คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๔ ทดสอบ  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

บทที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4028
บทที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4085
บทที่ ๓ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4138

นักรบ

##########

บทที่ ๔ ทดสอบ


น้ำอุ่นใสกระเพื่อมเป็นระลอก ส่งไอกรุ่นลอยขึ้นเหนืออ่างทองเหลืองเนื้อเรียบ

คี้ดวักน้ำจากอ่างทองเหลืองขึ้นลูบใบหน้า...

เมื่อคืน...หลังจากต่อสู้กับปิศาจงูแล้ว เขาและวินก็กลับมาถึงคฤหาสน์ในเวลาเกือบรุ่งสาง วินเล่าสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านให้คาร์ล อัย และเว้ค ซึ่งรอฟังข่าวอยู่ที่ห้องโถงได้รับรู้ ส่วนรันนั้น ยังนอนหลับอยู่ในห้องของเธอ หลังจากนั้นพวกเขาจึงขอตัวขึ้นมาพักผ่อนในห้อง

คี้ดเงยหน้ามองตัวเองในกระจกเงา หยาดน้ำเกาะปรอยไปทั่วทั้งใบหน้า คิ้ว ขนตา รวมทั้งเส้นผมสีดำขลับ บาดแผลของเขา ยังคงรู้สึกปวดตุบๆ

ชายหนุ่มค่อยๆ แก้ผ้าพันแผลออก แตะมือขวาไปที่ไหล่ซ้ายใต้บาดแผล รอบๆ แผลยังบวมช้ำจนเป็นสีม่วงคล้ำ รอยแผลเป็นรูลึก เลือดที่เกาะค้างอยู่เป็นสีดำ ดำเช่นเดียวกับดวงตาของเขา

ความฝันของเมื่อคืนก่อนยังค้างอยู่ในความทรงจำ เงาหมอกในความฝัน...สัมผัสที่เขารู้สึกว่าอ่อนโยน เวลานี้กลับทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดและสับสน

เขายังไม่ได้นอนพักผ่อนตั้งแต่เมื่อคืน แต่เวลานี้เขาต้องนอน ต้องพักผ่อน และเมื่อเขานอนหลับ เขาก็คงฝันถึงมันอีก

แสงแดดอ่อนๆ ของยามเช้าลอดผ่านบานหน้าต่างเขามาในห้อง ค่อยๆ สว่างขึ้น...สว่างขึ้น เสียงเคาะประตูฉุดชายหนุ่มออกจากห้วงคำนึง

ประตูค่อยๆ แง้มเปิดออก ใบหน้าสวยสดใสของเด็กสาวแรกรุ่นโผล่พ้นขอบบานประตูเข้ามา เธอกลอกตามองหาเจ้าของห้อง เมื่อเห็นเขายืนจ้องเธออยู่หน้ากระจกบานสูงที่วางพิงผนังข้างหนึ่ง โดยมีอ่างทองเหลืองวางไว้บนโต๊ะเตี้ยข้างๆ เธอจึงตรงรี่เข้าไปหาเขา

"คี้ด...อุ๊ย!" เธอหยุดกึกลงทันทีเมื่อเห็นบาดแผลน่ากลัวของเขา

"เข้ามาแต่เช้า...มีอะไรหรือ?" เขาถามขึ้นเรียบๆ

รันไม่ได้ตอบ แต่กลับย้อนถามถึงบาดแผลของเขา "แผลเจ้า...ยังไม่หายอีกหรือ?"

"ถูกพิษแบบนี้ คงไม่หายง่ายๆ ถ้าเธอไม่มีอะไร ฉันขอพักผ่อนสักหน่อย" ชายหนุ่มเดินผ่านหน้าเธอไปที่เตียง ทำท่าจะล้มตัวลงนอนจริงๆ

"จะไม่ทำแผลก่อนหรือ?"

คี้ดก้มมองที่แผลซึ่งเปล่าเปลือย ไม่มีผ้าพัน "จริงสิ คงต้องรบกวนอัยอีกแล้ว"

"งั้นรอเดี๋ยวนะ" เด็กสาวว่า แล้วสะบัดหางเปีย วิ่งหายออกจากห้องไป

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอกลับมาอีกครั้งพร้อมกล่องปฐมพยาบาลที่อัยเคยถือมาทำแผลให้เขา

เธอจัดแจงวางกล่องปฐมพยาบาลลงบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง "ฉันจะทำให้เอง นั่งเฉยๆ นะ" เธอว่า แล้วจัดแจงเปิดกล่อง หยิบผ้าพันแผลสีขาวสะอาดขึ้นถือไว้ในมือ พร้อมกับยิ้มเผล่

"หา!" คี้ดอุทานด้วยความตกใจ รู้สึกเสียววาบที่บาดแผลขึ้นมาทันที "แล้วเธอ...ไม่กลัวหรือ?"

รันปั้นหน้าเครียด สะบัดหน้าแรงๆ จนหางเปียไหวตาม นัยน์ตาสีทองฉายแววตั้งใจอย่างเต็มที่

เมื่อเห็นดวงตาเช่นั้น คี้ดจึงมีแต่ต้องจำยอมโดยดี

เด็กสาวค่อยๆ วางปลายผ้าลงเหนือบาดแผลของเขาอย่างระมัดระวัง มือขวาจับปลายผ้าไว้ มือซ้ายค่อยคลายผ้าออกจากม้วนช้าๆ พันไล่ลงมา โอบใต้แขนขวารอบหนึ่ง แล้วพันกลับขึ้นไปที่ไหล่ซ้ายอีกครั้ง อย่างที่เคยเห็นอัยทำให้เขา

ใบหน้าขาวนวล ลอยอยู่ใกล้ใบหน้าเขา ดวงตาของเธอมุ่งมั่นจนค่อนไปทางเครียด มือน้อยๆ สั่นนิดๆ

ชายหนุ่มมองเธอตั้งแต่หน้าผากจรดหางเปีย เขาเพิ่งสังเกต หางเปียของรันผูกริบบิ้นที่เขาเคยชมว่าเหมาะกับเธอ

คี้ดยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาว คลายจากความกังวลเมื่อครู่...เริ่มวางใจ...

ทว่าผ่านไปอีกอึดใจ ไหล่ซ้ายพลันกระตุกหน่อยหนึ่ง

"อุ๊ย...ข้าขอโทษ เอาใหม่อีกรอบนะ"

"โอ๊ย!"

"กรี๊ด! ข้าขอโทษ...ขอโทษๆ"

"อ๊าก!"

...ท้ายที่สุด รันยังต้องวิ่งไปตามอัยมาช่วยทำแผลให้เขาอยู่ดี

###

ความคิดที่ต้องการจะพักผ่อนให้คลายความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ กลับทำไม่ได้อย่างที่คิด ด้วยความฝันอันดำมืดและหนาวเย็นยังคงวนเวียนรบกวน ให้ประหวั่นพรั่นใจ คี้ดจึงเลือกเดินลงมายังสวนด้านหลังคฤหาสน์แทน

สวนของคฤหาสน์เสตาลัญฉน์กว้างขวาง ร่มรื่น ดอกไม้ต้นไม้ประดับทั้งใหญ่น้อยปลูกอย่างเป็นระเบียบเป็นสัดส่วน และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พื้นดินพื้นหญ้ารอบบริเวณยังคงชุ่มชื้นด้วยหยาดน้ำค้างจากค่ำคืนที่ผ่านมา หยาดน้ำที่ปลายหญ้าต้องแสงแดดอ่อนยามเช้าเห็นเป็นประกายระยิบระยับ

กลางสวนเป็นอ่างน้ำพุขนาดไม่ใหญ่โตนัก ทว่ายังมีนกตัวน้อยๆ บินแวะเวียนลงกินน้ำเล่นน้ำไม่ว่างเว้น

ครั้นเมื่อนกน้อยเห็นมนุษย์ร่างใหญ่กรายเข้ามาใกล้ต่างก็กระพือปีกเสียงดังพึบพับ บินกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

คี้ดมองฝูงนกน้อยแตกฮือบินไปตั้งหลักสูงถึงขอบระเบียงชั้นบนสุดของคฤหาสน์ แล้วอดยิ้มกับความน่ารักไร้เดียงสาของพวกมันไม่ได้ เมื่อเดินเข้ามาใกล้น้ำพุอีกเล็กน้อย สายตาพลันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนพื้นดินอ่อนในบริเวณนั้น

รอยเท้าสัตว์...

เขาขมวดคิ้วดำ ดกหนา พลางก้มลงพิจารณารูปร่างของรอยเท้าที่ประทับลงบนดินชื้นอ่อนนุ่ม...ไม่ใช่รอยเท้าสัตว์ธรรมดา มันเป็นอุ้งเท้าขนาดใหญ่ ทว่าไม่มีรอยเล็บ ช่วงห่างของแต่ละรอยค่อนข้างกว้าง แสดงถึงลำตัวที่ใหญ่โต สันนิษฐานได้ว่าเป็นรอยเท้าของสัตว์ตระกูลแมวขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นรอยเท้าเสือ!

ใจของคี้ดประหวัดไปถึงเงาซึ่งวินชี้ให้เขาเห็นในหมู่บ้านเมื่อคืนแล้ว

ทิศทางของรอยเท้ามุ่งไปทางเดียว เขาเดินตามรอยเท้านั้นจนกระทั่งไปหยุดอยู่ข้างกำแพงทางปีกขวาของคฤหาสน์ รอยเท้าเหล่านั้นจึงขาดหาย...

ชายหนุ่มแหงนหน้ามองไล่ขึ้นไปตามกำแพงซึ่งค่อนข้างสูงและชัน กระทั่งมนุษย์ธรรมดาอย่างเขายังปีนขึ้นไปไม่ได้ง่ายๆ

ที่กึ่งกลางความสูงเป็นระเบียงหน้ามุขกว้างของห้องหนึ่งในคฤหาสน์ คี้ดจำได้ มันเป็นห้องเก่าของจิณณา ซึ่งบัดนี้จัดให้รันอยู่ชั่วคราว

ความสงสัยในใจคี้ดเริ่มเปลี่ยนเป็นความวิตก แม้ไม่อยากคิด แต่สิ่งที่เขาเห็นมันบ่งชัดอยู่

หากเจ้าสัตว์ตัวนั้นกระโดดขึ้นไปทางนี้ รันก็น่าจะพบมัน และอาจเกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ทว่าเมื่อครู่รันกลับยังดูสุขสบาย ไม่มีทีท่าตื่นตระหนกจากเหตุอันใด

เขาไม่ได้ต้องการให้มีเหตุใดเกิดขึ้นกับเธอ แต่หากทุกอย่างเป็นปกติเช่นนี้ ก็แปลความหมายได้เพียงสถานเดียว รันอาจมีความสัมพันธ์บางอย่างกับแมวยักษ์นั่น!

...แล้วยังค้างคาวหนุ่มนั่นอีก มันดูเหมือนรู้จักเธอ ดูเหมือนต้องการพาตัวเธอไป แม้เธอจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการปฏิเสธของเธอจะเป็นความจริง

ทว่าคี้ดยังไม่ยอมสรุป จนกว่าจะพิสูจน์ให้รู้แน่เสียก่อน เขาคิดจะจับตาดูเธอทุกฝีก้าวเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าเด็กสาวนัยน์ตาคมสวยนั้นจะมีความลับใด เธอจะต้องเผลอเปิดเผยมันออกมาสักวัน...

###

เสียงโลหะกระทบกันดังเปรื่องปร่างไปทั่วบริเวณลานหินอ่อนในร่มหน้าคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ ในขณะที่รันกำลังฝึกซ้อมดาบคู่กับอัยอย่างตั้งอกตั้งใจ

เมื่อแรกเธอต้องการใช้อาวุธมีคมประเภทเดียวกับคี้ด ต่อเมื่อเขาว่ามันหนัก และให้เธอทดลองจับเบลเดน เธอก็เพียงเอื้อมมือเข้าไปใกล้ ยังไม่ทันแตะถูกมันก็ชักมือกลับ แล้วเปลี่ยนใจไปใช้ดาบคู่แบบซามูไรของอัย ซึ่งไม่ได้ใช้งานมานานจนอาคมในดาบเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลาแทน...

รันเป็นเด็กฉลาด เมื่ออัยสอนทักษะพื้นฐานเพียงเล็กน้อย เธอก็สามารถใช้อาวุธได้อย่างไม่รู้สึกเก้งก้างติดขัด

การเคลื่อนไหวของเด็กสาวอยู่ในสายตาคี้ดตลอดเวลา ท่วงท่าของเธอคล่องแคล่ว ปฏิกิริยาในการตอบสนองว่องไว ไม่ว่าดาบคู่ของอัยจะกวัดแกว่งไปในทิศทางใด รันก็สามารถปัดป้อง เคลื่อนหลบ และตอบโต้กลับได้อย่างรวดเร็ว

คี้ดเองก็กำลังฝึกซ้อมอาวุธมีคมของตนร่วมกับวิน ทว่าไม่ได้ตั้งใจเท่าไรนัก เมื่อวินฟาดดาบลงมา เขาก็เพียงใช้เบลเดนรับ แล้วปัดออกอย่างง่ายๆ จนวินรู้สึกอึดอัด

"วันนี้คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคี้ด?" วินตะโกนถามขึ้นจากระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว

ชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถามกลับ เขาจึงอธิบายต่อ "ก็ผมเห็นคุณไม่ค่อยมีสมาธิ เอาแต่ปัดกับหลบ..."

"ขอโทษ..." คี้ดถอนหายใจแล้วมองไปทางรันกับอัยอีกครั้งก่อนถาม "นายว่าไหม...ฝีมือรันพัฒนาเร็วมาก?"

"ไวอย่างกับแมว..." วินเห็นด้วย แต่ยังไม่เข้าใจความหมายของเขาจึงพูดหยอกกลั้วหัวเราะ "แต่ผมว่าเธอใช้เล็บได้คล่องกว่าดาบนะ"

คำพูดกระเซ้าของวินสะกิดใจเขา...แมวโดยมากมักใช้เล็บได้เป็นอย่างดี

"ฉันอยากทดสอบ...ขอเปลี่ยนคู่ซ้อมชั่วคราว" เขาบอกแล้วจึงเดินห่างออกจากบริเวณนั้นไปประมาณสองช่วงเสากลมใหญ่ เพื่อบอกประโยคที่มีความหมายเดียวกันนี้กับอัย ซึ่งอัยเองก็ยินดี แต่ผู้ที่ยินดียิ่งกว่าคือรัน

"อยู่ๆ ทำไมถึงอยากทดสอบฝีมือข้า" เด็กสาวถามด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่อัยเดินห่างออกจากบริเวณนั้นแล้ว อารมณ์ดีใจแสดงออกทางใบหน้ามนสวยโดยไม่ปกปิด ทว่าสีหน้าของคี้ดกลับนิ่งขรึม ต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง

"ไม่มีอะไร เห็นเธออยู่ที่นี่มาก็หลายวันแล้ว เลยอยากรู้ว่าเธอพัฒนาไปถึงไหน" เขาตอบเสียงเรียบพร้อมกับวางเบลเดนไว้บนพื้นข้างเสากลมต้นใหญ่ใกล้ๆ นั้น

"ไม่ใช้มันหรือ? ระวังบาดเจ็บนะ" เด็กสาวเตือน ทว่าคี้ดกลับแบมือทั้งสองออกในระดับเอว เป็นเชิงบอกให้เธอฟาดดาบลงมาได้เลย

รันกระชับดาบทั้งสองขึ้นสูงระดับศีรษะ มือซ้ายนำมือขวา แล้วถลาวิ่งตวัดดาบขวาฟันเข้าใส่อกเขา

คี้ดเบี่ยงตัวหลบวูบไปทางซ้าย เธอจึงกระแทกศอกขวากลับโดยไม่หวังว่าจะสามารถทำอันตรายเขาได้ ทว่าดาบในมือซ้ายที่เงื้อตามมาต่างหากที่หวังผล

ชายหนุ่มย่อมหลบศอกขวาของเธอได้ พร้อมกับยกมือขวาคว้าข้อมือซ้ายของเธอ หยุดดาบที่เตรียมฟาดลงมา

ดาบในมือขวาของรันยังอยู่ เธอตวัดมันขึ้นเพื่อให้คี้ดหลบและปล่อยข้อมือเธอ แต่ผิดคาด เขากลับใช้มือซ้ายยึดข้อมือขวาของเธอไว้อีก

เธอเห็นไม่เหลือทางให้ดาบในมือเคลื่อนไหวต่อได้ เธอจึงทิ้งดาบ แล้วบิดข้อมือพร้อมกับหมุนตัวหลุดจากพันธนาการ จากนั้นกระโดดกลับตัวไปยืนตั้งหลักห่างจากตัวเขาราวสี่ก้าว

"ไหวพริบดีนี่" เขาชม ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างยินดี ทว่าเขากลับมองเธอด้วยแววตามีประกายประหลาด ราวกับพยายามอ่านเข้าไปในจิตใจเธอ "แต่ตอนนี้เธอไม่มีดาบแล้ว ลองใช้มือ...ใช้เล็บของเธอดูสิ"

เด็กสาวเบิกตาโต "ทำไม?..." เสียงเธอเบาแผ่ว ราวกับจะกลบความสั่นผิดปกติที่หางเสียง

คี้ดยักไหล่เล็กน้อย ตอบเสียงเรียบ "มือเปล่าด้วยกันทั้งคู่...เสมอภาค"

รันนิ่งคิดจนคิ้วเรียวสีน้ำตาลเทาขมวดหน่อยหนึ่ง แล้วจึงพยักหน้า เกร็งมือที่มีเล็บแหลมขึ้น พร้อมกับย่อเข่าเกร็งไว้ในท่าเตรียมพร้อม นัยน์ตาสีทองจ้องชายหนุ่มตรงหน้าเขม็ง ทว่าไม่เคลื่อนไหว

เขาก็ไม่เคลื่อนไหว เพียงยืนเฉย ปล่อยมือทั้งสองทิ้งลงข้างตัว ราวกับไม่เตรียมพร้อม ทว่านัยน์ตาดำสนิทคล้ายหลุมลึกอันไม่สามารถหยั่งถึงจ้องเธอนิ่ง คอยดูเชิงอยู่ในที

ลมพัดไประรอกแล้วระรอกเล่า ใบไม้แห้งกลิ้งไปตามสายลมใบแล้วใบเล่า ทว่าทั้งคู่ยังคุมเชิงกันโดยไม่มีทีท่าจะขยับ

อัยและวินที่มองอยู่ห่างๆ เห็นผิดปกตินัก แต่ไม่กล้าทักท้วง ด้วยเกรงจะทำให้คนทั้งสองเสียสมาธิ แม้จะยังแคลงใจว่าเหตุใดต้องเอาเป็นเอาตายจนเพียงนี้

วูบหนึ่ง อัยรู้สึกไม่ไว้ใจคี้ด...เธอห่วงรัน ทั้งที่รู้ดีว่าเขาจะไม่ทำอันตรายเด็กสาวผู้นี้เด็ดขาด แต่ก็ยังห่วง ด้วยเพราะสายใยบางๆ ที่เชื่อมระหว่างเธอกับรัน

เธอคิดจะขยับเข้าช่วยเหลือ ทว่าพริบตานั้น รันพุ่งปราดออก รวดเร็วราวเสือตะปบเหยื่อ เล็บแหลมของเธอยื่นออกแทงใส่หน้าอกคี้ด!

คี้ดงอตัวไปด้านหลัง หลบเล็บแหลมของเธอ เมื่อตัวเธอลอยผ่านไป เขาก็พลิกตัวหันกลับ จึงเห็นว่าเธอม้วนตัวถีบเท้ากับเสากลมที่อยู่ด้านหลัง พุ่งกลับมาหาเขาอีกครั้ง

เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ทว่าเล็บของเธอไวกว่า ถากเข้าที่หัวไหล่ซ้าย ซ้ำที่บาดแผลเดิมของเขา!

ความเจ็บปวดแล่นแปลบกระจายจากบาดแผล แผ่ไปทั่วร่างทันที!

คี้ดทรุดเข่าลงกับพื้นหินอ่อน มือขวากุมไหล่ซ้ายแน่นราวกับพยายามกดเก็บความเจ็บปวดให้คืนกลับ ทว่ายิ่งกดกลับยิ่งปวด...ปวดจนต้องกัดฟัน

"คี้ด!" วินและอัยร้องขึ้นพร้อมกัน พวกเขาวิ่งปราดเข้ามาประคองเขา

รันหมุนตัวกลับลงสู่พื้นได้แล้วก็รีบถลาเข้ามา ทว่ากลับถูกวินผลักจนกระเด็น ล้มลง

"เธอทำอะไรคี้ด!?" เขาตะโกนถามเสียงดัง

เด็กสาวมองหน้าเขานิ่ง นัยน์ตาสีทองเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตระหนก

"ขะ...ข้า...ข้า..." ดวงตาของเธอพร่ามัวด้วยหยาดน้ำกลบบัง เธอหันมองไปทางชายหนุ่ม เขากำลังทรมานด้วยความเจ็บปวด มือที่กุมหัวไหล่เปรอะไปด้วยเลือดซึ่งไหลซึมออกจากบาดแผล หยาดน้ำจากดวงตาสีทองก็พลันหยดลงมาเป็นสาย...เธอทำให้เขาเจ็บ...

"คี้ด!...คี้ด!..." เธอร้อง พยายามจะคลานเข้าไปหาเขา ทว่าวินฉุดข้อมือเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้เกินกว่านี้

"วะ...วิน...ปล่อยเธอ..." เสียงของคี้ดแหบพร่า ตะกุกตะกัก "ปล่อยเธอ...อย่าทำร้าย...เธอ"

วินค่อยๆ สงบสติ คลายมือที่ยึดเธอไว้ ปล่อยให้เธอถลาเข้าไปหาเขา

"คี้ด..." เด็กสาวกอดประคองเขา น้ำตาไหลพราก "ข้า...ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ..."

###

รันร้องไห้ พร่ำคำขอโทษกับเขา จนกระทั่งอัยและวินประคองเขาเข้าไปทำแผลในห้องโถงก็ยังไม่ยอมหยุด

"หยุดร้องได้แล้ว ยายลูกแมว..." วินลากเสียงยาวอย่างรำคาญ แต่รันที่ทรุดลงไปนั่งอยู่กับพื้นข้างๆ คี้ด ยังคงสะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุด จนเขาต้องเอื้อมมือขวาข้างที่ไม่เจ็บขึ้นลูบศีรษะเธอ

"ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องห่วง"

"ข้า...อึก...ข้าขอ...โทษ"

"ฉันรู้แล้ว เธอพูดมาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้วนะ"

"ขะ...ข้า...อึก..." เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาปลอบโยนนุ่มนวลยิ่งทำให้เสียงร้องสะอึกสะอื้นที่ฟังเหมือนจะหยุด กลับกลายเป็นปล่อยโฮออกมาอีกระรอก พร้อมกับโผเข้ากอดเอวเขา 

คี้ดต้องกอดเธอเพื่อปลอบ ในใจเขายังสับสน...เธอจะเป็นอย่างที่เขาคิดได้จริงหรือ?  เป็นปิศาจ...หรือเป็นพวกปิศาจได้จริงๆ หรือ?

อัยหอบกล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ที่โต๊ะเตี้ยข้างคี้ด แล้วค่อยๆ ตัดเสื้อ และผ้าพันแผลผืนเก่าที่ชุ่มไปด้วยเลือดออก เปิดให้เห็นรอยบาดแผลทั้งเก่าและใหม่

อันที่จริงรอยข่วนที่เกิดจากคมเล็บของรัน ซึ่งถากเป็นเส้นบางๆ ไม่ลึกมาก ไม่ควรสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาได้มากมายนัก ถ้าเพียงแต่มันไม่ได้พาดผ่านรอยแผลเดิมที่เป็นรูลึก จนทำให้เลือดออกมามาก

อัยเห็นแผลของคี้ดแล้วต้องขมวดคิ้ว "แปลก...แผลนี่ก็นานแล้วทำไมยังไม่หายอีกนะ?"

คี้ดก้มมองบาดแผลตัวเอง รอบๆ รอยแผลเดิมของเขายังคงช้ำเลือด ปากแผลเป็นสีม่วงคล้ำ รูลึกตรงกลางก็เป็นสีดำ...ไม่ใช่ยังไม่หาย แต่มันยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย

"พิษของนาอิน คงไม่ใช่ว่าจะรักษาได้ง่ายๆ" เขาให้ความเห็น ทำให้เด็กสาวที่ซบหน้าสะอึกสะอื้นอยู่กับตักเขา ต้องสะบัดหน้าเงยขึ้นมา

"นาอิน!..." เธอมีสีหน้าตื่นตระหนก "พิษของนาอิน!...นางทำร้ายเจ้าหรือ?"

"ถึงไม่ใช่ก็ไม่เชิง" วินตอบแทน "ยายป้าหนังเหนียวตายยากนั่นอาบพิษไว้กับเล็บปิศาจ คี้ดถูกมันทำร้ายเข้า จึงถูกพิษของนาอิน" เขาอธิบายพลางขับเคี่ยวเคี้ยวฟัน "ผมอยากจะเจอมันสักครั้ง อยากรู้ว่ามันจะเก่งสักแค่ไหน"

อัยฟังเขาพลางทำความสะอาดแผลให้คี้ดแล้วถอนหายใจ "ถ้าเธอเจอมันแล้วจะต้องเสียใจ"

"ทำไมหรือป้า...เอ้ย อาอัย?"

อัยมองค้อนเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง จึงตอบคำถามเขาเสียงเย็น "เพราะมันไม่ใช่แค่ปิศาจธรรมดาๆ อย่างที่แกเจอเมื่อคราวก่อนหรอกนะ มันเป็นปิศาจอายุหลายร้อยปี ไม่ได้มีแค่พิษ แต่มีเวทมนต์ด้วย"

"ทำไมเจ้า...ดูเหมือนรู้เรื่องของนางดี?" รันอดถามออกมาด้วยความสงสัยไม่ได้ ทว่าอัยเพียงแต่ยิ้มเศร้าๆ แล้วก้มหน้าก้มตาพันผ้าปิดแผลให้คี้ดต่อไป โดยไม่มีใครให้คำตอบใดเลย

###

ในความเหน็บหนาว มืดมนอนธการ ไม่มีที่สิ้นสุด หมอกสีขาวจางเริ่มม้วนตัวรวมกันแน่นเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์อีกครั้ง

มันปรากฏต่อหน้าคี้ด ลอยเคลื่อนเข้ามา...ใกล้เข้าๆ

...คีตา...คล้ายกับมันเรียกชื่อเขา แต่ก็รู้สึกว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมัน

ชายหนุ่มพยายามถอยหนี เขาพยายามดึงเท้าขึ้นจากบริเวณที่ยืนอยู่ ทว่าเขากลับขยับเท้าไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เท้า แต่เขาควบคุมร่างกายตนเองไม่ได้เลย

...คีตา...ราวกับมันยังคงเรียกขานชื่อเขา หมอกจางลอยใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันลอยห่างจากตัวเขาไปเพียงหนึ่งช่วงแขน

...คีตา...มันยื่นมือออกสัมผัสใบหน้าเขา ละเรื่อยลงมาถึงบาดแผลที่หัวไหล่ บาดแผลซึ่งมีรอยช้ำ ดำคล้ำของเลือด บาดแผลซึ่งมีรอยเล็บถากผ่านเป็นร่องบางๆ

คี้ดได้แต่มอง สิ่งที่มันกระทำกับเขา ในอกระทึกรัว จนแทบหยุดหายใจ หยาดเหงื่อซึมพร่างพรูจากหน้าผากเป็นสาย ทั้งที่มือทั้งสองนั้นเย็นเฉียบ...มันจะทำอะไรกับเขา มันจะทรมานเขา ทำให้เขาเจ็บปวดอีกหรือ?

หมอกสีขาวนั่นค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่บาดแผลของเขา แทรกเข้ามาเรื่อยๆ...เรื่อยๆ จากนั้นสีขาวของมันจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง...แดงเข้มขึ้น กลายเป็นเปลวเพลิงสั่นระริกไม่หยุดยั้ง

หมอกเพลิงยังคงแทรกเข้าสู่ปากแผลของเขา แทรกอัดเข้ามาในแผล จนปากแผลค่อยๆ ถ่างออก มันมันพยายามฉีกปากแผลของเขาให้เปิดกว้าง!

...เจ็บปวด!...คี้ดรู้สึกถึงแรงที่กระทำลงมาบนบาดแผล ความร้อนวูบวาบ ความเจ็บปวดจนแทบทนไม่ได้ ทั้งแสบร้อนทั้งเจ็บปวด

เขาพยายามขยับตัว อยากจะกระชากมันออก อยากจะดึงตัวหลบ แต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่สามมารถควบคุมร่างกายนี้ได้ ราวกับร่างกายไม่ใช่ของเขา แต่ความเจ็บปวด ความทรมานกลับเป็นของเขา

ในเวลานี้ คี้ดทำได้เพียงกัดฟันครางกรอด...ทว่าแม้แต่เสียงครางก็ยังไม่มี

ในที่สุด มันกระชากฉีกบาดแผลของเขาเต็มกำลัง เปลวเพลิงลุกพรึ่บขึ้นท่วมร่างเขาทันที!

เจ็บปวด...แสบร้อน ราวกับเป็นเพลิงจากนรก ราวกับร่างเขากำลังจะมอดไหม้เป็นธุลี!

...

"อ๊ากกกกกก!..."

คี้ดสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง เหงื่อไหลชุ่มโชกไปทั่วร่าง หัวใจเต้นระรัว หายใจหอบเหนื่อย เขากวดตามองไปรอบห้องของตนแล้วถอนหายใจยาว

...ฝัน...ฝันถึงมันอีกแล้ว

เขาไม่คิดว่าจะพบมันในความฝันอีก หลังจากไม่ได้ฝันเห็นมันมาหลายคืน จนแทบลืมเลือนมันไป เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ เขามัวแต่ให้ความสนใจกับรอยเท้าแมว ที่ไม่ได้พบเห็นอีกเลย หลังจากคืนนั้น

ความฝันของเขา...ราวกับถูกกระตุ้นด้วยเล็บมือของรัน

ครั้งแรก...เขาฝันหลังจากได้รับบาดเจ็บมาใหม่ๆ ในฝันครั้งนั้น ให้ความรู้สึกอ่อนโยน นุ่มนวลจนวางใจ

ต่อมา...เขาฝันในคืนหลังจากได้พบรัน หลังที่เธอพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนเขา จนกระทบถูกบาดแผลของเขาด้วยความไม่รู้ ตั้งแต่ฝันในครั้งนั้น มันก็เริ่มคุกคามทำร้ายเขา

จนมาครั้งนี้...เมื่อถูกรันทำร้ายบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ ฝันนั้นก็น่ากลัว รุนแรงจนแทบคลั่ง

คี้ดวางมือขวาลงบนบาดแผลที่ถูกปิดด้วยผ้าสีขาวสะอาดอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกร้อนวูบยังคงอยู่ ความเจ็บปวดยังหลงเหลือ ความหวาดหวั่นตื่นตระหนกยังไม่จางหาย

...ฝันที่ราวกับเป็นความจริง ฝันที่สร้างความเจ็บปวดทรมานใหักับเขาแม้ยามตื่นจากฝันแล้วก็ตาม

...เขาควรทำอย่างไร?...ทำอย่างไร จึงจะหลุดพ้นจากฝันอันร้ายกาจนี้เสียที?

##########



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 29 ตุลาคม 2549 20:45:29 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com