ประกาศิตจอมมาร ๒ หมู่มารผยอง  
โดย.. หลิวหย่งซื่อ  (นักรบ)

เอาลิงค์ตอนเก่ามาแปะไว้หน่อย

ตอนที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=3044

** คาดว่าตอนต่อไปข้าพเจ้าไปแปะที่บอร์ดในมุมกำลังภายในแทน ผู้ที่ต้องการติดตามเชิญได้ที่มุมกำลังภายในนะขอรับ

หลิวหย่งซื่อ (นักรบ)

###

 

ประกาศิตจอมมาร ๒ หมู่มารผยอง

ขึ้นชื่อว่ามารย่อมน่าหวาดกลัว มาตรว่าไม่มีรูปร่างน่ารังเกียจ ทว่าอาหารของพวกมันชวนให้มนุษย์ขวัญผวา เนื่องเพราะมารบางพวกนั้นกินเนื้อ บางพวกดื่มเลือด บางพวกกัดกินวิญญาณ หากแต่มารบางพวกกลับมีเสน่ห์น่าหลงใหล ให้ผู้คนล่มหลงคลั่งไคล้ กลับกลายเป็นอาหารมัน

###

เชิงเขามีเพิงน้ำชา เพิงน้ำชาตกแต่งเรียบง่ายคล้ายไม่มีสิ่งใดดึงดูดใจผู้คน ทว่าเวลานั้น กลับมีบุคคลบางจำพวกเดินทางไปที่นั่น

รถเทียมม้าคันหนึ่ง บริวารจำนวนหนึ่ง

รถเทียมม้าพร้อมบริวารนับสิบหยุดลงหน้าเพิงน้ำชา

หนึ่งบุรุษท่วงท่าสง่างาม สวมใส่อาภรณ์งดงามสีขาวปลอดตลอดร่าง กำลังก้าวเดินลงจากตัวรถ

ยังมีสตรีอีกสองนางก้าวตามลงมา กลับคล้ายเป็นเพียงมนุษย์

มารจิ้งจอกขาวสั่งให้บริวารหยุดพักที่เพิงน้ำชา ส่วนตนเองนั้น มือข้างหนึ่งโอบไหล่นวลเนียนของสตรีนางหนึ่ง มืออีกข้างโอบเอวอ่อนบางของสตรีอีกนางหนึ่ง แย้มยิ้มเบิกบานตรงเข้าสู่เพิงน้ำชา

สองตายายเจ้าของสถานที่เร่งรีบออกมาต้อนรับ

ตาเฒ่าปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะเก้าอี้จนแน่ใจว่าไร้ฝุ่นผงสักอณูจึงเชิญให้นั่ง

ยายเฒ่ายกสุราอาหารที่ตระเตรียมเรียบร้อยขึ้นวางบนโต๊ะ คล้ายรับรู้ถึงการมาของมารจิ้งจอกขาวล่วงหน้าแล้ว สุราล้วนเป็นสุราอย่างดี กับแกล้มล้วนเป็นกับแกล้มอย่างดี

... เพิงน้ำชาเชิงเขาเช่นนี้หรือสมควรมีสุราอย่างดี กับแกล้มอย่างดี?

มารจิ้งจอกขาวมือข้างหนึ่งโอบไหล่สตรีนางหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งโอบเอวสตรีอีกนางหนึ่ง ย่อมมิอาจจับตะเกียบถือจอกสุราได้ ต้องอาศัยมือของสตรีทั้งสองนางจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปากคำหนึ่ง รินสุรายกให้ดื่มอีกจอกหนึ่ง

มารจิ้งจอกขาวดื่มกินได้เพียงครู่หนึ่ง พลันได้ยินเสียงฝีเท้าคนจำนวนหนึ่งเดินตรงมา มันเพียงกระหยิ่มยิ้มย่องแล้วรอคอย


ผู้มาเป็นหนึ่งบุรุษสองสตรี... หนึ่งบุรุษนั้นแต่งกายด้วยอาภรณ์สีฟ้าคราม ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าล้วนหมดจดยิ่ง

... บุคคลเช่นนี้ย่อมเป็นหลี่จิ้ง

หลี่จิ้งมิอาจติดตามผู้ใด นอกจากหลี่อวิ๋นซินและเฉินเสี่ยวอิง

สองตรีย่อมเป็นหลี่อวิ๋นซินและเฉินเสี่ยวอิง

ดรุณีแรกแย้มช่างงดงามสดใส นางหนึ่งมีดวงตากลมโตสุกใส ยามแย้มยิ้มปรากฏรอยบุ๋มลึกที่แก้มนวลด้านซ้าย

อีกนางหนึ่งผิวขาวละเอียดนวลผ่องมิแพ้แสงจันทราในคืนเดือนเพ็ญ นัยน์ตาคมประดุจเหยี่ยวเป็นประกายสว่างไสวปานดวงดาราในคืนเดือนมืด

... สองสตรีรูปโฉมงดงามเป็นที่ลือเลื่อง กระทั่งหมู่มารยังเลื่องลือ

หนึ่งบุรุษสองสตรีเมื่อเดินทางมาถึงเพิงน้ำชา ตาเฒ่าเจ้าของเพิงน้ำชาค่อยเดินหลังคุดคู้ออกมาต้อนรับ

มารจิ้งจอกขาวเมียงมองสองดรุณีแล้วส่งเสียงหัวร่อ ในเสียงหัวร่อบันดาลให้หลี่อวิ๋นซินมิอาจระงับโทสะ นางลุกขึ้นยืน กล่าวเสียงดัง

"ที่นี้มีสิ่งใดน่าขัน?"

มารจิ้งจอกขาวเมียงมองนางอย่างพอใจยิ่ง ยิ้มเบิกบาน กล่าวว่า

"ไม่มี... ที่แห่งนี้มิมีสิ่งใดน่าขัน"

"เช่นนั้นท่านหัวร่อด้วยเรื่องใด?"

"ข้าพเจ้าหัวร่อเพียงเพราะข้าพเจ้าพอใจ... ข้าพเจ้าพอใจกระทำสิ่งใดแล้วย่อมกระทำ"

"พอใจอันใด?"

"สตรีเยาว์วัยยามโกรธายิ่งน่ารักน่าหลงใหล หรือมิสมควรพอใจ?"

มารจิ้งจอกขาวกล่าวแล้วส่งเสียงหัวร่อดังกึกก้องอีกครา

หลี่อวิ๋นซินฟังดังนี้เกิดอารมณ์โกรธพลุ่งพล่าน คว้าจับด้ามกระบี่คู่กายไว้มั่น ทว่ามือใหญ่แข็งแรงข้างหนึ่งกลับยุดยึดโกร่งกระบี่ไว้ มิให้นางสามารถชักกระบี่ นางเหลือบแลมองบุรุษผู้พี่แล้วจึงสงบอารมณ์ที่เดือดพล่านลงได้หลายส่วน

หลี่จิ้งส่งเสียงกล่าวเยือกเย็น

"คนพาลมิสมควรเข้าใกล้ มารพาลยิ่งสมควรอยู่ให้ห่าง"

มารจิ้งจอกขาวยังมิวางเว้น คงกล่าวต่อ

"ฟังว่าหลี่จิ้งสงบเยือกเย็น มิคาดยังมีวาจาค่อนแคะได้เจ็บแสบยิ่ง"

หลี่จิ้งยังคงสงบนิ่ง เฉินเสี่ยวอิงกลับเป็นผู้กล่าว

"มิทราบท่านเป็นมารชนิดใด? ไฉนรู้จักหลี่จิ้ง?"

"ดรุณีน้อยกล่าววาจาไพเราะเช่นนี้ สมควรเป็นคู่สนทนา"

เฉินเสี่ยวอิงแค่นยิ้มเล็กน้อย กล่าวถามอีกครา

"ท่านเป็นมารชนิดใด?"

"ข้าพเจ้าคือมารจิ้งจอกขาว นาม ไป่หูลี่"

"ที่แท้เป็นท่าน ส่งข่าวแก่พวกเรา"

ไป่หูลี่ผงกศีรษะ แย้มยิ้มถือจอกสุราเดินเข้ามา กล่าวว่า

"เมื่อข้าพเจ้ามีความดีความชอบปานนี้ มิทราบ คุณหนูเฉินจะให้เกียรติ์ร่วมดื่มกับข้าพเจ้าได้หรือไม่?"

หลี่อวิ๋นซินเยือกเย็นลงแล้วจึงหัวร่อเสียงสดใสดุจระฆังเงิน ค่อยกล่าว

"ฟังว่าไป่หูลี่เจ้าชู้เสเพล ได้เห็นประจักษ์ดังว่าวันนี้เอง"

"มาตรว่าข้าพเจ้าเจ้าชู้เสเพล หากมิเคยทำให้สตรีนางใดผิดหวัง"

"ครานี้สตรีที่มากับท่านอาจต้องผิดหวังแล้ว"

"ด้วยเหตุใด?"

หลี่อวิ๋นซินช้อนสายตามองดูไป่หูลี่แล้วแย้มยิ้ม... แย้มยิ้มอ่อนหวานน่ารักยิ่ง กล่าวเสียงอ่อนหวาน

"ด้วยท่านปลีกตัวจากนางมาเพื่อเชยชมสตรีอื่น"

ไป่หูลี่หัวร่อลั่น ก้าวเดินเข้าใกล้หลี่อวิ๋นซินอีกสามก้าว แล้วกล่าวว่า

"หากมีสองดรุณีแห่งสำนักมังกรเทพข้างกายแล้ว ไฉนยังต้องเหลียวแลสตรีนางอื่น?"

มารร้ายหัวร่อแล้วหัวร่ออีกครา คล้ายมีสติวิปลาส คล้ายใคร่หัวร่อตลอดกาล...

จังหวะโอกาสเช่นนี้หาได้ไม่บ่อยนัก หลิ่อวิ๋นซินพลันพลิกข้อมือซัดอาวุธลับออก หมายทลวงอกฝ่ายตรงข้าม!

ทว่าไป่หูลี่กลับม้วนตัวหลบปลายอาวุธแหลมเรียวนั้นไปได้... หรือเนื่องเพราะล่วงรู้การจู่โจมของนางล่วงหน้าแล้ว!

เมื่อเกิดการต่อสู้ เหล่าบริวารมิอาจนิ่งเฉยแล้ว บริวารผู้ติดตามมารจิ้งจอกขาวเริ่มมีร่างกายแปรเปลี่ยนยามเมื่อจู่โจมเข้าใส่บุคคลทั้งสาม

ทั้งตาเฒ่ายายเฒ่าเจ้าของเพิงน้ำชาที่มีทีท่าเงื่อหงอยเมื่อครู่ยังคล่องแคล่วว่องไวขึ้นมาฉับพลัน เขี้ยวเล็บที่เก็บซ่อนไว้ค่อยกางออกเต็มที่พร้อมจิกฉีกเนื้อเถือหนังมนุษย์ออกเป็นเศษเนื้อ

ทว่าเขี้ยวเล็บนับสิบคู่มิอาจระคายผิว...

หลี่จิ้งชักกระบี่วาดออกเป็นวงโค้งดุจจันทร์เสี้ยว เงากระบี่เมื่อกระทบร่างมารปรากฏโลหิตสีเขียวสาดเป็นสาย ร่างมารสามสี่ร่างกลับกลายเป็นชิ้นส่วนมารเจ็ดแปดชิ้น

เฉินเสี่ยวอิงรับมือมารอีกกลุ่มหนึ่ง นางเมื่อพลิกตัวหลบเขี้ยวเล็บได้สองคู่ ก็ถีบร่างกระโดดลอยตัวอยู่กลางอากาศ กวัดแกว่งปลายกระบี่ดุจกังหันมีด บั่นศีรษะมารอีกสองสามศีรษะ

หลังจากไป่หูลี่รอดพ้นจากอาวุธลับของหลิ่อวิ๋นซินแล้วก็กระโดดขึ้นบนโต๊ะ มันกางกงเล็บออกเต็มที่จึงกระโดดลงจากโต๊ะหมายจู่โจมเข้าใส่นาง หากกลับต้องกระโดดเลยผ่านนางไปเสียเพื่อหลบคมกระบี่ที่ถูกชักออกอย่างรวดเร็ว

ระหว่างการต่อสู้ของมารและผู้ปราบมารกลับมีเสียงสตรีกรีดร้องด้วยความตระหนก...

ที่แท้สองสตรีที่มากับไป่หูลี่เป็นมนุษย์ เป็นเพียงสตรีชาวบ้านธรรมดาที่หลงใหลเสน่ห์ของมารจิ้งจอกขาว

ไป่หูลี่มิทราบเป็นเพราะมิอาจต้านทานอานุภาพของผู้ปราบมาร หรือเป็นเพราะมิอาจแข็งใจทนเสียงกรีดร้องของสตรีได้ จึงละจากการต่อสู้ กระโจนเข้าคว้าสตรีสองนางใส่รถเทียมม้า แล้วควบออกไปพร้อมประกาศกร้าว

"หลี่อวิ๋นซิน เฉินเสี่ยวอิง... พบกันคราหน้า ข้าพเจ้าต้องได้สองนางมาเชยชม"

เมื่อสิ้นเสียง มารจิ้งจอกขาวได้ควบรถเทียมม้าออกไปไกลแล้ว หลี่อวิ๋นซินใคร่ติดตามก็มิอาจติดตามได้ เพียงต่อสู้โรมรันกับบริวารมารชั้นต่ำที่เหลือ


มิช้านานร่างมารทั้งหลายกลายเป็นเศษชิ้นส่วนมาร จมทะเลโลหิตสีเขียวไปหมดสิ้น!

หนึ่งบุรุษสองสตรีเก็บคมกระบี่เข้าฝัก

หลี่อวิ๋นซินเก็บคมกระบี่เข้าฝักแล้วจึงกล่าว

"ไป่หูลี่เมื่อส่งข่าวแล้ว สมควรกลับไปรับใช้นางมารแมงมุมดำที่ป่าเมฆา ทว่ามันกลับสามารถออกมาหาความสำราญได้ไกลถึงเพียงนี้ หรือนางมารมิได้อยู่ที่ป่าเมฆา"

หลี่จิ้งฟังแล้วจึงครุ่นคิด เขาครุ่นคิดแล้วเอ่ยถาม

"เหตุใดนางจึงไม่ได้อยู่ที่ป่าเมฆา... หรือนางสืบเสาะพบจิตมารแล้ว!?"

เฉินเสี่ยวอิงครุ่นคิดแล้ว นางครุ่นคิดจนคิ้วโค้งเรียวขมวดมุ่น จึงกล่าวตอบ

"ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวมีเหตุผล ทว่าข้าพเจ้ายังมีความเห็นบางประการ"

หลี่อวิ๋นซินแล้วหลี่จิ้งกล่าวถามเป็นเสียงเดียว

"ความเห็นใด?"

"อาจบางทีไป่หูลี่ต้องการสืบเสาะจิตจอมมารให้พบเสียเอง ก่อนที่มารแมงมุมดำจะหาพบ"

หลี่จิ้งพลันส่งเสียงกล่าว

"ถ้าเช่นนั้นย่อมหมายถึง..."

"ถูกต้อง ข้าพเจ้าเห็นว่าไป่หูลี่อาจเป็นผู้หนึ่งที่ไม่ต้องการให้จอมมารถือกำเนิด มันอาจะเป็นผู้หนึ่งที่ต้องการเป็นใหญ่เสียเอง"

หลี่อวิ๋นซินใคร่ครวญเหตุผลจึงกล่าว

"ไม่ว่าเป็นเพราะเหล่ามารพบจิตจอมมาแล้วจริง หรือเพราะไป่หูลี่ต้องการตามหาให้พบเสียเองก่อน เราย่อมสมควรติดตามสืบเสาะจากมัน"

กล่าวจบ พลันนางกระโดดพุ่งไปในทิศทางที่ไป่หูลี่ควบรถเทียมม้าจากไป

###

ที่นี้เป็นหมู่บ้าน... เป็นหมู่บ้านมนุษย์แห่งหนึ่ง มาตรว่าอยู่ห่างจากเพิงน้ำชาไม่ไกลนัก หากมนุษย์ปุถุชนธรรมดายังมิอาจเดินทางถึงได้ภายในวันสองวัน

หมู่บ้านแห่งนี้อยู่อย่างสันติมานาน กระทั่งเมื่อข่าวการกำเนิดใหม่ของจอมมารแพร่สะพัดมาถึง


เมื่อเพลิงสีส้มที่ลุกโชนอยู่หลังเขาใกล้มอดดับ ม่านวิกาลเริ่มคลี่คลุมทั้งหมู่บ้าน... สำหรับเหล่ามารทั้งหลายแล้ว เวลาเช่นนี้เหมาะแก่การหากินเป็นอย่างยิ่ง

ร่างงองุ้มแคระแกร็นน่ารังเกียจกลุ่มหนึ่งเยื้องย่างออกจากป่าเข้าสู่หมู่บ้าน ชาวบ้านที่อาศัยโดยสันติมานานหรือจะรู้ว่าต้องกลายเป็นอาหารในวันนี้!

เหล่ามารชั้นต่ำแยกย้ายกันโอบล้อมรอบหมู่บ้าน พวกมันเริ่มต้นทำลายบ้านที่ปลูกด้วยไม้ทีละหลัง พวกมันจับผู้คนได้ก็ฉีกออก กลืนกินอย่างตะกละตะกลาม!

เสียงกรีดร้องด้วยความตระหนกระงมไปทั่ว ชาวบ้านพากันแตกตื่นหนีตาย หากมิอาจหลุดพ้นกงเล็บที่โอบล้อมแคบเข้าเรื่อยๆ

ร่างแคระแกร็น หากแต่แขนทรงพลัง พวกมันฉีกร่างชายฉกรรจ์ได้สองสามร่าง ร่างสตรีอีกสี่ห้าร่าง และร่างเด็กอีกสามสี่ร่าง...

แต่แล้วกงเล็บพวกมันเป็นอันแหลกสลาย!

เงาดำสายหนึ่งวูบไหวผ่านไป เงาดำผ่านไปแล้วร่างของพวกมันก็ฉีกขาด บ้างป่นเป็นผงจนมิอาจทราบว่าเป็นชิ้นส่วนจากอวัยวะใด!

ร่างแคระแกร็นฉีกขาดไปแล้วสี่ร่าง เงาดำจึงหยุดเคลื่อนไหว ปรากฏเป็นร่างของสตรีงดงามนางหนึ่ง สตรีนางนี้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำตัดกับผิวขาวเนียนปานหยกเนื้อดี อีกทั้งที่อกด้านขวายังปรากฏปานดำรูปแมงมุม เป็นสัญลักษณ์ของนางมารแมงมุมดำ นาม เฮยจือจู...

ผู้ช่วยเหลือมนุษย์กลับเป็นมาร... เป็นมารชั้นสูง

นางมารหยุดยืนอยู่ท่ามกลางความตะลึงลานของเหล่ามารชั้นต่ำอหังการ์เมื่อครู่ ชาวบ้านพบผู้มีอำนาจต่อกรกับพวกมันก็คุกเข่าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ

หากนางกลับไม่ใส่ใจ... นางมิเพียงไม่ใส่ใจ กระทั่งยังไม่ชำเลืองมอง สายตาของนางเพียงจับจ้องที่แสงสีแดงริบหรี่สองดวงที่เคลื่อนออกจากป่าอย่างเชื่องช้า

แสงสีแดงสองดวงคล้ายดั่งดวงตาของสัตว์ร้าย มันเคลื่อนผ่านพ้นเงาป่าให้เห็นเป็นโคมไฟสีแดงสองดวง ผู้ถือโคมเป็นสาวใช้สองนาง

มาตรว่ามิได้มีรูปร่างงองุ้มแคระแกร็นน่ารังเกียจ หากสาวใช้ย่อมเป็นเพียงมารชั้นต่ำที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้ร่างเนื้อ เบื้องหลังพวกนางเป็นสาวใช้อีกสี่นาง เดินนำร่างใหญ่แคระแกร็นอีกหกร่างที่กำลังหาบวอขนาดใหญ่

บนวอมีร่างบอบบางงดงามร่างหนึ่ง

ร่างที่งดงามย่อมเป็นของสตรีที่งดงาม สตรีที่งดงามหากมิได้งดงามเช่นมนุษย์...

นางแต่งกายด้วยอาภรณ์กรุยกรายสีเขียวปักลวดลายบุปผางดงาม ใบหน้าอวบอิ่มประกอบด้วยดวงตาซุกซนเฉกเช่นดรุณีน้อยแรกรุ่น

เส้นผมสีดำขลับยาวสยายปรกไหล่ขาวเนียน ผิวพรรณของนางสดใสผุดผ่อง บนศีรษะประดับด้วยบุปผานานาชนิด

นับเป็นสตรีที่ชื่นชอบบุปผาอย่างยิ่ง

บุคคลเช่นนี้ในหมู่มารมีเพียงผู้เดียว นางมารดอกไม้หยก นาม อวี้ฮัว

หากจะเปรียบเทียบความงามของนางกับสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าย่อมเป็นการยากยิ่ง ด้วยนางหนึ่งงดงามสดใสปานบุปผาแรกแย้ม อีกนางหนึ่งคล้ายดั่งบุปผาบานสะพรั่ง กรุ่นกลิ่นหอมอบอวล

อวี้ฮัวแย้มยิ้มเล็กน้อย นางแย้มยิ้มแล้วกล่าววาจาด้วยซุ่มเสียงกังวาลสดใส

"มิทราบ พี่ท่านเดินทางมา มิทันได้ต้อนรับ ต้องขออภัย"

"มิได้ ข้าพเจ้าเพียงเดินทางผ่านมาเพื่อผ่านไปยังป่าเมฆา"

อวี้ฮัวมีสีหน้าแตกตื่นสงสัย นางทวนคำ 'ป่าเมฆา?' แล้วกล่าวต่อ

"หากไม่รังเกียจ ข้าพเจ้าขอเชิญพี่ท่านไปพูดคุยที่บ้านข้าพเจ้าก่อน"

###

กำแพงสูงตระหง่านโอบล้อมตึกใหญ่กว้างขวางกลางป่า ภายในมิเพียงมีห้องที่ตกแต่งด้วยบุปผาเก้าสิบเก้าห้อง ยังมีสวนบุปานานาพันธุ์ กระทั่งคนร้อยคนรวมกัน ยังมิอาจนับจำนวนพันธุ์บุปผาได้

หมู่มวลบุปผาแข่งกันชูดอกออกช่อเบ่งบานอวดหมู่ผู้มาเยือน ประการนี้ย่อมแสดงว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ประตูตึกใหญ่เมื่อเปิดออกเป็นห้องโถงใหญ่... ห้องโถงใหญ่ตกแต่งด้วยบุปผางดงามนับร้อยชนิด เมื่อมองไปยังมุมใดย่อมต้องพบเห็นบุปผา กระทั่งโต๊ะเก้าอี้ทุกตัวยังสลักด้วยลวดลายดอกเหมย


อวี้ฮัวก้าวมานั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่กลางห้องแล้วจึงเชื้อเชิญมารแมงมุมดำให้นั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้าง จากนั้นสาวใช้นางหนึ่งจึงยกจอกสุรามาวางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างกายเฮยจือจู มิทราบในจอกใส่ของเหลวชนิดใด

อวี้ฮัวเริ่มกล่าว

"ฟังพี่ท่านกล่าว ใช่พี่ท่านพบผู้มีจิตของจอมมารแล้ว?"

เฮยจือจูยกจอกสุราขึ้นดื่มแล้วกล่าวว่า

"ข้าพเจ้าพบแล้ว"

"พบแล้ว ไฉนมิพากลับหุบเขามาร?"

"บุคคลผู้นั้นมิต้องการไปที่นั่น ข้าพเจ้าก็มิอาจบังคับฝืนใจ"

"ไฉนจึงมิต้องการ?"

"ทราบว่าคนผู้นี้ยังมีจิตใจเป็นมนุษย์ ยังเห็นมารเป็นศัตรู!"

อวี้ฮัวส่งเสียง 'อ้อ' คราหนึ่ง เฮยจือจูยังคงกล่าวต่อ

"อีกประการ ไป่หูลี่นำข่าวจอมมารบอกกล่าวแก่สำนักมังกรเทพแล้ว อีกไม่นาน พวกมันต้องส่งคนผ่านมาบริเวณนี้ ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านเตรียมรับมือ"

"ท่านทราบ?"

"ทุกประการในสำนักมังกรเทพ ข้าพเจ้าล้วนทราบ"

อวี้ฮัวส่งเสียง 'อ้อ' อีกครา พลันดวงตาเป็นประกาย กล่าวถามต่อ

"เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว มารแมงมุมดำคิดสังหารมารด้วยเห็นเป็นศัตรู หรือเห็นเป็นความสนุก?"

เฮยจือจูชำเลืองมองนาง ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวตอบ

"ข้าพเจ้ามิคิดสังหารมารด้วยเห็นเป็นความสนุก เช่นมารบุปผาหยกคิดสังหารผู้คน"

"ขอทราบเหตุผล"

"ผู้มีจิตจอมมารมิต้องการกลับหุบเขามาร ย่อมเป็นเพราะเขามิต้องการเป็นมาร"

เฮยจือจูประสานสายตากับอวี้ฮัวคราหนึ่งแล้วลุกยืนขึ้น เดินไปยังกลุ่มบุปผากลุ่มหนึ่งในแจกันใหญ่ข้างเสากลมสีแดงริมห้อง นางใช้เล็บโค้งยาวสัมผัสกลีบบุปผาเล็กน้อย บุปผาทั้งกลุ่มก็พลันเหี่ยวเฉา ร่วงหล่นเป็นเศษฝุ่นเศษผง!

เล็บของนางยามนี้ มิว่าสัมผัสถูกสิ่งใด สิ่งนั้นต้องเหี่ยวแห้งสลายกลายเป็นผุยผง เนื่องเพราะยามนี้ที่เล็บของนาง มิทราบอาบพิษตั้งแต่เมื่อใด... พิษที่ร้อนรุนแรง พิษที่สามารถพรากวิญญาณได้อย่างน่าสยดสยอง... ถึงกับเป็นพิษสลายร่าง!

นางหันกลับ ประสานสายตากับอวี้ฮัวอีกครา แล้วกล่าวต่อ

"เขามิต้องการเป็นมาร เนื่องเพราะมิต้องการสังหารมนุษย์ หากเมื่อรู้ว่ามารสังหารมนุษย์เป็นจำนวนมาก ย่อมไม่พอใจ และยิ่งไม่ต้องการเป็นมาร"

อวี้ฮัวสีหน้ามิแปรเปลี่ยน นางแค่นยิ้มเล็กน้อย แล้วกล่าว

"ไม่ต้องการเป็นมาร หากแต่ช้าเร็วก็ต้องเป็น เป็นจอมมารผู้มีทั้งพลังและอำนาจ"

"ท่านกล่าวมาถูกต้อง ทว่าหากแต่ช้าเร็ว บุคคลผู้นี้ก็อาจถูกผู้อื่นลอบสังหารได้เช่นกัน"

ดวงตาอวี้ฮัวมีแววตื่นเต้นสงสัย กล่าวถามต่อ

"เป็นผู้ใดอาจหาญคิดลอบสังหารจอมมาร?"

เฮยจือจูเพ่งมองนางนิ่ง กล่าวเสียงราบเรียบ

"ท่านมิทราบ?"

"ข้าพเจ้ามิทราบ"

"ท่านมิทราบจริงๆ?"

อวี้ฮัวส่งเสียงหนักๆ

"ท่านไฉนพาลถามข้าพเจ้า?"

เฮยจือจูแย้มยิ้มเล็กน้อย เบือนสายตาจากนาง แล้วกล่าว

"ข้าพเจ้าเพียงทราบ มีผู้ประทุษร้าย ต้องการให้เขาตายอยู่มากหลาย"

"เป็นผู้ใดต้องการให้เขาตาย?"

"นั่นเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้ากำลังสืบเสาะ"

"เช่นนี้แล้ว ท่านคิดกระทำอย่างไร?"

"ข้าพเจ้าให้สมุนข้าพเจ้าลอบช่วยเหลือ มิเพียงสมุนข้าพเจ้า ยังมีสมุนของไป่หูลี่คอยดูพฤติกรรม"

"ท่านวางใจไป่หูลี่?"

เฮยจือจูส่ายหน้า พลางกล่าว

"ข้าพเจ้ามิวางใจผู้ใดทั้งสิ้น กระทั่งตัวเขาเอง"

"เพราะเหตุใด?"

"เนื่องเพราะมิว่าผู้ใดประทุษร้าย เขาต่างมิปัดป้อง ยินยอมถูกทำร้ายจนตายยิ่งสมใจ"

อวี้ฮัวฟังแล้วหัวร่อขบขัน กล่าวว่า

"บุคคลผู้นี้เป็นบุคคลชนิดใด? ไฉนโง่เขลาปานนี้?"

นางกล่าวแล้วก็หัวร่อด้วยเสียงกังวาลสดใส เฮยจือจูจึงกล่าวตอบ

"เนื่องเพราะยามบุคคลผู้นี้สัมผัสถูกโลหิตมาร จิตจอมมารในร่างมักพลุ่งพล่าน คล้ายสร้างความเจ็บปวดทุรนทุรายสาหัส"

อวี้ฮัวพลันสวนคำ

"มนุษย์นั้นอ่อนแอยิ่ง เพียงความทุกข์ทรมานสามารถยังให้มนุษย์ผู้นั้นต้องการตายได้"

เฮยจือจูปรายหางตาไปที่นางเล็กน้อย ส่งเสียงอ้อยอิ่ง

"บางครามนุษย์ผู้นั้นเพียงหาเหตุผลแห่งความตายอื่น เพื่อปิดบังเหตุผลแท้จริงอันเลวร้ายยิ่งกว่า..."

###

 

ทักทาย

คุณกาแฟเย็น >> ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามอ่านนิ ^^



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย หลิวหย่งซื่อ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 09 พฤษภาคม 2549 01:18:14 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


น่าติดตาม ขอให้แต่งต่อให้จบนะครับ เดินเรื่องได้น่าติดตามมากๆครับ



ความเห็นที่ 1 ...โดย   บัณทิตเมามาย
ลงวันที่ 09 พ.ค. 49 19:29:24 น.  202.140.144.25


ถ้าไงแล้วจะตามไปอ่านที่มุมกำลังภายในต่อนะ

สนุกมากค่ะ  แต่ตอนนี้ชักจำชื่อตัวละครไม่ได้  5555 ความจำสั้น เวลาอ่านต้องย้อนกลับไปดูของเก่า  ประมาณว่า...คนนี้มันใครหว่า



ความเห็นที่ 2 ...โดย   กาแฟเย็น
ลงวันที่ 09 พ.ค. 49 21:41:29 น.  58.64.113.158


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com