คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๒ ครึ่งปิศาจ  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

มาตามสัญญาขอรับ สัปดาห์ละตอน พร้อมกับลิงค์ตอนเก่า ^^

บทที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4028

นักรบ

##########

บทที่ ๒ ครึ่งปิศาจ

 

ป่าชานเมืองอากัณห์ด้านทิศตะวันออกคล้อยไปทางใต้เล็กน้อย เป็นที่ตั้งของปราสาทรามัณณ์ ปราสาทหลังใหญ่ โอ่อ่า สวยงาม ทว่าภายในมีเพียงความดำมืด

แรกเริ่มเดิมที พวกปิศาจสร้างปราสาทรามัณณ์ขึ้นโดยเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณเฉกเช่นคฤหาสน์เก่าแก่อย่างคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ เพื่อให้เป็นเรือนหอของราดิศ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเสตาลัญฉน์ ผู้มีโชคชะตาเป็นไปตามคำสาปในตำนานโบราณ กับจิณณา หญิงสาวผู้ปราบปิศาจที่เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

หลังการต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างปิศาจกับผู้ปราบปิศาจเมื่อราวยี่สิบปีก่อน ปราสาทแห่งนี้ก็หลงเหลือเพียงกลิ่นอายของวันเวลา และความมืดมิดไม่มีที่สิ้นสุด

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวลือเกี่ยวกับปิศาจที่ออกมาจากป่าแถบนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง และนี่อาจเป็นเหตุให้วิน ซึ่งยังเป็นเด็กหนุ่มอารมณ์ร้อน ถือเป็นสถานที่ทดสอบฝีมือ

คี้ดเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง...มาเมื่อสมัยที่เขายังเป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบห้าปี เขามาเพียงลำพัง ทั้งที่อาจต้องเผชิญหน้ากับปิศาจจำนวนมหาศาล...

ในตอนนั้น เขาลอบบุกเดี่ยวมาเพื่อติดตามหาราดิศและจิณณา รอบตัวของคนทั้งสองมีเพียงปิศาจ...ปิศาจ...และปิศาจ

รอบตัวคี้ดในเวลานั้นก็เช่นกัน มีเพียงปิศาจที่จ้องจะทำร้ายเขา เพียงรอคำบัญชาจากราดิศเท่านั้น

อาจเป็นโชคดีของคี้ด บวกกับความใจดีของจิณณา ที่เป็นผู้ขอชีวิตให้เขา ทำให้เขาสามารถรอดกลับออกไปได้อย่างปลอดภัย

มาถึงเวลานี้ ดูเหมือนวินกำลังเดินตามรอยเท้าเขาเข้าไปในป่า เข้าไปยังปราสาทแห่งความทรงจำ

"ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยแฮะ มีแต่ต้นไม้กับใบไม้" วินพึมพำ ขณะค่อยๆ เดินลึกเข้าไปในป่า "น่าจะมีอะไรโผล่มาให้ตกใจบ้างนะเนี่ย"

เจ้าสิ่งที่น่าตกใจไม่ทำให้เขาผิดหวัง...

ในพุ่มไม้สูงหนาข้างทาง จู่ๆ ก็บังเกิดเสียงเหมือนมีตัวอะไรมุดอยู่ไปมา

ทั้งคี้ดและวินสอดส่ายสายตาระแวดระวัง คี้ดเอื้อมมือแตะเบลเดน อาวุธในตำนานที่เป็นอาวุธคู่กายเขามานานตั้งแต่เข้าร่วมในศึกเมื่อยี่สิบปีก่อน ส่วนวินก็เตรียมจับด้ามดาบ และรอคอย...

พุ่มไม้หยุดสั่นไหว เจ้าตัวที่อยู่ในพุ่มไม้ยังคงนิ่งอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะออกมา

วินสืบเท้าเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง เจ้าตัวที่อยู่ในพุ่มไม้ยังคงนิ่ง เขาจึงขยับเข้าไปใกล้อีกก้าวหนึ่ง คราวนี้เจ้าตัวนั้นเริ่มเคลื่อนไหว พุ่มไม้ขยับอีกเล็กน้อย เหมือนเจ้าตัวที่อยู่ในนั้นขยับห่างออก แล้วก็เงียบไปอีก

วินไม่มีความอดทนมากมายนักกับเรื่องพรรค์นี้ ดังนั้นเขาจึงกระโจนแหวกพุ่มไม้เข้าไป

ทว่าเจ้าตัวที่เขาจะเข้าไปจับ กลับกระโดดสวนออกมาอย่างว่องไว ทำให้วินล้มหน้าคว่ำลงไปในพุ่มไม้

เจ้าตัวนั้นหลุดรอดจากวินได้แล้ว แต่กลายเป็นว่ามันโถมเข้าใส่ร่างสูงใหญ่ของคี้ดที่รอรับอยู่ด้านหลังพอดิบพอดี คี้ดจึงอ้าแขนรับมัน กอดตัวมันไว้แน่น ยกตัวมันสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย แต่มันยังดิ้นปัดๆ อยู่ในอ้อมแขนของเขา

วินลุกออกมาจากพุ่มไม้ หันกลับมา เส้นผมและเสื้อผ้ายังมีกิ่งไม้ใบไม้ติดอยู่เต็ม

"อ้าว! เด็กผู้หญิงหรือนี่?" เขาอุทานด้วยความแปลกใจ เนื่องจากในสถานที่ที่มีเรื่องร่ำลือน่ากลัวเช่นนี้ไม่ควรมีเด็กผู้หญิงมาเดินเล่น

เด็กผู้หญิงคนนั้นยังพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากอ้อมแขนของคี้ด ทั้งทุบทั้งตีทั้งหยิกทึ้งอย่างไม่ลดละ

บาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายของคี้ดยังไม่ทันหายดี ถูกทุบมากเข้าก็เริ่มปริ มีเลือดซึม คี้ดจึงต้องปล่อยตัวเธอลง พอดีวินเข้ามาช่วยยึดข้อมือเธอไว้ต่อ เธอจึงตวัดดวงตากลมโตมีแววร้ายกาจกลับมา ยกมือขึ้นหมายจะฟาดเข้าใส่เด็กหนุ่ม แต่คี้ดใช้มือขวาคว้าข้อมือเธอไว้อีกข้าง

"เธอมาทำอะไรที่นี่?" เขาถามเสียงดัง

เด็กสาวไม่ตอบ แต่พยายามบิดข้อมือดิ้นรน เมื่อเห็นว่าไม่หลุดแน่แล้ว จึงเปลี่ยนมาใช้เสียงแทน เธอกรีดร้องเสียงแหลมดังลั่น จนวินทนไม่ไหวต้องเอามืออีกข้างอุดปากเธอ แต่ก็ยังไม่วายถูกกัดเข้าไปเต็มคำ

"โอ๊ย! ยายนี่!" วินง้างมือขึ้นจะฟาดเข้าใส่เธอ เธอก้มหน้าหลับตาปี๋ พอดีได้ยินเสียงคี้ดห้ามไว้

"วิน...ช่างเถอะ พาออกไปข้างนอกก่อน อยู่ที่นี่นานจะอันตราย"

วินเชื่อฟังคำของคี้ด ทั้งที่อารมณ์ยังกรุ่นๆ อยู่ พวกเขาจึงพากันหิ้วยายตัวร้ายออกจากป่าไปในเวลาก่อนอาทิตย์ตก

...

เมื่อออกจากป่ามาแล้ว คี้ดก็หาที่ใต้ร่มไม้นั่งลง เหงื่อซึมออกจากหน้าผากเขาประปรายเพราะความเจ็บปวด เขาปลดกระดุมเสื้อออก เพื่อเปิดดูเลือดสีแดงสดซึมอยู่ในผ้าพันแผลสีขาว

วินเห็นบาดแผลบนหัวไหล่แข็งแรงของชายหนุ่มแล้วต้องเบือนหน้าหนี...คี้ดได้บาดแผลนี้มาเพราะช่วยเขา เป็นความผิดของเขา...

คี้ดไม่ปล่อยให้เด็กหนุ่มฟ้งซ่านอยู่นาน เขารวบเสื้อปิดเข้ามา แล้วหันไปมองยายตัวร้ายที่ถูกวินโยนทิ้งลงข้างกาย เธออยู่ในชุดกระโปรงยาวรุ่มร่ามสีขาวครีม เนื้อตัวเปรอะดินจนมอมแมม เส้นผมยาวหยักศกสีน้ำตาลเทาก็ดูยุ่งเหยิง ติดเต็มไปด้วยกิ่งไม้และใบไม้

"เอาล่ะ...เธอจะบอกได้รึยังว่ามาทำอะไรที่นี่?" เขาเริ่มต้นสอบสวน

เด็กสาวตวัดสายตากลมโตสีทองมองจ้องเขานิ่ง แต่ยังไม่ยอมตอบ คี้ดจึงเปลี่ยนคำถาม

"เอาอย่างนี้ บ้านเธออยู่ที่ไหน? พวกเราจะไปส่ง..."

"ไม่นะ!" เธอรีบปฏิเสธสวนกลับมาทันควัน "เอ่อ...ข้า...กลับบ้านไม่ได้"

"ไม่ได้เป็นใบ้นี่..." วินว่า เธอจึงสะบัดหน้ากลับไปถลึงจ้องเขาตาขวาง เส้นผมหยักศกสีน้ำตาลเทาพลิ้วไปตามแรงสะบัด

"กลับบ้านไม่ได้ หมายความว่าอย่างไร?" คี้ดถามต่อ นัยน์ตาสีดำลึกลับของเขามีแววกังวล "เธอจะซ่อนอยู่ในป่านี่ไม่ได้หรอกนะ"

เด็กสาวเงียบไปอีก เธอขยับเข้ามานั่งกอดเข่าใกล้ๆ คี้ด คิ้วเรียวสวยสีน้ำตาลเทาเช่นเดียวกับเส้นผมขยับเข้าหากันเล็กน้อย ดูเหมือนเธอกำลังใช้ความคิด

"หนีออกจากบ้านมาละสิ?" วินก้าวเข้ามานั่งจ้องหน้าเธอราวกับจะยั่วโทสะ เธอจึงจัดการฟ้อนเล็บแหลมยาว ข่วนแสกหน้าเขาทีหนึ่งตามประสงค์ จนเกิดเป็นรอยแผลเลือดออกซิบๆ

"โอ๊ย! ยายลูกแมวนี่!"

"วิน..." คี้ดห้ามไว้อีก

"โธ่...คี้ด ปล่อยยายนี่ให้ปิศาจจับกินเสียก็หมดเรื่อง ดีไม่ดี ยายนี่จะได้ช่วยจัดการปิศาจจนหมด ไม่เหลือมาถึงมือเราเสียมากกว่า..."

"ปิศาจ!" เด็กสาวร้องขึ้นมา

คี้ดก้มลงมองเธอ พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปลอบโยน "ใช่...ปิศาจ...ในป่านี้มีปิศาจ เพราะฉะนั้นเธอถึงอยู่ที่นี่ไม่ได้"

"ถ้าอย่างนั้น ก็ให้ข้าไปด้วยสิ" เด็กสาวตอบ สีหน้าแสดงความบริสุทธิ์ในคำพูด

"ไม่ได้!" วินปฏิเสธเสียงแข็ง "เธอจะไปกับพวกเราไม่ได้ เด็กอะไร...จู่ๆ ก็จะไปกับคนแปลกหน้า เดี๋ยวจับไปขายเสียนี่!"

เด็กสาวตวัดมองเขา นัยน์ตาสีทองลุกวาวราวลูกแมวในโพรงมืด "ข้าไม่ได้จะไปกับเจ้า! ข้าจะไปกับเขา" เธอขยับตัวเข้าใกล้คี้ด สองมือน้อยๆ เกาะแขนเขาแน่น "ให้ข้าไปกับเจ้าเถอะนะ ข้าหลงทาง ไม่รู้จะไปที่ไหนดี พาข้าไปด้วยเถอะนะ" เด็กสาวอ้อนวอน

"หลงทาง...เดินอย่างไรให้หลงทางได้เล่า ยายลูกแมวป่า?" วินถามขึ้น น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง

"ข้า..." เด็กสาวตอบตะกุกตะกัก สีหน้าเลิกลัก "ข้า...ข้าเดินทางมากับท่านป้า กำลังจะไปเยี่ยมญาติที่ต่างเมือง แต่เมื่อมาถึงที่นี่ก็พบกับปิศาจ...ปิศาจตัวใหญ่ ข้าจึงวิ่งหนีมา พลัดหลงกับท่านป้า แล้วก็มาพบพวกเจ้าที่นี่"

"แล้วญาติของเธออยู่ที่ไหน?" คี้ดถามต่อ แต่เด็กสาวกลับส่ายหน้าช้าๆ

"ข้าไม่รู้ ข้าไม่เคยไปที่นั่น มีแต่ท่านป้าที่รู้...ข้าไม่รู้จะไปไหนแล้ว ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ...นะ"

ชายหนุ่มมองหน้าเธอนิ่ง พยายามชั่งใจ อยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นดวงตากลมโตของเธอเริ่มแดง มีหยาดน้ำค่อยๆ เอ่อกลบ เขาก็ต้องก้มหน้า ยกมือกุมขมับ ...เขาแพ้น้ำตา โดยเฉพาะน้ำตาของเด็กผู้หญิง

"เอาละ..." คี้ดว่าพลางถอนหายใจ "จะไปด้วยกันก็ได้"

"เอ้อ...ดีจริงๆ" วินบ่น "จะมาจับปิศาจ ดันได้ลูกแมวป่าเสียนี่"

...แควก!

###

คี้ด วิน และ `ยายลูกแมวป่า' ตามคำนิยามของเด็กหนุ่ม กลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสตาลัญฉน์ในตอนค่ำ ผู้ที่ออกมาเปิดประตูต้อนรับพวกเขากลับไม่ใช่คนรับใช้ดังเช่นเคย แต่เป็น เว้ค เด็กหนุ่มนัยน์ตาสองสี ผู้ซึ่งหลับไหลอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์มาเป็นเวลาเกือบสองเดือน

"เว้ค!" เด็กหนุ่มหน้าลายพร้อยไปด้วยรอยเล็บ `แมว' กระโดดกอดคอเขาราวกับเป็นเด็กเล็กๆ ทว่ารูปร่างเขาไม่ใช่เด็กแล้ว ดังนั้นเมื่อโผเข้าใส่ร่างเด็กหนุ่มที่อายุมากกว่าเขาเพียงไม่ถึงปี จึงพากันล้มโครม

"คิดถึงเป็นบ้าเลย...นายขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?" วินถามขณะยันตัวลุกขึ้น

"เมื่อบ่ายนี้เอง" เด็กหนุ่มอีกคนตอบ แล้วหันไปจะทักทายคี้ด  ทว่าเมื่อเห็นรอยเลือดบนผ้าพันแผลที่หัวไหล่ของชายหนุ่มจึงร้องทักเสียงดัง "คี้ด!...ไหล่คุณ?"

คี้ดก้มมองที่รอยเลือดบนหัวไหล่ แม้จะเริ่มรู้สึกชาขึ้นบ้าง แต่ก็ยังปวดอยู่ "พลาดท่าถูกปิศาจทำร้ายเอาเมื่อวันก่อน ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว" เขาตอบเสียงเบา สีหน้ายังไม่ดีขึ้น

"ใครบอกว่าคุณพลาด" วินแย้ง ก้มหน้าพูดเสียงเบา "คนอย่างคี้ดไม่เคยพลาด แต่เพราะช่วยผมต่างหาก..."

"ที่แท้นายก็เป็นตัวถ่วงนี่เอง" เด็กสาวที่มาด้วยเริ่มเปิดปากแสดงตัวตน แต่ยังไม่ทันที่เว้คจะสนใจเธอ เสียงหญิงสาวที่เดินผ่านมาทางด้านหลังก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกคนไปยังต้นเสียงเป็นจุดเดียว

"เด็กคนนั้น!..."

เสียงของอัยทำให้คี้ดนึกไปถึงลูกสาวของเธอ...เด็กคนนั้น ถ้าเธอยังอยู่ ก็จะโตพอๆ กับเด็กสาวคนนี้แล้ว ไม่แน่ อัยอาจจะคิดว่าเด็กนี่เป็นลูกสาวของเธอ...

อัยถลาเข้ามาหาเด็กสาว เอื้อมมือสั่นเทาแตะที่แก้มของเธอแผ่วเบา

"เด็กคนนี้..." เสียงของเธอสั่น ดวงตาที่มองเด็กสาวมีแววรักใคร่เอ็นดู

เด็กสาวขยับถอยออกไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ เธอเผลอเกาะยึดแขนใหญ่แข็งแรงของคี้ด ราวกับเด็กน้อยๆ พยายามหาที่ยึดเหนี่ยว เธอรู้สึกกลัวการกระทำแปลกๆ ของหญิงสาวที่ตนไม่รู้จัก

"เด็กคนนี้..." อัยยังย้ำคำเดิม เสียงสั่น แต่อ่อนโยน "น่ารักจัง เหมือนตุ๊กตาเลย...หนูชื่ออะไรจ๊ะ?"

ทั้งคี้ด วิน และเว้ค พากันยกมือกุมขมับ ส่ายหน้าเบาๆ ...นี่เธอคิดว่าเด็กคนนี้เป็นอะไรกันแน่?

เด็กสาวไม่ตอบคำถามของอัยในทันที เธอยังรู้สึกตกใจกับการกระทำเมื่อครู่ไม่หาย อัยจึงยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน เอื้อมมือลูบศีรษะเธอเบาๆ

"ฉันขอโทษ ฉันหยอกหนูแรงไปหน่อย หนูมาจากไหนหรือจ๊ะ?"

เธอยังไม่ตอบ แต่พยายามเบียดตัวยึดคี้ดไว้แน่น

"แล้วทำไมมากับคี้ดได้ล่ะ?"

เด็กสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ตนเกาะยึดอยู่ เขาจึงพยักหน้าให้เธอ เพื่อให้เธอรู้สึกวางใจ

"ข้า..." เธอยังลังเลที่จะตอบ วินเห็นแล้วรู้สึกรำคาญ จึงช่วยตอบให้

"เราเจอยายลูกแมวบ้านี่ที่ชายป่าน่ะ อาอัย เห็นว่าหลงทาง ก็เลยพามาด้วย..."

"ข้าไม่ใช่ลูกแมวนะ...เจ้าหน้าลาย!" เด็กสาวกระชากเสียง เว้คจึงหัวเราะ จับศีรษะน้องชายหันมาพิจารณา

"ก็นึกอยู่ว่านายไปโดนอะไรมา ที่แท้ก็แมวข่วนนี่เอง"

อัยเองก็พลอยหัวเราะ แต่ไม่ได้สนใจเจ้าหนุ่มผมน้ำตาล เธอสนใจลูกแมวป่าตัวน้อยนี่มากกว่า "หนูชื่ออะไรจ๊ะ?"

"ข้าชื่อรัน...รันธา"

###

ห้องโถงกลางของคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ทั้งสูงทั้งกว้างขวาง กลางห้องโถงมีชุดรับแขกทำจากไม้ทาสีดำเป็นเงา สลักลวดลายตามศิลปะสมัยโบราณ

อัยยืนอยู่หลังเก้าอี้ตัวที่คี้ดกำลังนั่งอยู่ เธอปลดผ้าพันแผลของชายหนุ่มออกเพื่อทำความสะอาดบาดแผล โดยมีสาวใช้คนหนึ่งช่วยถือถาดอุปกรณ์ทำแผล

บาดแผลของคี้ดยังดูไม่ดี ปากแผลบวม ม่วงคล้ำ เลือดที่ซึมออกมาก็มีสีแดงเข้มจนเกือบดำ แสดงว่ายังมีพิษคั่งค้างอยู่

เด็กสาวเห็นภาพน่ากลัวนักก็ก้มหน้า แสร้างหยิบเสื้อของคี้ดซึ่งพาดอยู่ที่เก้าอี้ตัวข้างๆ มาพลิกดูไปมา

คาร์ลนั่งอยู่ตรงข้ามคี้ด เขามองบาดแผลของชายหนุ่มแล้วถอนหายใจยาว "คืนพรุ่งนี้ไม่ต้องไปก็ได้นะคี้ด"

คี้ดเงยหน้ามองชายชรา ผู้ซึ่งรับอุปการะเขา หลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกปิศาจฆ่าตาย สายตาของชายชราบ่งบอกถึงความห่วงใยอาทรอย่างคนในครอบครัว เขายิ้มให้ชายชราด้วยดวงตา "ผมไม่เป็นไรหรอกคาร์ล ผมอยากกลับไปเยี่ยมบ้านที่เคยอยู่ อีกอย่าง ยังมีวินไปด้วยอีกทั้งคน"

เขาหันไปขยิบตาให้กับเด็กหนุ่ม ซึ่งกำลังยื่นหน้าให้เว้คช่วยทำแผลที่ถูก `แมว' ข่วน เพื่อหาแนวร่วมสนับสนุน วินจึงยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้าเป็นการรับรอง

ความจริงเค้าหน้าของเว้คและวินมีบางส่วนคล้ายกัน ทั้งนี้เพราะพวกเขาเป็นพี่น้องต่างอุทรณ์...

เว้คมีดวงตาสองสี...นัยน์ตาขวาของเขาเป็นสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับวิน ทว่านัยน์ตาซ้าย รวมถึงเส้นผม เป็นสีแดงดั่งเพลิง ซึ่งได้มาจากแม่ของเขา...แม่ที่เป็นปิศาจ

เขาเป็นหนึ่งในผลพวงที่เกิดขึ้นจากศึกครั้งใหญ่เมื่อราวยี่สิบปีก่อน

...

ในตอนนั้น ระหว่างที่ผู้ปราบปิศาจ พยายามสืบหาตัว ราดิศ เสตาลัญฉน์ ผู้ต้องคำสาปแห่งตระกูล ให้ต้องกลายเป็นทายาทของเซเทล ปิศาจผู้ซึ่งเป็นจ้าวแห่งปิศาจทั้งปวง นิรมัน พ่อของเด็กหนุ่มทั้งสอง ซึ่งก็คือพี่ชายของอัย ได้เข้าไปเป็นสายในกลุ่มปิศาจ เพื่อลอบส่งข่าวความเคลื่อนไหวของพวกมัน เขาทำให้พวกมันเชื่อใจ ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ วานู นางปิศาจ ผู้ซึ่งนาอิน เปรียบนางเป็นดั่งน้องสาว ทั้งที่ตัวเขาเองก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวธรรมดาผู้หนึ่งอยู่ก่อนแล้ว

หลังจากบรรลุเป้าหมายในการตามหาทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเสตาลัญฉน์แล้ว เขาก็ลอบกลับออกมาพร้อมกับทารกเพศชาย ผู้มีนัยน์ตาสองสี

นิรมัน ทรยศต่อภรรยาของตน และยังทรยศต่อความรักที่วานูมีให้เขา แต่ทั้งหมดนี้ เพื่อภารกิจสำคัญที่เขาได้รับมอบหมายเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อเขาพาเว้คกลับมา เขาจึงต้องซ่อนทารกไว้คฤหาสน์เสตาลัญฉน์

แน่นอน...วานูต้องการทารกคืน ต้องการแก้แค้น นางจึงเปลี่ยนร่างเป็นปิศาจงูสีแดงขนาดมหึมา พาปิศาจกลุ่มใหญ่มายังคฤหาสน์เสตาลัญฉน์

ทั้งคาร์ล นิรมัน อัย และคี้ด นำกลุ่มผู้ปราบปิศาจปะทะกับกลุ่มปิศาจ เพื่อปกป้องคฤหาสน์ ปกป้องทารกน้อยที่หลบซ่อนอยู่ และทารกอีกคนที่กำลังจะลืมตาดูโลก...
 
ในการต่อสู้ครั้งนั้น นิรมันตัดสินใจสละชีวิตตนเอง เพื่อชดเชยความผิดที่มีต่อนางปิศาจ!

แม้ว่าแม่ของเว้คจะฆ่านิรมันได้ แต่นางกลับต้องหัวเราะทั้งน้ำตา และยอมตายภายใต้คมดาบคู่ของอัยโดยง่ายดาย

ความเสียใจที่ต้องสูญเสียนิรมัน ทำให้ภรรยาของเขาให้กำเนิดทารกเพศชายก่อนกำหนด จากนั้น เธอก็เสียชีวิต...

คาร์ล คนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลเสตาลัญฉน์ ผู้ซึ่งมีหน้าที่ดูแลตระกูลเสตาลัญฉน์และกลุ่มผู้ปราบปิศาจต่อจากพ่อของราดิศ จึงตั้งชื่อให้ทารกกำพร้าแต่แรกเกิดผู้นี้ว่า `นวิน' และเลี้ยงดูทารกน้อยร่วมกับ `เวคิน' พี่ชายต่างมารดาของเขา

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เด็กหนุ่มทั้งสองจึงเติบโตมาด้วยกันพร้อมกับความแตกต่าง...

เว้คผู้มีเลือดในกายครึ่งหนึ่งเป็นปิศาจงู โดยอุปนิสัยแล้วเขาชอบอยู่นิ่ง ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับงู บางครั้งเขายังต้องการ `จำศีล' ภายในห้องใต้ดินของคฤหาสน์

ผิดกับวินที่มีความสดใสร่าเริงอย่างเด็กทั่วไป เขาชอบความท้าทาย โลดโผน และที่สำคัญ เขายึดถือคี้ดเป็นแบบอย่างด้วยจิตใจอันห้าวหาญ

ความแตกต่างนี้ทำให้เด็กทั้งสองได้รับการฝึกฝนให้เป็นผู้ปราบปิศาจ ด้วยศาสตร์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เว้คเรียนรู้มนตราคาถาอาคม ส่วนหนึ่งเพื่อร่ายคาถาลงอาคมบนอาวุธสำหรับปราบปิศาจ อีกส่วนหนึ่งเพื่อเรียนรู้ และหาวิธีกักพลังปิศาจของตน ไม่ให้ตัวเขาต้องกลายเป็นปิศาจไป

สำหรับวิน เขาฝึกฝนร่างกาย และการใช้อาวุธต่างๆ เพื่อออกปราบปิศาจ ร่วมเป็นร่วมตายกับคี้ด ดังนั้น เวลานี้เขาอาจจะเรียกได้ว่าเป็นคู่หูที่รู้ใจที่สุดของคี้ด

...

ท่าทางที่วินทำราวกับส่งสัญญาณให้รู้กันกับคี้ดเพียงสองคนทำให้รันรู้สึกหมั่นไส้ เธอไม่สนใจว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะสนิทกับคี้ดมาก่อนอย่างไร รู้แต่ว่าคี้ดเป็นคนแรกที่ใจดีกับเธอ พูดจากับเธออย่างนุ่มนวล และมีแววตาที่อบอุ่น

ตั้งแต่เล็กมา ไม่เคยมีใครปฏิบัติเช่นนี้กับเธอ แม้แต่ท่านป้า...ท่านป้าที่เธอคิดว่าเป็นญาติเพียงคนเดียวก็ยังเย็นชากับเธอ...

"คืนพรุ่งนี้มีอะไรกันหรือคี้ด?" เด็กสาวพยายามหันเหความสนใจของเขาออกจากวิน

"จับปิศาจในหมู่บ้านทางทิศตะวันตกของเมือง" เขาตอบเรียบๆ ดวงตามองออกไปเบื้องหน้า ย้อนกลับไปไกลถึงวัยเด็ก อัยล้างแผลให้เขาเสร็จแล้วและกำลังให้สาวใช้เก็บอุปกรณ์

"จับปิศาจ!?" เด็กสาวร้อง

คี้ดถอนสายตาจากอดีตของตน หันมองดวงตากลมโตที่เบิกกว้างแล้วยิ้ม พลางยื่นมือออกเป็นเชิงขอเสื้อคืนจากเด็กสาว "ใช่...พวกเรามีหน้าที่จับปิศาจ...กลัวหรือ?"

รันสะบัดหน้าแรงๆ "ไม่...ข้าไม่กลัว ข้าไม่เคยกลัว จะให้ข้าไปจับปิศาจด้วยก็ได้" เธอตอบจริงจัง

"ฉันรู้จ๊ะแม่หนู...ฉันรู้ว่าเธอไม่กลัว" เสียงของอัยกลั้วหัวเราะกังวาล "แต่แถวนี้มีปิศาจชุกชุม ทางที่ดี อย่าออกจากบริเวณคฤหาสน์จะดีกว่า"

"ไม่!" รันร้องเสียงแหลมจนทุกคนตกใจ "ข้าไม่ยอมให้เจ้ากักบริเวณข้า ไม่ยอมเด็ดขาด!"

"ไม่หรอกจ๊ะ ไม่มีใครคิดกักบริเวณหนูหรอก แต่เพื่อความปลอดภัยของหนู..."

"ใครๆ ก็อ้างแบบนี้ ท่านป้าก็อ้างเช่นนี้ สุดท้ายก็คือกักขังข้า!"

อัยทั้งตกใจทั้งสงสารเด็กสาวคนนี้ เธอแสดงออกเช่นนี้แสดงว่าเธอคงเคยถูกกักบริเวณ เคยถูกฉกฉวยอิสระภาพ...

"เอาล่ะๆ" อัยปลอบเสียงอ่อนโยน "ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปในเมืองดีไหม? ฉันจะพาเธอไปเที่ยวดูในที่ไหนๆ ก็ได้ที่เธออยากไป"

"จริงหรือ?...เจ้ายอมให้ข้าไปจับปิศาจด้วยแล้วใช่ไหม?"

"ไม่ใช่หรอกจ๊ะ" อัยปฏิเสธยิ้มๆ "ไปเที่ยว ไปเดินเล่น ไม่ได้ไปจับปิศาจหรอกจ๊ะ"

"แต่วินยังไปได้..." รันยังดื้อดึง แต่น้ำเสียงอ่อนลงมาก

"ก็เขาเป็นคนจับปิศาจนี่จ๊ะ"

"ข้าก็ทำได้เช่นกัน"

"นี่ ยายลูกแมว จับปิศาจไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะเธอ" วินทนความดื้อของเด็กสาวไม่ได้

"ฉันก็ไม่ได้พูดเล่น" เด็กสาวย่นจมูก แลบลิ้นใส่เขา

"ฉันรู้ว่าเธอไม่กลัว เธอเป็นเด็กที่เก่ง และกล้าหาญ" คาร์ลพูดขึ้นบ้าง "แต่การจับปิศาจต้องมีการฝึกฝนทักษะ รวมถึงการใช้อาวุธ" คาร์ลยิ้มให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน "อยู่เรียนรู้จากอัยสักระยะ เมื่อเธอเก่งกว่านี้ ฉันจะให้เธอไปช่วยจับปิศาจ"

"แต่..." เธอพยายามหาข้อโต้แย้ง แต่อย่างไรก็ไม่สามารถแย้งได้

"ถ้าอยากจับปิศาจจริงๆ ฉันจะสอนเธอเอง ดีไหม?" อัยช่วยกล่อมอีกแรง

รันเห็นสายต่ออ่อนโยนแสดงความเป็นห่วงเธอแล้วก็มีแต่ต้องก้มหน้า รับคำเบาๆ ในลำคอ

##########



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 14 ตุลาคม 2549 00:38:06 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com