย่าทำเป็นไม่เคยหน่อยเลย แอ๊บใสซื่อไร้เดียงสาแบบนี้อย่าคิดนะว่าฉันจะเชื่อ เธออาจจะตบตาคนอื่นได้ แต่ตบตาคนอย่างฉันไม่ได้หรอกเมอร์ริสสา ตอนนี้เธอก็ได้ใช้นามสกุล ปัญญาธรแล้วนี่คงสมใจเธอกับพ่อของเธอแล้วสินะ”ภูธเรศวร์เอ่ยวาจาเชือดเฉือนน้ำใจของเมอร์ริสสาโดยไม่สนใจว่าหญิงสาวตรงหน้าจะรู้สึกเช่นไร เมอร์รริสสาถึงกับโกรธที่ชายหนุ่มที่เธอรักเขากำลังกล่าวหาล่วงเกินบิดาผู้บังเกิดเกล้าของเธอ

“พี่ภูถ้าพี่เกลียดริสสามากนัก พี่ภูจะมาแต่งงานกับริสสาทำไม แล้วอีกอย่างคุณพ่อก็ไม่เคยคิดแบบที่พี่ภูบอกด้วยอย่ามากล่าวหาคุณพ่อของริสสานะ ถ้าอยากจะว่าก็ว่าริสสาคนเดียวสิ” เมอร์ริสสาชักฉุน แต่กลับทำให้ภูธเรศวร์นึกขำที่อยู่ดีๆหญิงสาวที่ไม่เคยคิดจะมีปากมีเสียงเถียงใครได้ลุกขึ้นมาเถียงกับเค้า แต่ภูธเรศวร์ก็ต้องยอมรับว่าเขาคงพูดแรงเกินไปจริงๆแต่มันก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือกับผู้หญิงที่คิดจะจับเค้า

“ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะเมอร์ริสสาที่ฉันแต่งงานกับเธอไม่ใช่เพราะฉันพิศวาสอะไรในตัวเธอหรอก แต่เพราะฉันขัดคำสั่งคุณย่าไม่ได้ ถึงใครๆจะคิดว่าเธอเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฏหมายของฉันแต่สำหรับฉันแล้วเธอก็ไม่ต่างอะไรกับนางบำเรอฉันจะทำอะไรกับเธอก็ย่อมได้ จำใส่กะโหลกหนาๆของเธอเอาไว้เมอร์ริสสา” ภูธเรศวร์พูดจาเหยียดหยันน้ำใจของเมอร์ริสสาถึงแม้เธอจะรู้ว่าเค้าเกลียดเธอมากแค่ไหนแต่ทำไมหัวใจดวงน้อยๆของเธอก็ยังคงเป็นของเขาเสมอมา ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีสักวันที่เขาจะทำดีหรือพูดดีๆกับเธอ แต่เธอก็ยังคงรักเค้าอยู่ดี

“ริสสารู้ตัวดีค่ะว่าพี่ภูเกลียดริสสามากแค่ไหนริสสายอมพี่ภูทุกอย่างไม่ว่าพี่ภูจะให้ริสสาอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม ไม่ว่าพี่ภูจะทำร้ายริสสามากแค่ไหนแต่ริสสาก็อยากให้พี่ภูรู้เอาไว้ว่า ริสสารักพี่ภูเสมอและหัวใจดวงนี้ก็จะเป็นของพี่ภูคนเดียว”เมอร์ริสสาจ้องมองใบหน้าคมเข้มด้วยความรักอย่างเต็มเปรี่ยมจนภูธเรศวร์อึ้งเล็กน้อยไม่คิดว่าหญิงสาวที่เค้าไม่เคยแยแสไม่เคยคิดจะรักกลับรักเค้ามากขนาดนี้ จิตใจแข็งกล้าวอ่อนยวบราวกับต้องมนต์ แต่เพราะซาตานที่สิงอยู่ในร่างเขาหรืออย่างไรที่ทำให้ภูธเรศวร์ต้องข่มความรู้สึกอ่อนไหวนี้เอาไว้ในส่วนลึกในจิตใจไม่ว่ายังไงๆเขาก็ไม่วันรักผู้หญิงที่เห็นแก่เงินคนนี้อย่างแน่นอน

“หยุดพร่ำเพ้อพูดว่ารักฉันซะทีเมอร์ริสสา ฉันเกลียดผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างเธอที่สุด ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดเธอไม่ว่าจะวันไหนต่อให้เธอจะทำดีกับฉันมากแค่ไหนฉันก็จะไม่มีทางรักเธอ หัวใจของฉันไม่ได้มีไว้สำหรับเธอเมอร์ริสสา”ภูธเรศวร์ตัดรักเมอร์ริสสาอย่างไม่ใยดี เมอร์ริสสานิ่งอึ้งแต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงเธอก็เลิกรักเค้าไม่ได้อยู่ดี

“ไม่เป็นไรค่ะริสสาไม่ได้ต้องการให้พี่ภูมารักริสสา ริสสาขอแค่รักพี่ภูก็พอแล้ว”เมอร์ริสสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับส่งยิ้มหวานแทบทำให้อีกฝ่ายใจละลาย ภูธเรศวร์ถึงกับต้องควบคุมสติตัวเองเอาไว้ก่อนจะดีดตัวขึ้นจากร่างนิ่มอย่างเสียดาย

“หน้าด้าน! ผู้หญิงอย่างเธอมันหน้าด้าน ชายเค้าไม่รักยังจะดันทุรังบอกรักอีก” ภูธเรศวร์แกล้งทำเป็นโมโหทั้งที่จริงแล้วเขากลับยินดีไม่น้อยเมื่อได้ยินคำบอกรักจากหญิงสาวตรงหน้า ถึงแม้เขาจะได้ยินบ่อยแล้วโดยที่ทุกครั้งเค้าก็มักจะต่อว่าเธอต่างๆนาๆแต่ความรุ้สึกของเขากลับตรงกันข้ามเมื่อเขารู้สึกยินดีและหวั่นไหวกับคำบอกรักของเธอมากมายแค่ไหนเพียงแต่เขาพยายามปิดกั้นตัวเองไม่ให้รักเธอเท่านั้นเอง

“พี่ภูจะด่าจะว่าอะไรริสสาก็ได้ ริสสายินดี ไม่ว่ายังไงริสสาก็รักพี่ภูอยู่ดี”น้ำตาหยดใสไหลรินมาจากดวงตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่ ภูธเรศวร์ถึงกับต้องหันไปทางอื่นก่อนจะสบถด้วยความโมโหตัวเองที่ไม่สามารถหยุดความสงสารที่เค้ามีต่อเมอร์ริสสาได้เลย ยิ่งได้เห็นน้ำตาจากสาวเจ้าเค้าก็ยิ่งหวั่น

“โธ่ เอ้ย!!! จะร้องอะไรกันนักกันหนาว่ะ” ยิ่งได้ยินภูธเรศวร์สบถน้ำตาเจ้ากรรมก็ดันไหลมาไม่หยุด “อยากร้องไห้นักก็ร้องไปเลย ฉันไปหาความสุขข้างนอกดีกว่า เข้าใจไหมว่าฉันเบื่อ เบื่อ และเบื่อ” ภูธเรศวร์ตะคอกใส่เมอร์ริสสาก่อนจะเดินออกจากห้องหอไปโดยไม่หันกลับมามองเจ้าสาวที่นั่งร้องไห้เพราะการกระทำของเขาเลยแม้แต่น้อย

“แม้ปรายหางตาของพี่ภู ริสสาก็ไม่ได้อยุ่ใช่ไหมค่ะ ขนาดวันแต่งงานของเราแต่ทำไมพี่ภูไม่เห็นความสำคัญของมันเลย ทำไมพี่ภูต้องทิ้งริสสาไว้คนเดียวด้วย ริสสาอยากให้เราเป็นเหมือนคู่แต่งงานคู่อื่นๆ “มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเมอร์ริสสาในยามนี้ได้ดีที่สุด หญิงสาวได้แต่มองดูชายคนรักขับรถออกไปข้างนอก ในเมื่อวันนี้เป็นวันแต่งงานของเธอกับเขาแท้ๆแต่เขาก็ไม่เคยคิดจะอยู่กับเธอ เธอก็คงไม่ต่างอะไรกับฝุ่นละอองที่ไร้คุณค่าในสายตาเขาไม่มีวันได้อยู่ในหัวใจของเขา



“อ้าว เสียงรถของใครนอกไปข้างนอกน่ะแม่ภา หวังว่าคงจะไม่ใช่เสียงรถของตาภูหรอกนะแม่ภา”คุณย่าบังอรศรีถามลูกสะใภ้ด้วยความเอ๊ะใจเพราะเสียงรถที่ออกไปข้างนอกนั้นคล้ายกับเสียงรถของหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของตน นางภารินทร์ถึงกับต้องรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่างทันทีในใจก็ได้แต่ภาวนาว่าคงไม่ใช่ลูกชายสุดที่รักของตนแต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ซะแล้วเมื่อรถคันนั้นเป็นรถคันหรูที่กำลังแล่นออกจากคฤหาสน์ปัญญาธรเป็นรถของลูกชายนางจริงๆ นางภารินถึงกลับใจหายวาบ เมื่อนึกถึงเมอร์ริสสาเจ้าสาวที่ถูกทิ้งให้ร้างหอในวันแต่งงานนางรู้สึกสงสารเมอร์ริสสาจับใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเจ้าลุกชายตัวดีของนาง

“รถใครหรือแม่ภา”เสียงของคุณย่าบังอรศรีตะโกนเรียกลูกสะใภ้ด้วยความอยากรู้ นางภารินทร์ถึงกับตกใจขานรับอย่างละล่ำละลัก

“อะ...อะไรนะค่ะคุณแม่”

“แม่ถามว่า รถใครที่ออกไป รถตาภูใช่ไหม” คุณย่าบังอรศรีพอจะจับสถานการณ์ถูกว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนว่านางจะรู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง



“เอ่อ...ใช่ค่ะคุณแม่ ตาภูขับรถออกไปข้างนอก”นางภารินทร์จำใจต้องบอก

“เฮ้อ...แม่ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่บังคับให้เด็กสองคนเขาแต่งงานกัน ถ้าชีวิตคู่ของเค้าสองคนจะไม่ราบลื่นก็คงต้องโทษแม่แล้วล่ะ ที่คลุมฝูงชนเด็กทั้งสองคน”คุณย่าบังอรศรีถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของนางเอง สีหน้าของหญิงวัยชราดูเศร้าลงและเป็นกังวลมากมายนักที่ตนได้ตัดสินใจผิดพลาดและมันก็ยากเกินกว่าจะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก

“ไม่หรอกนะค่ะคุณแม่ ภาเชื่อว่าตาภูและหนูริสสาจะสามารถประคับประคองชีวิตคู่กันต่อไปได้อย่างมีความสุขแน่นอน เพราะมันมีอะไรบางอย่างบอกให้ภาเชื่อแบบนั้นค่ะคุณแม่ ภามองตาของตาภูก็รู้ว่าตาภูแอบมีใจให้หนูริสสาอยู่ลึกๆเพียงแต่ตาภูไม่ยอมรับความรู้สึกนั้นเองต่างหากล่ะค่ะคุณแม่” นางภารินทร์ยิ้มเล็กน้อยถึงแม้ว่าสิ่งที่นางคิดจะเป็นจริงแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านางไม่ได้กังวล

“แม่ก็ขอให้เป็นแบบนั้นล่ะนะภา แม่ก็ได้แต่หวังว่าจะได้อุ้มหลานก่อนตายเท่านั้นเอง คนแก่ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้หรอก” คุณย่าบังอรศรีเริ่มยิ้มได้เมื่อพูดถึงเรื่องหลาน

“งั้นเราสองคนก็ต้องคอยเป็นกามเทพแล้วล่ะค่ะคุณแม่ เราจะได้มีหลานอุ้มกันเร็วๆ”นางภารินทร์ยิ้มกริ่มเมื่อคิดแผนอะไรดีๆออก คุณย่าบังอรศรีงงเล็กน้อยกับท่าทีของลูกสะใภ้

“กามเทพออะไรรึแม่ภา คิดแผนอะไรออกบอกแม่บ้างสิ” คุณย่าบังอรศรีรู้ทันก่อนจะเอียงหูไปรับฟังแผนจากลูกสะใภ้โดยเร็ว ทั้งสองแม่สามีกับลูกสะใภ้ต่างกระซิบบอกแผนลับให้รู้กันแค่เพียงสองคน

“มันจะดีหรือแม่ภา” คุณย่าบังอรศรีถะลึงตาโตเมื่อได้ฟังแผนลับจากลูกสะใภ้คนโปรด

“ดีสิค่ะคุณแม่ รับรองเราได้หลานอุ้มเร็วๆนี้แน่ค่ะ”นางภารินทร์ยิ้มอย่างมีเลศนัย ให้กับแม่สามี

“เอาก็เอา เพื่อหลานแม่ยอมทำทุกอย่าง”คุณย่าบังอรศรีถึงแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนนี้สักเท่าไหร่แต่ด้วยความอยากมีหลานจึงทำให้คุณย่าบังอรศรีจำต้องเห็นด้วยกับแผนการของลูกสะใภ้

“ดีค่ะคุณแม่ เราคงจะได้เริ่มภารกิจพิชิตหลานรักกันสักที” นางภารินพยักหน้าหยั่งเชิงให้แม่สามีคล้อยตามนาง

“สู้โว๊ย เพื่อหลาน” คุณย่าบังอรศรีถึงกับพูดให้กำลังใจตัวเอง นางภารินทร์ถึงกับหลุดขำออกมากับท่าทีของแม่สามี ทั้งสองคนต่างอมยิ้มให้กันเป็นรับรู้ถึงแผนการเด็ด ทางด้านของภูธเรศวร์ใยยามนี้เค้าก็ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่ออกมาจากห้องหอทิ้งให้เจ้าแสนสวยของเค้าร้างหอเพียงผู้เดียว เขารู้ดีว่าเมอร์ริสสารู้สึกเช่นไรกับการกระทำของเค้าแต่ถ้าหากเขาไม่ทำแบบนี้แล้วล่ะก็คนที่จะเจ็บปวดมากที่สุดก็อาจเป็นตัวของเขาเองที่ต้องกลืนน้ำลายตัวเองรักผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน ใครจะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็คงได้แต่จะมีใครเข้าใจว่าภูธเรศวร์ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมสยบต่อหญิงสาวคนใดกลับต้องมาถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาเกลียดมากที่สุดอย่างเมอร์ริสสา พูดไปก็คงไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าเขาก็เจ็บปวดไม่แพ้หญิงสาวเหมือนกัน

“เมอร์ริสสาเธออย่าดีกับฉันมากเกินไปได้ไหม เธอรู้บ้างไหมว่าฉันพยายามไม่รักเธอ” ภูธเรศวร์ได้แต่พร่ำเพ้อกับตัวเองเพราะหัวใจที่เคยเดียดฉันท์เคยรังเกรียจว่าเมอร์ริสสาเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายในตอนนี้กลับต่อต้านความคิดนี้ของเขาซะแล้ว

“เป็นบ้าอะไรของแกว่ะไอ้ภู แกจะรักเมอร์ริสสาไม่ได้เด็ดขาด ตื่นซะทีไอ้ภู” ภูธเรศวร์พยายามเตือนสติของตัวเองก่อนจะเร่งความเร็วของรถขึ้นอีกระดับหนึ่ง เป้าหมายของภูธเรศวร์ก็คือคอนโดหรูใจกลางเมืองนั่นเอง แต่ใช่ว่าภูธเรศวร์จะเข้าไปพัก เขาต้องการไปพบใครบางคนที่สามารถทำให้เค้าสบายใจได้ ไม่นานรถคันหรูก็ขับมาจอดในคอนโดหรูที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ร่างสูงก้าวลงจากรถด้วยมาดนิ่งๆโดยไม่สนใจพนักงานที่กุลีกุจอมาสวัสดีและต้อนรับเลยแม้แต่นิดเดียว จนมาถึงหน้าห้องพักเป้าหมายที่เค้าจะมาหาในคืนนี้ ภูธเรศวร์รูดคีย์การ์ดก่อนจะเดินเข้าไปใน
ห้องชายหนุ่มกวาดสายตาไปที่เตียงนอนที่ว่างเปล่าอย่างสงสัย

“อัญคุณอยู่ที่ไหนนะ”ภูธเรศวร์สบถแล้วครุ่นคิดว่าตอนนี้หญิงสาวอยู่ที่ไหน ก่อนจะนึกขึ้นได้ร่างสูงรีบเดินไปเปิดม่านเพื่อไปหาหญิงสาวที่ริมระเบียงไม่ผิดคลาดหล่อนยืนอยู่ที่ริมระเบียงอย่างที่เขาคิดไม่มีผิด

“มาแล้วหรือค่ะภู วันนี้วันแต่งงานของคุณนี่ค่ะทำไมคุณไม่เข้าหอกับเจ้าสาวของคุณล่ะ”อัญญาดาตัดพ้อภูธเรศวร์ด้วยความน้อยใจที่เขาบอกรักเธอแต่กลับไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นทำให้อัญญาดาช้ำใจไม่น้อย ภูธเรศวร์กลับคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าเข้าใจการกระทำทุกอย่างของเค้าแต่เปล่าเลยอัญญาดาโกรธแค้นกับการกระทำของครั้งนี้ของภูธเรศวร์มากแต่เธอได้แค่เก็บไว้ในใจ

“โธ่ อัญคุณเข้าใจผมนะ ที่ผมต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นก็เพื่อคุณย่า คุณก็รู้นี่ ส่วนผู้หญิงที่ผมรักคืออัญ อัญญาดาคนนี้ต่างหาก”ภูธเรศวร์พูดเสียงหวานมือหนาโอบกอดร่างบางเอาไว้อย่างอ้อนๆ จนอัญญาดาต้องยอมแพ้ใน

คารมของภูธเรศวร์ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะมีผู้หญิงสักกี่คน แต่อัญญาดาก็คือผู้หญิงที่เค้ารู้สึกดีด้วยมากที่สุดแต่ถ้าจะเรียกว่ารักคงยังไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยอยากจะแต่งงานกับเธอเลยแม้แต่น้อยไม่เคยหึงไม่เคยห่วง

“ภูอย่ามาปากหวานเลยค่ะ กลับไปหาเมียคุณเถอะ ป่านนี้คงอยากเข้าหอกับคุณเต็มแก่แล้วล่ะค่ะ” อัญญาดาเอ่ยปากไล่ภูธเรศวร์ออย่างไม่จริงไม่จังนัก ใบหน้าสวยคมหงิกงอบอกอารมณ์ของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี แต่ภูธเรศวร์กลับยิ่งได้ใจมือหนาจับใบหน้าสวยหันมาทางเขาก่อนที่ริมฝีปากร้อนๆนั้นจะประกบลงไปบนริมฝีปากบางที่แต่งเต้มไว้ด้วยริมสติ๊กสีแดงสดหญิงสาวไม่มีท่าทีขัดขืนแต่กลับเต็มใจสนองรสจูบแสนหวานนั้นด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กันลิ้นหนาและลิ้นบางเริ่มพันกันเกี่ยวกระหวัดจนแทบจะหลวมรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันเลยก็ว่าได้ ภูธเรศวร์ค่อยๆดันร่างบางของหญิงสาวเข้ามาในห้องนอนโดยที่ริมฝีปากก็ยังคงเกี่ยวกระหวัดกันอย่างดูดดื่ม อัญญาดารับรู้ได้ถึงความร้อนในร่างกายของตนเองที่เริ่มพลุ่งพล่านจากการเร้าโลมของภูธเรศวร์ ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศแทบไม่มีความหมายเลยสำหรับสองหนุ่มสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงไฟรักระเริงราคี เสื้อผ้าน้อยชิ้นค่อยถูกถอดมากองบนพื้นอย่างรำคาญเต็มที ต่างฝ่ายต่างโรมรันจนแยกไม่ออกว่าใครที่เร่าร้อนกว่ากัน...

จบตอนที่๑






  • Inney
  • ( สมาชิก )
  • ออฟไลน์
  • สมาชิกใหม่
  • ทักทายๆ
  • จำนวนโพสต์: 5
  • พลังน้ำใจ: 2
Inney
แก้ไขล่าสุด: 29 เม.ย. 2013 13:16 โดย Inney.

ตอบกลับ: สามีร้ายพ่ายแรงรัก 30 เม.ย. 2013 00:00 #2

พี่ภูนี่ชักจะยังไงๆ คืนวันแต่งงานตนเองดันแอบไปมีอะไรกับสาวอื่นได้
  • นอนดูดาว
  • ( สมาชิก )
  • ออฟไลน์
  • ๐๐ เรือนดาวราย ๐๐
  • จำนวนโพสต์: 2565
  • พลังน้ำใจ: 55
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: Inney

ตอบกลับ: สามีร้ายพ่ายแรงรัก 30 เม.ย. 2013 02:10 #3

เป็นสามีที่ร้ายจริงๆ
  • kjira
  • ( ผู้ดูแลฟอรัม )
  • ออฟไลน์
  • Moderator
  • ++ กานต์จิรา ++
  • จำนวนโพสต์: 794
  • พลังน้ำใจ: 41

------------------------------------------------------
- เวบนิยายเมลาเนียล

------------------------------------------------------
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: Inney

ตอนที่๒ 30 เม.ย. 2013 12:11 #4

ตอนที่๒



วันนี้น่าจะเป็นเช้าวันใหม่ที่สดใสของหญิงสาวที่พึ่งผ่านการแต่งงานมาหมาดๆแต่หาเป็นเช่นนั้นไม่เมื่อเธอถูกสามีทิ้งให้ล้างเรือนหอเพียงลำพัง เธอก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงไร้ค่าไร้ความหมายในสายตาเขา เธอไม่มีสิทธิ์ได้กอดเขา ไม่มีสิทธิ์ได้นอนหลับอยู่ข้างๆกับเขา เธอไม่มีสิทธิ์ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นเขายิ้มให้ เธอไม่เคยมีสิทธิ์ใดๆในตัวของเขาเลย เมอร์ริสสาได้แต่น้อยเนื้อต่ำใจที่เธอเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่เงินในสายตาเขาเท่านั้นไม่มีวันได้เป็นคนที่เขารักไม่มีทางได้หัวใจของเขามาครอบครอง การแต่งงานสำหรับเมอร์ริสสาและภูธเรศวร์เป็นเพียงการแต่งงานที่ผูกมัดแค่เพียงทางกายเท่านั้นแต่ทางใจเธอไม่สามารถผูกมัดเขาได้เลย ยิ่งคิดถึงเมื่อคืนยิ่งทำให้หญิงสาวเสียใจยิ่งนักในการกระทำของภูธเรศวร์ที่ทิ้งให้เธอนอนหนาวเพียงลำพังในห้องหอที่ควรจะมีเข้าบ่าวและเจ้าสาวนอนกอดให้ความอบอุ่นแก่กันแต่มันกลับไม่เคยเป็นอย่างที่เมอร์ริสสาฝันไว้เลยแม้แต่นิดเดียว ความฝันและความหวังของผู้หญิงคนนึงพังทลายลงด้วยฝีมือของชายหนุ่มที่เธอรักแสนรักนักหนาแต่สุดท้ายเขาก็ตอบแทนเธอด้วยความเจ็บปวดอยู่ร่ำไป แต่เป็นเช่นใดหนอใจเจ้ากรรมก็ยังคงมั่นรักเพียงแต่เขาเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน

“ถึงพี่ภูจะไม่เคยรักริสสาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่หัวใจของริสสาก็ไม่สามารถเลิกรักพี่ภูได้อยู่ดี”เมอร์ริสสามองไปที่รูปของภูธเรศวร์ที่เป็นตัวแทนของชายหนุ่มที่เธอรัก มือบางเอื้อมไปหยิบรูปนั้นขึ้นมาอย่างเบามือก่อนจะจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ในรูปอย่างไม่เข้าใจ

“ริสสาจะต้องทำยังไงค่ะถึงจะเข้าได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่ภูได้บ้าง” เมอร์ริสสาได้แต่พร่ำเพ้อกับรูปภาพของภูธเรศวร์อย่างอาลัยอาวร ครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้าทำร้ายจิตใจเธอ แต่ทว่ามันช่างรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมานัก เพราะชายหนุ่มหาได้รู้ตัวไม่ว่าได้ทำลายความฝันชีวิตการแต่งงานของผู้หญิงคนหนึ่งไปแล้วจนหมดสิ้น เมอร์ริสสาวางรูปลงที่เดิม ร่างบางในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยแต่กลับส่งผลให้หญิงสาวดูสวยโดดเด่นกว่าผู้หญิงบางคนที่แต่งหน้าจัดจ้านเสียด้วยซ้ำไป หญิงสาวมองไปที่ระเบีบงที่มีเพียงกระจกบานใสๆขวางกั้นอยู่ ก่อนจะเดินไปเลื่อนมันออก เมอร์ริสสาออกไปมองท้องฟ้าที่ตอนนี้แสงแดดอ่อนจากพระอาทิตย์เริ่มส่องลงมาแล้ว เมฆสีดำค่อยๆลอยผ่านพัดไปท้องฟ้าแจ่มใสเข้ามาแทนที่ ถ้าชีวิตของเธอเป็นแบบนั้นก็คงจะดีไม่น้อย เมอร์ริสสาปล่อยสติและความคิดไปตามแรงลมที่พัดมาถูกผิวกายที่นวลเนียนขาวสะอาด หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดเต็มแรงอย่างเพื่อปลดปล่อยความทุกข์ใจออกจากสมองที่ตอนนี้เริ่มรุมเร้ามาถึงจิตใจของเธอแล้ว



ก็อกๆ!!! เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกสติของเมอร์ริสสากลับมา หญิงสาวตกใจสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปรับระดับอารมณ์ของตนให้เป็นปกติ

“คุณริสสาค่ะคุณท่านและคุณผู้หญิงสั่งให้หนูมาตามคุณภูและคุณริสสาไปทานอาหารเช้าค่ะ”เสียงสาวใช้วัยกระเตาะดังขึ้น

“ขอบใจจ๊ะแต้ว ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี่แหละจ๊ะ”เมอร์ริสสาขานรับสาวใช้

“งันแต้วไปจัดโต๊ะก่อนนะค่ะคุณริสสา” สาวใช้วัยกระเตาะรับคำเจ้านายก่อนจะรีบเดินลงไปด้านล่างเพื่อจักเตรียมอาหารมื้อเช้า

“จ๊ะแต้ว”เมมอร์ริสสาพยายามทำตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้เพราะเธอไม่อยากให้ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีพระคุณต้องมาเครียดเรื่องของเธอกับภูธเรศวร์ไปด้วย แต่ปัญหามันอยู่ที่เธอจะแก้ตัวแทนภูธเรศวร์ยังไงว่าเค้าออกไปไหนในเมื่อเธอก็ไม่รู้จริงๆว่าเค้าหายออกไปไนมาทั้งคืนจนป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเลย เมอร์ริสสาได้แต่ถอนหายใจ

“เฮ้อ...” “ภูจะกลับบ้านแล้วหรือค่ะ อย่าพึ่งรีบกลับสิคะ อัญอยากอยู่กับคุณนานๆ นะค่ะภู” อัญญาดาลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยร่างกายเปลือยเปล่าราวกับว่าต้องการยั่วตัณหาราคะในตัวของภูธเรศวร์ให้ลุกโชน เพราะมันใช้ได้ผลทุกครั้งที่จะทำให้เค้าอยู่กับเธอนานๆ เธอถือคติที่ว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา และเมื่อเธออยากจะได้อะไรแล้วเธอก็จะต้องได้

“อัญครับวันนี้ผมคงอยู่กับคุณไม่ได้ คุณอย่าลืมสิว่าผมแต่งงานแล้วนะ” ภูธเรศวร์ปลอบใจอัญญาดาด้วยเสียงอ่อนหวานออดอ้อน แต่หญิงสาวกลับยิ่งนึกโมโหกลับคำว่าแต่งงานของเค้า

“ใช่สิค่ะ ภูแต่งงานมีเมียแล้วนี่นาอัญก็ลืมไปว่า อัญก็มีฐานะไม่ต่างอะไรกับเมียน้อยของภูหรอก”อัญญาดาทำหน้าหงิกหงอราวกับนางร้ายในละครก็ไม่ปาน

“โธ่ อัญครับไม่จริงเลยคุณคือคนที่ผมรัก ส่วนผู้หญิงคนนั้นถึงใครๆจะรู้ว่าอยู่ในฐานะเมียของผมแต่สำหรับผมเค้าก็ไม่ต่างอะไรกับนางบำเรอหรอก คุณอย่าห่วงไปเลยนะ” ภูธเรศวร์สรรหาคำพูดสารพัดมาเพื่อที่จะให้อัญญาดาไว้วางใจจะได้ปล่อยตัวเขาให้กลับบ้านซะที เพราะตอนนี้ในใจเค้าร้อนรุ่มไปด้วยเมอร์ริสสาเจ้าสาวที่เขาเองเป็นคนทิ้งให้หล่อนร้างหอ คิดถึงริมฝีปากบางที่เค้าได้ลิ้มรสจุมพิตอันแสนหวานเมื่อคืน คิดถึงกลิ่นกายหอมอ่อนๆ คิดถึงใบหน้าหวานสวย คิดถึงทุกๆอย่างที่เป็นเมอร์ริสสาเลยก็ว่าได้จนทำให้ภูธเรศวร์แทบคลุมคลั่ง นี่เค้าเป็นอะไรไปนี่


“จริงหรือค่ะภูที่ภูเห็นแม่เด็กนั่นเป็นแค่นางบำเรอ” อัญญาดาย้ำถามเพราะไม่อยากจะเชื่อคำพูดของภูธเรศวร์ซักเท่าไหร่เพราะแววตาและคำพูดของชายหนุ่มมันช่างตรงกันข้ามเสียเหลือเกิน อัญญาดาเองก็นึกหวั่นไม่น้อย สายตาที่เคยมองหล่อนอย่างรักใคร่นักหนาแต่ทำไมในตอนนี้คำบอกรักของภูธเรศวร์ช่างดูว่างเปล่าเสียเหลือเกินเหมือนเขาพยายามหลอกตัวเอง ไม่ใช่ว่าอัญญาดาจะดูไม่ออกแต่หล่อนไม่อยากจะให้ไก่ตื่นเพราะไม่เช่นนั้นหล่อนอาจจะต้องเสียภูธเรศวร์ไปตลอดชีวิตเลยก็อาจเป็นได้

“จริงสิครับอัญคุณคือคนที่ผมรัก คุณคนเดียวเท่านั้น”ภูธเรศวร์ยังคงหลอกตัวเองว่ารักอัญญาดาทั้งๆที่ตอนนี้เขาแทบไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลยด้วยซ้ำไปแต่เพราะอะไรที่ทำให้เค้าต้องหลอกตัวเองก็เพราะเค้าไม่ต้องการรักผู้หญิงหน้าเงินแบบเมอร์ริสสายังไงล่ะ

“ขอบคุณนะค่ะภู อัญก็รักภูค่ะ และภูก็จะต้องเป็นของอัญคนเดียวตลอดไป” อัญญาดาเองถึงแม้จะรู้ว่าความรู้สึกระหว่างเค้าและหล่อนอาจจะเปลี่ยนไปแต่ความหลงที่ยังคงมีมากทำให้หล่อนก็ยังคงหลงระเริงคิดว่าภูธเรศวร์ยังรัก และเพราะความหลงนี้ทำให้หล่อนต้องแย่งภูธเรศวร์กลับมาเป็นของหล่อนเพียงคนเดียวทั้งตัวและหัวใจให้ได้ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีสิท์มาแย่งทั้งนั้น ภูธเรศวร์กลับมาที่คฤหาสน์ปัญญาธรด้วยท่าทีเหนื่อยใจมากกว่าเดิมเขาไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่ไปอยู่กับอัญญาดา ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้เค้าคงจะมีความสุขที่ได้อยู่กับหล่อน แต่ทำไมตอนนี้มันกลับตรงกันข้ามเสียจริงที่เขากลับคิดถึงแต่หญิงสาวที่เขาเกลียดนักๆเกลียดหนา ร่างสูงก้าวอย่างรวดเร็วเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ตอนนี้เขาหวังเพียงว่าทุกคนในบ้านคงยังไม่มีใครลงมาอยู่ด้านล่างเพราะไม่อย่างงั้นเค้าคงจะต้องถูกคุณย่าบังอรศรีและมารดาต่อว่าเป็นแน่ที่ทิ้งเจ้าสาวเอาไว้ในห้องหอคนเดียว

“กลับมาแล้วเหรอตาภู”เสียงของคุณย่าบังอรศรีดังขึ้น ภูธเรศวร์ถึงกลับสะดุ้งเฮือกใหญ่ไม่คิดว่าวันนี้ทุกคนในบ้านจะตื่นเช้าขนาดนี้ ภูธเรศวร์ค่อยๆหันไปมองหญิงชราผู้เป็นย่าอย่างรู้สึกผิด

“คะ...ครับคุณย่า กลับมาแล้ว” ภูธเรศวร์พูดติดๆขัดๆเพราะตั้งแต่เกิดมาภูธเรศวร์เชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นย่าเสมอมาแต่ครั้งนี้เขากลับขัดคำสั่งของผู้เป็นย่าก็คงเป็นธรรมดาที่ภูธเรศวร์จะรู้สึกผิด



“หลานหายไปไหนมาทั้งคืน ปล่อยหนูริสสาไว้คนเดียวได้ยังไง รู้ไหมย่าผิดหวังในตัวหลานมากนะภู”คุณย่าบังอรศรีทำหน้าผิดหวังอย่างที่สุดที่หลานชายสุดที่รักขัดคำสั่งของตนได้ ภูธเรศวร์ได้แต่ก้มหน้านิ่งก่อนจะครุ่นคิดไปถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องโดนคุณย่าสุดที่รักโกรธ

“อ๋อ..นี่คุณย่าคงโดนยัยผู้หญิงหน้าเงินคนนี้ปั่นหัวเอาสินะครับ ผู้หญิงจืดชืดไร้ราคาแบบนี้แค่หน้าผมยังไม่อยากจะมองเลย”ภูธเรศวร์นึกโมโหเมอร์ริสสาสายตาคมดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองไปที่ใบหน้าหวานที่นั่งนิ่งอยู่ข้างกับคุณย่าบังอรศรีด้วยความโมโหแกมเกลียดชัง ถ้าไม่มีคุณย่าบังอรศรีและนางภารินทร์ผู้เป็นมารดานั่งอยู่ด้วย ป่านนี้เขาคงจะจับเมอร์ริสสาหักคอไปแล้วก็เป็นได้

“หยุดนะตาภู ถึงยังไงหนูริสสาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของหลาน คนในสังคมเค้าจะคิดยังไงที่หลายทิ้งให้เจ้าสาวร้างหอ”คุณย่าบังอรศรีนึกโมโหที่หลานชายพูดทำร้ายจิตใจของเมอร์ริสสามากเกินไป แต่นางเองก็จนใจที่จะทำให้ทั้งสองรักกันดังเช่นสามีภรรยาคู่อื่น

“ก็ช่างสิครับ ผมไม่สน เพราะผมเกลัยดผู้หญิงหน้าเงินคนนี้เป็นที่สุด”ภูธเรศวร์ยังคงพูดเอาแต่ใจตัวเองโดยไม่สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยแม้แต่นิดเดียว เมอร์ริสสาเองก็ได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบสายคมที่จ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอยังไงยังงั้น

“เมื่อไหร่หลานจะเลิกดูถูกหนูริสสาสักที แต่เอาเถอะสักวันกาลเวลาจะพิสูจน์ให้หลานได้เห็นว่าสิ่งที่หลานคิดไม่ได้ถูกเสมอไป แต่ถ้าถึงตอนนั้นเมื่อไหร่คนที่จะต้องเสียใจมากที่สุดก็อาจจะเป็นตัวของหลานเองก็เป็นได้ตาภู”คุณย่าบังอรศรีตักเตือนหลายชายตัวดีของนางด้วยความหวังดี นางภารินทร์เองก็ได้แต่เงียบเพราะนางรู้ดีว่าภูธเรศวร์เป็นคนหัวดื้อ มักจะเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เสมอถึงนางพูดไปภูธเรศวร์ก็ไม่ฟังนางอยู่ดี

“ไม่มีวันนั้นหรอกครับคุณย่า ผมจะไม่มีวันเสียใจเพราะผู้หญิงคนนี้เป็นอันขาด”ภูธเรศวร์ลั่นวาจาอย่างมั่นใจ ทำให้คุณย่าบังอรศรียิ่งเอือมระอาหนักเข้าไปใหญ่

“จำคำของหลานเอาไว้ให้ดีเถอะตาภู”คุณย่าบังอรศรียิ้มๆให้กับหลานชายเพราะนางแน่ใจว่าสักวันสิ่งที่นางคิดมันจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน

“พนันกันได้เลยครับคุณย่า”พูดจบภูธเรศวร์ไม่รอช้าเค้าเดินเข้าไปหาเมอร์ริสสาพร้อมกับกระชากหญิงสาวขึ้นมาอย่างไม่ปราณีปราศรัยต่อหน้าคุณย่าบังอรศรีและมารดา แขนที่บอบบางเป็นร้อยแดงขึ้นมาทันทีตามแรงบีบของชายหนุ่ม คุณย่าบังอรศรีและนางภารินทร์ไม่พอใจการกระทำของหลานชายมากแต่ก็จนปัญญาที่จะห้าม

“เธอมานี่กับชั้นเมอร์ริสสา” ภูธเรศวร์ยังคงฉุดกระชากเมอร์ริสสาอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเจ็บมากแค่ไหน

“โอ๊ย พี่ภูค่ะริสาเจ็บ” เมอร์ริสสาพยายามขืนตัวไว้ไม่ให้ไถลไปตามแรงกระชากของภูธเรศวร์แต่ก็ยากเต็มที่เมื่อชายหนุ่มแรงเยอะกว่าเธอมากนัก

“ตาภู อย่าทำอะไรหนูริสสาเค้านะ ลูกจะบ้าไปแล้วหรือไง”นางภารินทร์สงสารเมอร์ริสสาจับใจ การกระทำของภูธเรศวร์นับวันยิ่งทำให้ทั้งมารดาและคุณย่าบังอรศรีเอือมระอาใจ

“ปล่อยเค้าไปเถอะแม่ภา แม่เชื่อว่าตาภูไม่กล้าทำร้ายหนูริสสาอย่างแน่นอน”คุณย่าบังอรศรีถึงจะสงสารเมอร์ริสสาแต่ก็ยังคงเชื่อใจหลานชายว่าภูธเรศวร์เป็นคนเช่นไร นางภารินทร์เองก็พยักหน้าให้แม่สามีด้วยความเข้าใจ ภูธเรศวร์ลากเมอร์ริสสาเข้ามาในห้องนอนด้วยความโมโหแต่ก็เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของชายหนุ่มนี่ล่ะที่ทำให้เมอร์ริสสาต้องเจ็บตัวเรียวแขนที่เคยขาวสะอาดปราศจากริ้วรอยใดๆตอนนี้กลับแรงเป็นจ้ำๆตามแรงบีบของชายหนุ่ม ไหนจะเรียวขาอีกที่เกี่ยวกับราวบันไดตอนที่ภูธเรศวร์กระชากให้เธอขึ้นไป ตอนนี้ตามเนื้อตามตัวของเมอร์ริสสามีแต่รอยเชียวช้ำโดยเฉพาะแขน แต่ภูธเรศวร์กลับมองดูอย่างสะใจไม่มีความรุ้สึกผิดใดๆแม้แต่นิดเดียว เมอร์ริสสารู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก

“เธอนี่มันเจ้ามารยาจริงๆเลยนะเมอร์ริสสา หลอกปั่นหัวคุณแม่กับคุณย่าของฉันได้เธอสนุกมากใช่ไหม หึ เมอร์ริสสา”ภูธเรศวร์ตะคอก หญิงสาวรู้สึกกลัวมากที่ชายหนุ่มในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายที่พร้อมจะกระชากวิญญาณเธอไปได้ทุกเมื่อ สายคมดุดันราวกับปีศาจซาตานร้ายจะขย้ำเธอให้ตายคามือนั้นอีก แต่ผู้หญิงที่อ่อนแออย่างเธอจะไปสู้อะไรกับเขาได้นอกจากปล่อยให้เขาให้ทำร้ายเธอทั้งตัวและหัวใจ



“พี่ภูฟังริสสาก่อนสิค่ะ ริสสาไม่ได้คิดจะปั่นหัวคุณย่ากับคุณแม่เลยนะค่ะ พี่ภูเข้าใจริสสาผิด” เมอร์ริสสาพยายามอธิบายให้ภูธเรศวร์เข้าใจในตัวเธอบ้างแต่มีหรือที่คนอย่างภูธเรศวร์จะเชื่อ ถึงแม้ความหวังที่จะทำให้เขาเข้าใจเธอบ้างมันจะริบหรี่เต็มทนแต่คนอย่างเมอร์ริสสาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ

“หยุดตอแหลสักทีเมอร์ริสสา ฉันเกลียดผู้หญิงอย่างเธอที่สุด” ภูธเรศวร์เอื้อมมือหนามาจับที่ปลายคางมนได้รูปอย่างรวดเร็วพร้อมกับออกแรงบีบอย่างแรง เมอร์ริสสาพยายามปัดมือหนาของภูธเรศวร์ออกเพราะความเจ็บ



“โอ๊ย พี่ภูค่ะริสาเจ็บ ปล่อยริสสาเถอะค่ะ”เมอร์ริสสาพยายามอ้อนวอนชายหนุ่มเพราะตอนนี้คางมนเจ็บจนชา แต่คนที่ออกแรงบีบกลับไม่รู้สึกสงสารเลยสักนิด

“ผู้หญิงหน้าเงินแบบเธอมันสมควรแล้วที่จะได้รับบทลงโทษแบบนี้ นี่มันพึ่งเริ่มต้น เธอยังต้องเจออีกเยอะ การเป็นเมียฉันมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะเมอร์ริสสาจำใส่หัวเธอไว้ซะ”ภูธเรศวร์ปล่อยมือออกจากปลายคางมนของหญิงสาว ใบหน้าหวานตอนนี้มีแต่น้ำตานองหน้า แต่มันก็ไม่ทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าเห็นใจหรือสงสารเธอเลย

“ริสสาจะต้องทำยังไง ริสสาไม่รู้ว่าพี่ภูเกลียดอะไรริสสานักหนา พี่ภูบอกริสสาหน่อยสิค่ะ” เมอร์ริสสาเอื้อมมือบางไปแตะแขนของภูธเรศวร์อย่างทนุถนอม ภูธเรศวร์กลับยิ่งมองหญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยันมากขึ้นกว่าเดิมก่อนจะปัดมือบางนั้นออกอย่างไม่แยแส

“อย่าเอามือสกปรกของเธอมาแตะต้องตัวฉัน ฉันขยะแขยง” เมอร์ริสสาเจ็บแปลบเข้าไปถึงก้นบึงของหัวใจเมื่อได้ยินคำตัดรักจากภูธเรศวร์อย่างไม่ใยดี



“ริสสารักพี่ภู ริสสาเชื่อว่าสักวันพี่ภูจะต้องรักริสสาอย่างที่ริสสารักพี่ภูบ้าง”เมอร์ริสสาไม่พูดเปล่าหญิงสาวก้าวเข้ามาหาชายหนุ่มพร้อมกับโอบรัดแผ่นหลังภูธเรศวร์จากทางด้านหลัง ภูธเรศวร์เองก็นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะรักเค้ามากถึงเพียงนี้จิตใจเย็นชาดั่งน้ำแข็งจะคงเย็นชาได้อีกสักกี่น้ำถ้าเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ทุกวันเค้าคงมิอาจต้านทางแรงเสน่หาที่มีต่อเมอร์ริสสาได้แน่ๆ

“เมื่อไหร่เธอจะเลิกเพ้อเจ้อสักทีเมอร์ริสสา จะให้ฉันต้องบอกเธออีกกี่ครั้งว่าฉันเกลียดเธอและไม่มีวันที่ฉันจะรักเธอ”ภูธเรศวร์แกะเรียวแขนขาวออกจากตัว ก่อนจะสะบัดหนีสุดแรง เมอร์ริสสาถึงกลับล้มลงไปกองกับพื้น

“พี่ภูริสสาเจ็บ”เมอร์ริสสารุ้สึกเจ็บที่ข้อเท้าเป็นอย่างมากจนไม่สามารถประคองกายให้ลุกขึ้นได้ แต่ภูธเรศวร์กลับคิดว่าหญิงสาวโกหกยิ่งทำให้ชายหนุ่มรังเกรียจเดียดฉันท์หญิงสาวมากขึ้นไปอีก

“นี่เธออย่ามาสำออยหน่อยเลย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้อย่าให้ฉันต้องโมโหเมอร์ริสสา”ภูธเรศวร์ยืนมองภาพหญิงสาวที่ร้องโอดโอยตรงหน้าด้วยความสงสารปนสมเพช “ริสสาเจ็บจริงๆนะค่ะพี่ภู ริสสาลุกไม่ไหว” ภูธเรศวร์เริ่มเชื่อแต่เพราะกลัวจะเสียฟอร์มเลยทำให้ชายหนุ่มยังคงยืนเฉยไม่คิดจะช่วยหญิงสาว แต่จนแล้วจนรอดเค้าก็ไม่ใจร้ายขนาดจะทนเห็นผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยานอนเจ็บอยู่ตรงหน้าได้หรอก

“มานี่ เธอมันชอบหาเรื่องใส่ตัว” ภูเรศวร์ตรงเข้าไปอุ้มหญิงสาวขึ้นมาเมอร์ริสสาเองก็ทั้งตกใจและดีใจที่อย่างน้อยเค้าก็ยังเป็นห่วงเธอถึงแม้มันจะเกิดจากความจำใจแต่มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยดวงนี้ของเธอพองโตได้อย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวไปวางที่เตียงนอนอย่างเบามือ เมอร์ริสสาใช้จังหวะนั้นโอบรอบคอของภูธเรศวร์ทันที จนชายหนุ่มเสียหลักล้มตัวลงไปทาบทับกับหญิงสาวอย่างไม่ตั้งใจ แต่มันเป็นความตั้งใจของเมอร์ริสสาเองนั่นแหละ ภูธเรศวร์พยายามดันกายจะลุกขึ้นแต่กลับเป็นหญิงสาวเองที่รั้งตัวเค้าไว้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคนขึ้นมาทบทับบนร่างกายกำยำสมชายชาตรีนั้นแทน คราวนี้ภูธเรศวร์กลับเป็นฝ่ายตาลุกวาวซะเอง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะกล้าเสี่ยงดวงกับเสือผู้หญิงเช่นเขา

“ริสสาอยากมีลูก พี่ภูมีลูกกับริสสานะค่ะ”เมอร์ริสสากระซิบเบาๆที่ข้างหูของภูธเรศวร์ ชายหนุ่มถึงกับขนลุกเกลียวเค้าก็อยากจะปฎิเสธสัมพันธ์สวาทนี้เหลือเกินแต่ทำไมทั้งหัวใจและร่างกายมันตอบสนองต่อเธอเช่นนี้ เมอร์ริสสาขบกัดเบาๆที่ติ่งหูของชายหนุ่มเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของภูธเรศวร์ ดูเหมือนมันจะได้ผลเมื่อชายหนุ่มหลับตาลงเหมือนพยายามข่มความต้องการบางอย่างที่กำลังพลุ่งพล่าน

“เธอคิดผิดคิดใหม่ได้นะเมอร์ริสสา เสี่ยงกับฉันบางทีมันก็ได้ไม่คุ้มเสีย”ภูธเรศวร์สะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองอย่างถึงที่สุดจนแทบจะทนไม่ไหวใจจริงเค้าอยากจะจับหญิงสาวมาอยู่ใต้ร่างเขาแล้วเป็นคนเริ่มบทรักครั้งนี้เองซะด้วยซ้ำไป แต่เพราะทิฐิและอะไรหลายๆอย่างทำให้ภูธเรศวร์ต้องข่มอารมณ์ดิบเถื่อนเอาไว้ไม่ให้มันระเบิกออกมา

“ริสสายอมถึงแม้สุดท้ายริสสาอาจจะเสียใจมากก็ตาม”ปากเรียวงามทาบทับลงไปบนปากหนาหยักได้รูปทันที ในตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากขอแค่เพียงให้เค้าอยู่กับเธอถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆแต่ถ้ามันทำให้เธอมีความสุขถึงแม้เธอจะต้องแลกด้วยสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตก็ตาม ลิ้นปากคสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นหนาอย่างไม่ชำนิชำนาญนักจนคนตัวโตไม่ค่อยพอใจต้องเป็นฝ่ายรุกและสอนบทเรียนรักให้กับตนตัวเล็กแทน สองหนุ่มสาวกำลังหลงอยู่ในสวาทรักที่เมื่อใครตกลงไปแล้วก็ขึ้นมายากทั้งนั้น กริ๊งๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ภูธเรศวร์รีบผลักเมอร์ริสสาออกให้พ้นตัวทันที ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันมามองคนที่อยุ่บนเตียงเลยแม้แต่ปรายหางตา

“แม้ริสสาจะแลกด้วยร่างกายไม่ว่ายังไงพี่ภูก็ไม่รักริสสาใช่ไหมค่ะ” เมอร์ริสสาน้ำตาไหลพรากจิตใจที่บอบช้ำอยู่แล้วกลับยิ่งบอบช้ำมากขึ้นไปอีก



จบตอนที่๒
  • Inney
  • ( สมาชิก )
  • ออฟไลน์
  • สมาชิกใหม่
  • ทักทายๆ
  • จำนวนโพสต์: 5
  • พลังน้ำใจ: 2
Inney
แก้ไขล่าสุด: 30 เม.ย. 2013 12:14 โดย Inney.

ตอบกลับ: ตอนที่๒ 01 พ.ค. 2013 01:24 #5

ความรักของพี่ภูกับเมอร์รืสสาดุเดือดดีครับ
  • นอนดูดาว
  • ( สมาชิก )
  • ออฟไลน์
  • ๐๐ เรือนดาวราย ๐๐
  • จำนวนโพสต์: 2565
  • พลังน้ำใจ: 55

ตอบกลับ: ตอนที่๒ 13 พ.ค. 2013 19:06 #6

ขอตอนหลังนางเอกร้ายๆขึ้นมาหน่อยนะคะ
  • chakansi
  • ( สมาชิก )
  • ออฟไลน์
  • ๐๐ เรือนสายรุ้ง๐๐
  • ตัวจริงสวยกว่าในรูป (เยอะ) ^^
  • จำนวนโพสต์: 1664
  • พลังน้ำใจ: 41
  • หน้าที่:
  • 1
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 0.55 วินาที