คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๑ บาดแผล  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

นี่เป็นนิยายที่ข้าพเจ้าเขียนทิ้งไว้จนจบแล้ว
ดังนั้นไม่มีเหตุให้โอ้เอ้ จึงพยายามจะมาแปะให้ได้สัปดาห์ละตอนขอรับ (ถ้าไม่ติดงานอะไรนะ - -')

นักรบ

##########

บทที่ ๑ บาดแผล


ท่ามกลางความมืดมิดแห่งรัตติกาลของเมืองอากัณห์ มีเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวดังมาจากในตรอกเปลี่ยว ชายร่างกำยำกลุ่มหนึ่งกำลังฉุดกระชากร่างน้อยผ่านตรอกแคบ เข้าสู่อุโมงค์ทางยาวอันมืดมิด

หญิงสาวยิ่งกรีดร้อง ชายกลุ่มดังกล่าวยิ่งส่งเสียงหัวเราะดังขึ้น

เหนือตรอกแคบใจกลางเมืองเป็นหอคอยยอดแหลมสูงตระหง่าน บานหน้าต่างชั้นบนสุดของหอคอยซึ่งสลักลวดลายตามศิลปกรรมสมัยโบราณ เปิดอ้าออกจนสุดความกว้าง ปรากฏเงาของชายอีกสองคนในชุดคลุมยาวสีดำกลืนกับความมืดมิดยามราตรี พวกเขายืนหมิ่นเหม่อยู่ที่ขอบหน้าต่าง

เส้นผมยาวสีดำขลับของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ปลิวสยายอยู่ในสายลม นัยน์ตาสีดำสนิทดุจหลุมดำมืด ลึกจนเกินหยั่ง มองลงมายังกลุ่มคนเบื้องล่างด้วยแววตาอันเยือกเย็น

"คี้ด..."

เด็กหนุ่มข้างกายส่งเสียงเรียกเป็นเชิงให้สัญญาณ ชายผู้นั้นจึงพยักหน้าทีหนึ่งโดยไม่ได้หันกลับมามองเด็กหนุ่มแต่อย่างใด แล้วกระโดดลงจากจุดที่ยืนอยู่ ซึ่งอยู่สูงจากพื้นราวอาคารสูงสิบชั้น

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล ตัดสั้น หยักศกเป็นลอนน้อยๆ หรี่ตามองตามร่างที่ลอยละลิ่วลงไปยืนนิ่งสนิทอยู่หน้ากลุ่มคนในตรอกแคบ

"ให้ตายสิ...กระโดดลงไปแบบนั้นอีกแล้ว..." เขาบ่นเสียงเนือย จากนั้นจึงหมุนตัววิ่งตรงไปทางบันไดของหอคอย...

กลุ่มคนในตรอกหันมามองชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำผู้ลอยร่างร่วงหล่นลงมาเป็นตาเดียว

"ผู้ปราบปิศาจ!" ชายร่างกำยำผู้หนึ่งในจำนวนนั้นคำรามเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขากระโจนเข้าใส่ผู้มาใหม่ในทันที! ร่างกำยำที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันเปลี่ยนเป็นหมาป่าร่างใหญ่!

ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบทันควัน คมมีดสีขาววาววับเฉือนเข้ากลางลำตัวของหมาป่าจำแลง เลือดสีแดงข้นฉีดออกจากตัวมันเป็นสายยาว... 'เบลเดน' ใบมีดโค้งยาวสีเงิน ปลายแหลมทั้งสองด้าน และมีที่จับอยู่ตรงกลาง ถูกชักออกจากข้างลำตัวของเขา รวดเร็วจนมองไม่เห็น!

ข้างฝ่ายหนุ่มน้อยเมื่อเหยียบถึงสมรภูมิการต่อสู้ ก็พลันชักดาบยาวออกจากซองซึ่งสะพายอยู่ที่ด้านหลัง เตรียมปะทะกับชายร่างกำยำอีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังกลายร่างเป็นหมาป่าเข้าตะครุบเขา เด็กหนุ่มไม่รีรอให้มันกระโจนเข้ามา เขาพุ่งดาบเข้ากลางอกฝ่ายตรงข้าม แต่ดาบเพียงแค่เฉียดผ่านปลายเส้นขนของมัน มันกระโดดเข้าใส่เขา เล็บของมันพุ่งเข้ามาใกล้ดวงตาของเขา เด็กหนุ่มย่อหลบ แล้วพลิกตัวกลิ้งไปทางด้านข้าง เขารีบตะกายลุกยืนขึ้นพร้อมกับยกดาบ เสียบเข้ากลางหลังของหมาป่า

ชายร่างกำยำอีกสองคนกลายร่างเป็นหมาป่าเช่นกัน พวกมันต่างกระโจนเข้าใส่ผู้ปราบปิศาจทั้งสอง เด็กหนุ่มหมุนตัวตวัดดาบฟันเข้าที่ลำคอ ตัดศีรษะของมัน ส่วนชายหนุ่มเหวียงแขนที่ถือเบลเดนในมือเป็นวง คมมีดเฉือนฉีกร่างมันเป็นสองท่อน

...

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุด เด็กหนุ่มหันมายิ้มให้หญิงสาวที่ทรุดนั่งตัวสั่นอยู่ริมกำแพง เขาเดินตรงไปหาเธอแล้วยื่นมือให้ ปรารถนาจะฉุดเธอลุกขึ้นยืน

"วิน! อย่า!" เสียงของชายหนุ่มตะโกนห้าม ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

ทันทีที่มือของหญิงสาวสัมผัสถูกมือเด็กหนุ่ม ร่างของเธอก็กลายเป็นค้างคาวขนาดมหึมา มันใช้ปีกซ้ายที่เป็นพังผืดผลักร่างเขากดติดกำแพง ส่วนปลายปีกด้านขวาซึ่งมีเล็บยาวแหลมคมยกง้างขึ้น

"เสียใจด้วย...ผู้ปราบปิศาจ" มันแสยะยิ้ม พูดด้วยเสียงแหบแห้ง ฟังแปร่งหู ก่อนจะปักเล็บแหลมแทงเข้ากลางศีรษะของเด็กหนุ่ม!

ฉึก!

เลือดสีแดงข้นฉีดพุ่งออกมา แต่ไม่ได้ออกจากศีรษะของวิน

ชายหนุ่มถลันตัวเขามารับปลายเล็บไว้อย่างรวดเร็ว มันจึงแทงเสียบเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของเขาแทน

"คี้ด!" วินร้อง แล้วรีบชักกริชสีเงินคมกริบแทงเข้าที่คอค้างคาวยักษ์

ค้างค้าวส่งเสียงแหลมกรีดร้องโหยหวน มันตวัดปีกบินฉวัดเฉวียนขึ้นไปบนฟ้า หายลับไปในความมืดดำ...

"คี้ด..." วินประคองศีรษะชายหนุ่มวางไว้บนตัก ร้องเรียกเขาเสียงสะท้าน "คี้ด...คุณต้องปลอดภัย! คุณต้องไม่เป็นอะไร!"

ร่างของคี้ดกระตุกอัก เลือดทะลักออกจากปากแผลโดยไม่ยอมหยุด ดวงตาของเขาเหลือกค้างจนเห็นแต่ตาขาว ในที่สุดเปลือกตาก็ค่อยๆ ปิดลง พร้อมกับร่างที่ค่อยๆ สงบ ได้ยินเพียงเสียงร้องของวิน

"คี้ดดดดด!"

###

ที่นี่...ที่ไหน?...

คี้ดยืนอยู่เพียงลำพังในความมืด...หนาวเย็น...จนเขาต้องซุกมือกอดอก เขามองไปรอบตัว เห็นเพียงความมืดมิด รู้สึกเพียงความหนาวเย็น

...ที่นี่ที่ไหนกัน?

เขาแหงนมองขึ้นไปด้านบน เหนือศีรษะมีเพียงความมืดมิด ดำสนิท เมื่อมองลงไปด้านล่าง ใต้เท้าของเขาก็มีเพียงความมืดกลวงเช่นกัน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนพื้นอันเย็นเยียบ ทั้งที่ไม่มีพื้น...

เขาก้าวเท้าเดินออกจากจุดเดิม เดินต่อไปเรื่อยๆ

...มีเพียงความมืด และความหนาวเย็น

คี้ดเดินไป เดินไปอีกหลายก้าว เขาจึงสังเกตเห็น...หมอกสีขาวจางๆ เริ่มปรากฏต่อหน้าเขา มันค่อยๆ ก่อตัวแน่นเข้าจนดูเหมือนเป็นรูปเป็นร่าง เหมือนเป็นรูปมนุษย์ ทว่าจาง เบาบางจนดูไม่รู้ว่าเป็นใคร มีลักษณะอย่างไร

...ใคร?...คี้ดถามออกไป ทว่าเขาไม่ได้รับคำตอบ ไม่มีใครตอบกลับมา อย่าว่าแต่คำตอบ เขายังไม่ได้ยินแม้แต่เสียงตัวเอง

เขาสงสัย มันคืออะไร? เป็นใคร? ต้องการอะไร?  แต่ไม่ว่าเขาจะถามอย่างไร ก็ไม่มีเสียงออกมาเลย

เงาหมอกนั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ ส่วนที่ดูเหมือนมือทั้งสองข้างวูบเข้ามาสัมผัสใบหน้าเขาแผ่วเบา สัมผัสนั้นช่างนุ่มนวล อ่อนโยน

ตั้งแต่เขาเกิด นอกจากสัมผัสด้วยรักและอาทรจากพ่อและแม่แล้ว เขาไม่เคยรู้สึกว่าสัมผัสใด ที่จะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยได้เพียงนี้

เขาค่อยๆ หลับตาลงอย่างวางใจ รู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นแผ่วเบาที่หัวไหล่ซ้าย จากนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างก็จางหายไป...

###

"คี้ด..." ใบหน้ารางๆ ของวินลอยเด่นขึ้นมาแทนที่ความมืด พร้อมกับรอยยิ้มสดใส

คี้ดกลอกตามองไปรอบๆ...ความมืด ไม่มีแล้ว

ที่นี่เป็นห้องของเขาในคฤหาสน์ตระกูลเสตาลัญฉน์ ตระกูลปราบปิศาจในตำนาน เขานอนอยู่บนเตียงของตัวเอง เตียงไม้สลักลวดลายอ่อนช้อยวกวน ทาสีดำ และขัดจนเป็นเงา

เขายันตัวลุกขึ้น แต่ยังรู้สึกปวดระบมที่หัวไหล่ จนต้องทิ้งตัวลงไปอีก หญิงสาววัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างตัวเขาจึงต้องช่วยประคองเขาลุกขึ้นนั่ง

"เห็นไหม ป้าอัย ผมบอกแล้ว พิษแค่นี้ทำอะไรคี้ดไม่ได้หรอก" วินคุยอวดเสียงสดใส

หญิงสาววัยกลางคนตวัดสายตาดุมองคนพูด กดเสียงจนต่ำน่าขนลุก "ฉันบอกแล้ว อย่าเรียกฉันว่าป้า! ฉันเป็นแค่อาเท่านั้นนะ!"

"เอาเถอะน่าป้า เหยียบๆ เลขสี่แล้ว ทำใจซะเถอะ" เจ้าหนุ่มยังคงใช้สรรพนามเดิม แถมตอกย้ำด้วยตัวเลข จึงถูกฝ่ามือของเธอฟาดเข้ากลางศีรษะ

"โอ๊ย! มันเจ็บนะป้า...เอ๊ย! อาอัย"

คี้ดยังคงหน้าซีด เพราะพิษบาดแผล แต่เมื่อเห็นอาหลานคู่นี้แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ อัยยังคงดูสาว รูปร่างของเธอยังเพรียวบาง การเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ไม่ต่างจากที่เขาเคยเห็นเมื่อสมัยยังเป็นหนุ่มน้อย ติดตามเธอและพี่ชายของเธอออกต่อสู้กับปิศาจ ที่อาละวาดไปทั่วเมือง

"อัย ผมเป็นอะไร?" เขาถามเสียงเบาเพราะความอ่อนล้าจากอาการบาดเจ็บ

"ถูกพิษ...คิดว่าเล็บของค้างคาวแม่ไก่ตัวนั้นคงอาบพิษมา และถ้าคิดไม่ผิด คงเป็นพิษของยายอสรพิษพันปีนั่น พิษมันความจริงรุนแรงมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงตายไปแล้ว แต่เธอมันอึดเป็นพิเศษ ถ้าตื่นแล้วก็คงไม่เป็นอะไร หมดห่วงได้" หญิงสาวอธิบายขณะเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่องปฐมพยาบาล

คี้ดพยักหน้ารับรู้ พลางใช้ความคิดจนคิ้วเข้มดำขมวดเข้าหากันแน่น ...มันทำราวกับกับจงใจล่อพวกเขาออกไป...เพื่ออะไร? ...แล้วยังเล็บของค้างคาวสาวนั่น ความจริงก็เป็นอาวุธร้ายกาจอยู่แล้ว ทำไมยังต้องอาบพิษอีก?

ระหว่างนั้นพอดีมีเสียงเคาะประตูเบาๆ ความคิดของเขาจึงกระจัดกระจาย เขาหันมองไปที่ประตูไม้แกะสลักสีดำบานสูง

บานประตูค่อยๆ แง้มออก ชายชราถือไม้เท้าเดินช้าๆ เข้ามา

"ตื่นแล้วหรือคี้ด?" เขายิ้มทักทายชายหนุ่มที่ทรงตัวนั่งอยู่บนเตียง กระแสเสียงสั่นเล็กน้อยตามวัยของผู้ถาม "แผลเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ยังรู้สึกปวดอยู่เลยคาร์ล อัยบอกว่าถูกพิษของนาอิน แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว"

คาร์ลทิ้งร่างซึ่งถูกใช้งานมาเนิ่นนานลงนั่งที่เก้าอี้ไม้สีดำเคลือบเงา "นาอินหรือ?..." ชายชราถอนหายใจรำพึง แล้วมองไปที่อัยด้วยดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสงสารเห็นใจ

หญิงสาวมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง...เกือบสิบหกปีแล้ว ที่นางปิศาจนาอินพรากลูกสาวตัวน้อยของเธอไป ทุกครั้งที่พูดถึงมัน อัยก็จะคิดถึงลูก ผู้ซึ่งไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

"ถ้าแกยังมีชีวิตอยู่ เวลานี้คงโตเป็นสาวสวยแล้วสินะ"

คี้ดเห็นแววตาปวดร้าวของเธอแล้วก็รู้สึกเจ็บปวด...วันนั้น วันที่ลูกสาวของเธอถูกลักพาไป เขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์ เป็นคนหนึ่งที่อยู่ใกล้แม่หนูน้อยมากที่สุดรองจากพ่อและแม่ของเธอ ทว่าเขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน

...

วันนั้น หลังจากที่แม่หนูน้อยเกิดได้ไม่นาน

...หมอกสีดำค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมทั่วห้องของอัย ในขณะที่เธอกำลังป้อนนมมื้อแรกให้กับทารกน้อย ส่วนพ่อของแม่หนูและคี้ดนั่งจมกองหนังสือ ง่วนกับการค้นหาชื่อให้กับทารกเกิดใหม่อย่างตื่นเต้นอยู่ที่หน้าห้องนั้นเอง

"คี้ด...นายว่าชื่อนี้เป็นไง?" คุณพ่อขี้เห่อจิ้มนิ้วลงบนหนังสือเล่มหนาที่กางอยู่ตรงหน้าเขา "ความหมายก็ดี...หมายถึงความสวยงาม"

"ผมว่า..."

"เฮ้ๆ...หรือจะเอาชื่อนี้ดี?...ที่แปลว่าดีงามนี่น่ะ"

"เอ่อ..."

"แต่ฉันว่าชื่อนี้ก็ดีนะ...นายว่าไง?"

"..."

คุณพ่อคนใหม่ละสายตาจากหน้าหนังสือ เงยหน้าขึ้นจ้องคี้ด "ทำไมนายไม่ออกความเห็นบ้างล่ะ? เมื่อครู่ยังออกตื่นเต้นน่าดูนี่"

...ก็แล้วให้โอกาสผมพูดซะที่ไหนเล่า...คี้ดคิดในขณะที่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้เขา

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของหญิงสาวก็ดังขึ้น!

ชายหนุ่มทั้งสองสะดุ้งพร้อมกัน พวกเขารีบกุลีกุจอ กระแทกประตูเปิดผางออก

ภาพที่พวกเขาเห็นแทบทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อแตกสลาย ทารกน้อยร้องไห้จ้าอยู่กลางกลุ่มหมอกสีดำทะมึน ส่วนภรรยาถูกปิศาจสองตัวพันธนาการไว้กับเตียง เธอกรีดร้องราวจะขาดใจเสียเดี๋ยวนั้น

หมอกสีดำที่ล้อมรอบตัวทารกน้อยค่อยๆ อัดกันแน่นเข้าจนกลายเป็นรูปร่าง ในที่สุดกลายเป็นหญิงสาวดวงตาตาคมงดงามในชุดกรุยกรายสีดำ

นาอิน!

ผู้เป็นพ่อพุ่งเข้าปะทะกับนางปิศาจทันทีโดยไม่ต้องคิด ทว่ายังไม่ทันถึงตัว เขาก็ถูกพลังไร้สภาพกระแทกกระเด็นกลับมาล้มฟุบลงตรงหน้าคี้ด

คี้ดกระโดดปราดไปคว้าดาบคู่แบบดาบซามูไรของอัยที่แขวนอยู่ข้างกำแพงมาได้เล่มหนึ่ง แล้วจึงพุ่งตรงไปหานางปิศาจ ทันใดนั้นอีกาตัวเขื่องสองตัวก็บินโฉบเข้ามาขวาง เขาตวัดดาบหมายฟาดฟันเข้าใส่พวกมันเพื่อเบิกทาง ทว่าพวกมันกลับถอยหลบฉากไปเสียก่อน ปล่อยให้หมาป่าร่างยักษ์กระโจนเข้าใส่เขา อุ้งเท้าหน้าของมันกดไหล่ของเขาล้มลง ดาบจึงหลุดกระเด็นออกจากมือ!

สามีของอัยที่ล้มฟุบอยู่เมื่อครู่ค่อยๆ ขยับยืนขึ้นอีกครั้ง เมื่อทรงตัวได้แล้ว เขาพลันชักกริชจากซองข้างเอว โถมแทงเข้าใส่กลางหน้าผากหมาป่าได้ก่อนที่มันจะฝังเขี้ยวลงไปยังคอของคี้ด

ทว่าระหว่างที่เขาพยายามดึงกริชออกจากหน้าผากมัน อีกาทั้งสองตัวบินพุ่งมาจากทางด้านหลัง โฉบเอาร่างของเขาลอยออกไปทางหน้าต่างที่เปิดกว้างอยู่ รวดเร็วสุดที่คี้ดจะคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน พวกมันบินสูงขึ้น...สูงขึ้น...จากนั้นจึงปล่อยร่างของเขาร่วงลงเสียบเข้ากับยอดแหลมของวิหารสูงฝั่งตรงข้าม!

อัยเห็นภาพสามีถูกปักตรึงกับยอดวิหาร เธอไม่กรีดร้อง แต่ดวงตาเบิกค้าง...น้ำตาขังอยู่ แต่ไม่ไหลลงมา

หัวใจของเธอราวร่วงหล่นกระแทกพื้นหิน...แตกสลาย!

คี้ดยืนมองภาพนั้น...ตัวชา...สามีของอัยช่วยเขาไว้ แต่เขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย

ทว่าตอนนี้ เขายังมีอีกชีวิตที่ต้องปกป้อง...

คี้ดกัดฟันกรอด หันกลับไปเผชิญหน้ากับนางปิศาจ เขาพุ่งเข้าใส่เธอราวคนบ้า...ทั้งที่ไม่มีอาวุธ แต่เขากลับสามารถแหวกพลังไร้สภาพที่เธอใช้คุ้มครองตนเอง ฝ่าเข้าไปถึงตัวเธอได้

นาอินสะดุ้ง ทั้งตระหนก ทั้งประหลาดใจ เธอหมุนตัวหลบมือเปล่าที่ไขว่คว้าเข้ามาด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว นิ้วมือของคี้ดจิกเข้าในกำแพงอิฐจนเป็นรู เขาดึงนิ้วมืออาบเลือดออกจากกำแพง ยังคงพยายามใช้มือเปล่าคว้าร่างเธอ คว้าทารกในอ้อมแขนของเธอ

ชั่วขณะนั้น ที่หน้าประตู คาร์ลปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับยกไม้เท้า ชี้ไปยังนาอินเตรียมร่ายคาถา ทว่าทั้งคาร์ลและคี้ดต่างก็ต้องชะงักเพียงเท่านั้น

"พวกเจ้ากล้าหรือ?" นางปิศาจถามเหมือนท้าทาย เล็บมือของเธอจ่ออยู่ที่คอของทารก

คาร์ลลดไม้เท้าลง...เขาไม่กล้าที่จะเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของแม่หนูน้อย

นาอินยิ้มอย่างมีชัย ทว่าเธอยังต้องจ้องไปที่คี้ดด้วยสายตาหวาดระแวงระคนประหลาดใจ จากนั้นร่างเธอจึงพลันแตกเป็นหมอกสีดำทะมึน หมุนวนจนฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว กระทั่งพวกเขาต้องหลับตา ยกแขนกันใบหน้า

เมื่อฝุ่นควันจางหาย ปิศาจทั้งหมดรวมทั้งทารกน้อยก็ดูเหมือนต่างหายไปพร้อมกับฝุ่นควัน

...

หลังจากววันนั้นก็แทบไม่มีความเคลื่อนไหวจากพวกของนาอินอีกเลยในช่วงสิบหกปีที่ผ่านมา ทั้งที่กำลังของผู้ปราบปิศาจดูเหมือนอ่อนแอลงทุกที...คนรุ่นก่อนตายไปมาก แต่คนรุ่นหลังกลับมีน้อยกว่าน้อย

...ใช่แล้ว ผู้มีความสามารถในการปราบปิศาจ อาจบอกได้ว่าหลงเหลือเพียงคนในคฤหาสน์เสตาลัญฉน์เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

แม้ความเศร้าเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมากมาย เกินกว่าผู้เป็นแม่ และภรรยาจะทนรับได้ แต่อัยก็สามารถใช้ชีวิตที่เหลือมาได้อย่างเข้มเข็ง

คี้ดบีบมือของหญิงสาวเบาๆ เธอจึงหันมามองเขา พยายามฝืนยิ้ม แต่กลับยิ่งตอกย้ำบาดแผลในจิตใจของเขา

บรรยากาศภายในห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง จนวินโพล่งทำลายความเงียบขึ้น

"ผมว่าลูกสาวป้าคงสวยอยู่หรอก ถ้าหน้าตาไม่เหมือนป้าน่ะนะ"

"เจ้า...วิน..." เสียงของอัยเปลี่ยนเป็นกดต่ำน่าขนลุกอีกครั้ง พร้อมกับได้ยินเสียงกำปั้นกระแทกเข้าชายโครงของเด็กหนุ่มดังชัดเจน

###

"ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะทำจนกำแพงเป็นรูได้ขนาดนี้จริงๆ" วินพูดพลางลูบมือไปตามกำแพงที่เป็นรูลึกเข้าไปครึ่งนิ้ว

คี้ดทรุดตัวลงนั่งบนเตียงในห้องเก่าของอัย ซึ่งถูกทิ้งร้างมานาน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น ห้องที่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็ยังเห็นยอดวิหาร...มันเหมือนเป็นภาพอันหลอกหลอนทุกครั้งที่เห็น...เงารางๆ ของร่างที่เสียบอยู่บนนั้น ยังฝังแน่นอยู่ในห้วงคำนึงของเขา

"คนมันกำลังหน้ามืด ไม่รู้ตัวหรอกว่าทำอะไรไปบ้าง"

วินเดินกลับมา ดึงมือคี้ดขึ้นพิจารณา จับมือเขากำเป็นหมัด แล้วลองจับชกมาที่อุ้งมือเขา "มือธรรมดานี่นะ..."

...ก็มือธรรมดาน่ะสิ

"คี้ด" เขาก้มตัวลงมาจ้องตาเขา "คุณเคยลองจับปิศาจมือเปล่ารึยัง?"

คี้ดยิ้มแห้งๆ ปฏิเสธ...ใครจะไปจับได้เล่า เขายังไม่อยากตายนี่นะ

"ผมว่าคุณน่าจะลองดูสักครั้งนา" สายตาของเจ้าหนุ่มดูจริงจัง

คี้ดขมวดคิ้วมุ่น...ไม่เข้าใจความคิดแผลงๆ ของหมอนี่เลย

"นายอยากจะทำอะไรก็บอกมาเลยดีกว่าวิน อย่ามาทำอ้อมไปอ้อมมา"

"ฮะๆๆ ให้ตายเถอะ คุณรู้ทันผมไปหมดจริงๆ"

"อย่าลืมสิว่าฉันก็เคยอายุเท่านาย"

"ไปที่ป่าชานเมืองนี่กันเถอะ"

คำชวนของวินทำให้คี้ดต้องมองเขาตาค้าง เขารู้สึกเหมือนเห็นภาพของตัวเอง สะท้อนอยู่ในแววตาของเด็กหนุ่มผู้นี้...

##########

 



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 06 ตุลาคม 2549 00:28:26 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com