คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๕ หวาดหวั่น  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

บทที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4028
บทที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4085
บทที่ ๓ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4138
บทที่ ๔ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4169

นักรบ

##########

บทที่ ๕ หวาดหวั่น


"โอ...อย่างนั้นหรือ? รันทำให้คี้ดบาดเจ็บได้เชียวหรือ?" คาร์ลส่งเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ทำให้วินซึ่งยืนอยู่ข้างเก้าอี้ตัวที่คี้ดนั่งอยู่ ต้องนิ่วหน้า จนหัวคิ้วสีน้ำตาลผูกเข้าหากันแน่น

"นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นนะคาร์ล...ยายลูกแมวโหดนี่ถึงขนาดทำให้คี้ดได้เลือดเชียวนะ"

"นั่นละ เป็นเครื่องยืนยันแล้ว" คาร์ลใช้ไม้เท้าค่อยๆ ยันกายขึ้นจากเก้าอี้โยกช้าๆ เดินช้าๆ ไปยังเด็กสาวที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขาก้มมองเธอ ดวงตามีแววของความภาคภูมิใจ "มันยืนยันได้ว่ารันจะสามารถเอาตัวรอดจากปิศาจได้ ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างไรเล่า"

รันเบิกดวงตาสีทองกลมโต เงยขึ้นมองชายชราอย่างไม่เชื่อหู

"คาร์ลจะให้ยายลูกแมวนี่ออกจับปิศาจด้วยหรือ!?" วินร้องท้วง "ผมว่าอย่าเพิ่งเลยดีกว่า"

"หรือนายอยากจะลองเล็บของเธอดูด้วยอีกคน" เว้คตบบ่าเขาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ ทว่ากลับทำให้รันก้มมองคมเล็บแหลมยาว บนนิ้วมือของตัวเองเงียบๆ...เล็บนี้ทำร้ายคี้ด...

"เอาเถิด พรุ่งนี้จะให้พวกเธอลองไปที่หมู่บ้านนอกเมืองทางเหนือก็แล้วกัน" คาร์ลว่า พร้อมหยิบม้วนแผนที่บนโต๊ะเบื้องหน้ากางออก แล้วอธิบายลักษณะ พร้อมกับที่อยู่ของพวกมัน

"เมื่อคืนวาน เพิ่งมีคนรายงานมา บอกว่ามีปิศาจออกอาละวาด พวกมันเป็นหนู อยู่รวมกันเป็นฝูง และล่าเป็นฝูง กระจายอยู่ทั่วหมู่บ้าน"

"หนูหรือ?" เว้คทวนคำ

"ใช่ หนู ทำไมหรือ?"

เว้คมีท่าทีคล้ายปากคอสั่นเล็กน้อย ส่งเสียงตะกุกตะกัก "ปละ...เปล่า...ไม่มีอะไร ผมแค่รู้สึก...แปลกๆ"

"เป็นอะไรหรือเปล่าเว้ค?" วินถามด้วยความเป็นห่วง

"ฉันรู้สึก...ครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ ความจริงก็เป็นมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว บางทีอาจจะเป็นเพราะนอนน้อยไป..."

"หมายความว่า นายจะจำศีลอีกหรือ?"

เว้คไม่ตอบ แต่ก้มหน้านิ่ง...จำศีล...เป็นเพราะพลังปิศาจในสายเลือด ทำให้เขาจำเป็นต้องจำศีล หากเมื่อใดที่การจำศีลไม่จำเป็นสำหรับเขาอีก นั่นย่อมหมายถึง พลังปิศาจได้หมดไปจากร่างของเขาแล้ว 

###

คืนนั้น คี้ดลงมาในสวนหลังคฤหาสน์ ความคิดเกี่ยวกับความฝันอันน่าสะพรึงนั่นยังวนเวียนอยู่ในสมอง จนไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้

...เขาไม่ต้องการฝันถึงมันอีก

เขาเดินไปยังศาลาที่ตั้งเยื้องไปทางมุมขวาของสวน ใต้ร่มไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ทว่าก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปบนศาลา เขาก็ได้ยินเสียงใสๆ เสียงหนึ่งเรียกเขาไว้

รันวิ่งเข้ามาหาเขา จนหางเปียสีน้ำตาลเทาปัดไปมาในความมืด เมื่อเข้ามาใกล้เขาได้ระยะหนึ่งแล้วเธอกลับชะงักเท้าไว้ แล้วก้มหน้าถามเสียงแผ่ว "คี้ด...ยังไม่นอนหรือ?"

"ยัง...ฉันยังไม่ง่วง แล้วเธอทำไมยังไม่ไปนอนเอาแรง?  พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้านะ"

"ข้า...ข้าเห็นเจ้าเดินออกมา ข้าเลยตามมา"

คี้ดเลิกคิ้วสงสัย "ตามมาทำไม?"

"ข้า...ข้าอยากขอโทษเจ้า"

ชายหนุ่มยิ้มนิดหนึ่ง ยิ้มอย่างอ่อนโยน "เธอขอโทษฉันมาเป็นร้อยครั้งแล้ว..."

"ข้า..." น้ำเสียงของเธอเริ่มติดขัด สั่นพร่า "ข้าทำให้เจ้าเจ็บ ข้ากลัวเจ้าจะเกลียดข้า" พูดจบ น้ำตาก็ไหลผ่านแก้มลงมาค้างอยู่ที่ปลายคางหยดหนึ่ง

คี้ดถอนหายใจเฮือก...น้ำตามักทำให้เขารู้สึกอึดอัด จนทำอะไรไม่ถูกไปเสียทุกครั้ง "ฉันไม่เกลียดเธอ ไม่มีทางเกลียดเธอ สบายใจแล้วหรือยัง?"

รันยังสะอึกสะอื้น ยกมือขึ้นปาดน้ำตา เวลานั้นเองที่คี้ดสังเกตเห็นนิ้วมือขาวเรียวของเธอ ซึ่งเคยมีเล็บยาวแหลมคม กลับกลายเป็นสั้นกุดเสียยิ่งกว่าเล็บของอัย

เขาดึงมือเธอขึ้นมาพิจารณาอย่างไม่เชื่อสายตา "เล็บเธอ!?"

"ข้าให้อัยช่วยตัดให้ มัน...มันทำให้เจ้าบาดเจ็บ ข้าไม่อยาก...ให้เจ้าต้องเจ็บ...เพราะมัน...อีก" เธออธิบายพร้อมกับรอยยิ้มกว้างทั้งน้ำตา เสียงยังคงขาดห้วงเพราะแรงสะอื้น

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกยาว เขาก้าวเข้าใกล้เธอ ปาดเช็ดน้ำตาที่หยดหยาดไม่ขาดสายให้เธอ เริ่มรับรู้ถึงความรู้สึกอาทรที่เธอมีให้เขา

...ความรู้สึกเช่นนี้จะมีในหมู่ปิศาจได้หรือ?

คี้ดเม้มปากสนิท ถอนหายใจอีกครั้ง อยากปลอบโยนเธอ อยากดึงเธอเข้ามากอด ทว่าเขายังคงต้องห้ามตัวเองไว้

"เธอ...กลับไปที่ห้อง แล้วพักผ่อนเสียเถิด" เขาบอกเสียงแผ่วเบา

"แล้วเจ้าล่ะ?"

"ฉันจะอยู่ที่นี่อีกสักครู่"

"ข้าจะอยู่เป็นเพื่อน"

คี้ดส่ายหน้าปฏิเสธ ทว่าเธอก็ยังดื้อดึง "ทำไม?...ข้าอยากอยู่เป็นเพื่อนเจ้า เจ้ารู้ไหม?...ก่อนนี้ตอนที่ข้ายังเล็กทุกครั้งที่ข้าหลับ ข้าจะฝัน..."

เขาสะดุ้งขึ้นนิดหนึ่ง นึกถึงความฝันที่น่าหวาดหวั่น จนต้องกำมือสะกดความหวั่นไหวเอาไว้

"ในความฝัน ข้าจะพบชายผู้หนึ่ง รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรข้าไม่รู้ มันไม่ชัดเจน เสียงของเขาทุ้มกังวาล และเขาก็ใจดี...ใจดีเหมือนเจ้า เขาบอกข้าว่า ให้ข้ารัก...เอ่อ...รักผู้อื่น บอกให้ข้าเป็นคนดี อย่าได้ทำร้ายใคร" เธอเล่าด้วยรอยยิ้มราวกับล่องลอยอยู่ในความฝันอันอ่อนหวาน จากนั้นคิ้วเรียวของเธอกลับขยับเข้าหากันนิดหนึ่ง

"แต่ว่าช่วงหลังมานี้ เขาแปลกไป...เขาเรียกข้า บอกให้ข้าช่วย เสียงทุ้มของเขาฟังดูสั่น และแหบพร่า น่าสงสาร ข้าไม่เข้าใจว่าเขาต้องการให้ข้าช่วยเรื่องอะไร แต่ไม่ว่าจะถามอย่างไร เขาก็มีแต่บอกให้ข้าช่วยเท่านั้น โดยไม่บอกอะไรอื่นอีก ดังนั้น ข้าจึงไม่รู้ว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร"

เธอมองคี้ด ดวงตากลมโตสุกใสยังมีหยาดน้ำเอ่อขังอยู่ "จนข้ามาพบเจ้า...เสียงของเจ้าคล้ายเขามาก ทำให้ข้าคิดว่า ชายคนนั้นอาจจะเป็นเจ้าก็ได้"

สีหน้าของคี้ดนิ่งเฉย นัยน์ตาสีดำสนิทดูเย็นชาราวน้ำแข็ง "ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอช่วยเหลืออะไร"

"นั่นสินะ แต่นอกจากเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่นได้อีก"

"เธอควรจะกลับห้องได้แล้ว..." เขาว่า แล้วสะบัดเดินจากเธอ กลับไปยังห้องของตน ทำให้เธอเหลียวมองตามด้วยความแปลกใจ

ความรู้สึกของเขาสับสน เขาเองก็ไม่เข้าใจ ทำไมตนเองต้องจากมาในลักษณะนี้ ทั้งที่เธอก็เพียงเล่าความฝันของเธอเองเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งใดเป็นพิเศษเลย

###

ม้าฝีเท้าจัดจากคอกเสตาลัญฉน์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีสามตัว ห้อตะบึงออกจากประตูคฤหาสน์แต่เช้ามืด มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือราวพายุโหม

เมื่อเข้าสู่เขตหมู่บ้านอันเป็นจุดมุ่งหมายของการเดินทางแล้ว พวกมันก็ชลอฝีเท้าลง กลายเป็นเหยาะย่างช้าๆ

หมู่บ้านนี้ไม่ต่างจากหมู่บ้านอื่นที่ถูกปิศาจบุก...มีแต่รกร้าง ผู้คนที่เคยอยู่ต่างพากันอพยพย้ายออกจากหมู่บ้าน เพื่อหลบหนีพวกมัน

เสียงฝีเท้าม้าดังกุบกับในความเงียบวังเวง สองฝั่งถนนเรียงรายด้วยบ้านไม้ชั้นเดียวที่ถูกทิ้งร้าง

ลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง พัดพาเอาเศษฝุ่นผงและเศษใบไม้แห้งปลิวตามมาเป็นระลอก

คี้ดชักม้านำสำรวจหมู่บ้าน ตามมาด้วยรันและวิน สายตาของพวกเขาสอดส่ายระแวดระวังสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทว่าเมื่อพวกเขาวนม้าไปมาถึงสองรอบแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของ `หนู' สักตัว

แสงแดดเริ่มเปล่งรัศมีร้อนแรงขึ้น แผดเผาบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจากไม้และอิฐทั่วบริเวณให้ร้อนระอุ

กลุ่มผู้เดินทางตัดสินใจหยุดพักหลบแดดที่บ้านร้างหลังหนึ่ง พวกเขาลงจากหลังม้า แล้วจูงพวกมันไปผูกไว้ใต้เพิงไม้ข้างบ้าน แล้วจึงหันหลัง เตรียมจะก้าวเข้าไปในบ้าน ทว่าก่อนที่พวกเขาจะก้าวผ่านประตูเข้าไป เสียงม้าร้องอย่างแตกตื่นก็ทำให้พวกเขาต้องหันกลับมา...

พวกเขาเห็นม้าพันธุ์ดีสองตัวพยายามสะบัดตัวออกวิ่งหนี ทว่าด้วยเชือกที่พันธนาการไว้อยู่ พวกมันจึงทำได้เพียงยกขาหน้าทั้งสองตะกุยอากาศ พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวน

สิ่งที่ทำให้พวกมันมีอาการตื่นตระหนก พยศอย่างร้ายกาจ ก็คือรอยเลือดสีแดงข้นที่นองอยู่บนพื้นระหว่างพวกมัน!

รอยเลือดม้าลากยาวจากบริเวณเพิงไม้ออกไปเป็นทาง คี้ดวิ่งนำวินและรัน ตามรอยเลือดนั้นไปทางด้านหลัง ทว่าเขาก็ต้องชะงักเท้าลงทันที...

รอบซากม้าซึ่งถูกกัดแทะจนเห็นเนื้อแดงติดซี่โครง เป็นหนูสี่ตัว ขนของพวกมันเป็นสีดำยุ่งเหยิงดูสกปรก ที่สำคัญ...พวกมันมีขนาดราวหนึ่งในสี่ของม้าที่เป็นเหยื่อ!

เมื่อพวกมันเห็นผู้มาใหม่ มันก็แยกยิงฟันหน้าคมกริบ กระโจนเจ้าใส่เขา!

คี้ดกระชับอาวุธคู่กาย ยกขึ้นเหนือศีรษะ คมเบลเดนกระทบแสงอาทิตย์เป็นประกายปลาบ สะท้อนเข้านัยน์ตาพวกมันจนต้องชะงัก กระโดดข้ามตัวเขาไปตั้งหลักหลังพุ่มไม้ใหญ่ด้านหลัง

วินและรันที่วิ่งตามมาเห็นพวกมันหายไปหลังพุ่มไม้ วินจึงดึงดาบออกจากปลอกที่สะพายอยู่ วิ่งอ้อมไปด้านหลังพุ่มไม้ ทว่าก่อนที่เขาจะเห็นพวกมันได้ชัด มันก็กระโจนเข้าใส่เขาก่อนแล้ว เขาหมุนตัวหลบมัน หนูอีกตัวจึงกระโดดขึ้นเกาะหลังพร้อมกับอ้าปากเตรียมงับ ทว่ารันตวัดดาบฟาดมันลงจากตัวเขาได้ทัน ก่อนที่มันจะกัดเข้าท้ายทอยของเด็กหนุ่ม

"ขอบใจ...ยายลูกแมว" เขาว่า แต่เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง หนูอีกกว่าสิบตัวกำลังล้อมเขาและรันอยู่ พวกมันทำจมูกขยับไปมา ราวจะสูดกลิ่นเนื้อหอมหวาน จากนั้นจึงแยกยิงฟันซี่หน้า กระโจนเข้าใส่เด็กทั้งสอง!

ประกายของคมมีดแปลบขึ้น ร่อนหมุนวน ตัดร่างหนูที่กระโดดตัวลอยอยู่กลางอากาศ ติดไฟเป็นเปลวสว่างวาบ มอดไหม้เป็นธุลีก่อนร่วงหล่นลงสู่พื้น จากนั้นจึงเห็นคี้ดม้วนตัวลอยผ่านพุ่มไม้มาคว้ารับเบลเดนไว้ แล้วพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงล้อมด้วยอีกคน

ปิศาจหนูพวกนี้ราวกับฆ่าเท่าไรก็ไม่หมด มีแต่ทวีจำนวนเพิ่มขึ้นจนนับไม่ถ้วน!

"เอาอย่างไร คี้ด?" วินร้องถาม

"พวกมันมากมายขนาดนี้ คงต้องใช้ไฟ"

"ไม่จำเป็น..." รันร้องค้าน "พวกมันมีหัวหน้า ต้องหาหัวหน้ามันให้เจอ"

"ก็แล้วจะหาอย่างไรล่ะ!?" วินร้องถามอีก

"ฉันหาได้ ส่งฉันออกไปก่อนก็แล้วกัน" รันว่า พลางจ้องมองใบหน้าคี้ด เขาพยักหน้าให้เธอ พร้อมกับขว้างเบลเดนออกไปให้หมุนควงตัดร่างปิศาจหนูเบื้องหน้า เปิดทางให้พวกเขาวิ่งฝ่าออกไป

คี้ดวิ่งนำออกมาก่อน ตามด้วยรัน และวินคุ้มกันหลัง โดยมีฝูงหนูยักษ์ตามพวกเขามาติดๆ

เมื่อหลุดออกมาถึงถนนด้านหน้า คี้ดก็ลดฝีเท้าลง เพื่อช่วยวินที่กำลังตะลุมบอนกับฝูงหนูปิศาจ ปล่อยให้รันออกนำหน้าเขา

เด็กสาววิ่งไปถึงทางแยกแล้วชะงักหยุดนิดหนึ่งก่อนจะชักเท้าเลี้ยวไปทางซ้าย แล้วหยุดที่กลางถนนอีกครั้ง เธอหันรีหันขวางมองไปรอบบริเวณ ทำท่าเหมือนสูดกลิ่นที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศอันนิ่งสงบ ครั้นแล้วก็ตัดสินใจพังประตูไม้เข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

เธอหมุนตัวมองรอบบ้าน แล้วจึงหยุดกลอกตามองด้วยความระแวดระวังอีกครั้ง จากนั้นจึงปักดาบด้ามหนึ่งลงระหว่างช่องว่างของพื้นไม้เต็มกำลัง จากนั้นวัตถุขนาดมหึมาบางอย่างก็โผล่พรวดขึ้นมาจากใต้พื้น!

...

คี้ดและวินยังถูกฝูงหนูปิศาจกลุ้มรุมไม่หยุด ในมือคี้ดเวลานี้มีเพียงกริชเล่มเล็กสั้นที่จะใช้ต่อสู้กับพวกมันได้ เนื่องจากเบลเดนที่ขว้างออกไปเมื่อครู่ ยังคงปักตรึงอยู่ที่กำแพงอิฐนั่นเอง

สำหรับวิน แม้ยังมีดาบยาวอยู่ในมือ ทว่าจำนวนหนูยักษ์ที่รุมล้อมพวกเขามีมากเกินไป สถานการณ์ของพวกเขาไม่ดีไปกว่าตกอยู่กลางกองเพลิงที่โหมลุกร้อนแรงเลย

"กรี๊ด!"

ในเวลาคับขันนั้น เสียงกรีดร้องของรันก็ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของถนน คี้ดชะงักหันไปตามเสียงทันที ทำให้หนูตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่ เขายกแขนขวาขึ้นกัน มันจึงงับเข้าที่แขน เขาใช้กริชแทงเข้าที่หลังคอของมันแล้วจับตัวมันกระชากออก เลือดแดงจากท่อนแขนของเขาและจากตัวหนูนั้นสาดกระเซ็นไปทั่ว จากนั้นเขาจึงถลาเข้าไปหาวิน เขาคว้าแขนวินข้างที่ถือดาบแกว่งไปมาเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ แล้วดันมันออกไปด้านหน้า

เวทมนต์ของคี้ดบวกกับพลังอาคมในดาบของวิน ทำให้ฝูงปิศาจหนูชะงักไปได้ครู่หนึ่ง พวกเขาจึงได้โอกาสกระโดดขึ้นไปยังหลังคาของบ้านไม้อีกฝั่งหนึ่ง ครั้นแล้วก็ออกวิ่งไปตามหลังคาบ้านหลังต่อหลัง จนถึงบริเวณที่คาดว่าเสียงรันดังมา พวกเขาจึงหยุดเท้าลง

"รัน!..." คี้ดตะโกนเรียกเธอ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ เลือดที่แขนยังไหลหยดเป็นทาง ทว่าเขากลับไม่สนใจ เนื่องจากเวลานั้นสายตาของเขาปะทะเข้ากับหลังคาบ้าน ถัดจากหลังที่พวกเขายืนอยู่ราวหกหลังซึ่งถูกกระแทกดันจนกระจายออก ปรากฏเป็นร่างหนูสามตาตัวสีดำขนาดมหึมา ขนาดของมันใหญ่โตยิ่งกว่าหนูปิศาจที่ไล่ตามพวกเขาหลายเท่านัก มันกรีดร้องเสียงแหลมโหยหวน เนื่องจาก ดวงตาที่สามตรงกลางหน้าผากของมัน มีดาบยาวอย่างดาบซามูไรเสียบทะลุจนมิดด้าม!

"รัน..." คี้ดคราง แล้วกระโจนพรวดไปทางบ้านที่กำลังถล่มทลายนั้นทันที ด้วยความเร็วที่แม้แต่วินยังต้องตะลึงค้าง ก่อนที่ฝูงหนูปิศาจจะตามมาทัน และรุมล้อมเขาอีกครั้ง

คี้ดวิ่งไป...วิ่งไป...หัวใจดิ้นโครมอยู่ในอกด้วยความหวาดหวั่น เขากำลังกลัว...กลัวเด็กสาวผู้นั้นจะหายไปตลอดกาล...

เจ้าหนูยักษ์เบิกดวงตาแดงฉานที่เหลือจ้องมาทางเขา พลางเงื้อเล็บคมกริบเตรียมตะปบทันทีที่เขาพุ่งมาถึงตัว

ทว่าความเร็วของคี้ดเป็นต่อมันมากมายนัก เขากระโจนผ่านง่ามเล็บคมพุ่งเข้ากลางลำตัวมันด้วยความเดือดดาล เขาทุ่มโถมแรงทั้งมวลปักกริชเล่มน้อยลงกลางอกมัน ทั้งดึงออกและปักลงไปอีกหลายครั้งราวบ้าคลั่ง!

มันกรีดร้องเจ็บปวด สะบัดหัวหางกวาดบ้านเรือนละแวกนั้นพังยวบลงตามแรง

ร่างของคี้ดถูกมันสะบัดจนกระเด็นกลิ้งตกลงไปพังพาบอยู่กลางถนน ทว่าเขายังคงกระเสือกกระสนลุกยืนอย่างร้อนรน กระโดดขึ้นไปยืนบนหลังคาของบ้านที่เหลืออีกครั้ง พุ่งตรงเข้าหามันด้วยมือเปล่า นัยน์ตาที่เคยเป็นสีดำสนิท เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวเปลวเพลิง เลือดจากท่อนแขนขวาพลันแข็งตัว บาดแผลเหวอะหวะค่อยๆ ผสานกันสนิทในขณะที่เขาใช้มือเปล่ากับนิ้วทั้งสิบจิกลงกลางลำคอมัน จิกลงที่คอหอยของมัน บิดบีบด้วยแรงโทสะจนหลอดลมขาดสะบั้น!

ปิศาจหนูดิ้นพล่านทุรนทุราย ควันสีขาวเริ่มลอยออกจากหัวของมัน พลุ่งขึ้น...พลุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนบริเวณนั้นระอุด้วยควันกรุ่น ฉับพลันร่างของมันแตกระเบิดออกราวระเบิดฝังอยู่ในก้อนเนื้อขนาดยักษ์!

ฝูงหนูปิศาจที่รุมล้อมวินอยู่เมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เขามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตะลึง ความจริงเขาควรยินดีที่กำจัดปิศาจออกไปจากหมู่บ้านได้อีกครั้ง ทว่าวูบหนึ่งในความรู้สึกนั้น...เขาเกิดกลัวขึ้นมาจับใจจนได้แต่ยืนมองการกระทำของชายหนุ่มอยู่ห่างๆ

"รัน..." คี้ดกระโดดลงจากหลังคาลงมายืนบนกองไม้ระเนระนาด เขาพยายามมองหาเธอ ดวงตาแดงฉาน ร้อนรน "รัน..."

ไม่มีเสียงตอบ...

เขาพลิกอิฐทุกก้อน พลิกไม้ทุกแผ่น ก็ยังไม่พบเธอ ไม่ได้ยินแม้เสียงลมหายใจ!

เศษไม้เศษอิฐกองพะเนิน ทับถมกันมากมาย ราวจะฝังกลบลมหายใจเบื้องล่างไม่ให้มีโอกาสเล็ดลอดขึ้นมาได้เลย

หัวใจคี้ดเต้นเร็ว แรง แต่จับจังหวะไม่ได้ ความหวังของเขากำลังจะสูญสลาย...หรือเขาจะไม่ได้พบเธออีกแล้วจริงๆ?

ในกองไม้กองอิฐตรงบริเวณมุมกำแพงที่เกือบโล่งเตียน เหลือให้เห็นเป็นผนังอยู่เพียงครึ่งหนึ่งของความสูงของบ้านหลังที่เจ้าหนูยักษ์นั่นโผล่ขึ้นมา มีเสียงกุกกักเล็กน้อย

คี้ดถลาเข้าไปบริเวณนั้นโดยเร็ว มือของเขาสั่นเทาด้วยความหวัง เขาเร่งกวาดเอาเศษไม้เศษอิฐที่กองทับถมกันอยู่ออกอย่างรีบร้อน ...เริ่มได้ยินเสียงหายใจ เริ่มรู้สึกถึงแรงดิ้นรนอยู่ภายใน

ในที่สุด เมื่อท่อนไม้ใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวหนึ่งคืบถูกยกออก ร่างน้อยจึงดันตัวเองออกจากช่องว่างเล็กๆ ตรงมุมผนัง ออกมาสัมผัสอากาศภายนอก

ทว่าก่อนที่เด็กสาวจะขยับหลุดจากกองไม้ออกมาทั้งตัว มือใหญ่ก็ดึงร่างเธอเข้ามาภายในอ้อมแขน เขากอดเธอแรงนัก กอดให้แน่ใจว่าเธอยังอยู่...อยู่ภายในอ้อมแขนของเขานี่

รันนิ่งอึ้งไป...ทั้งอึดอัด ทั้งตกใจ จนหัวใจเต้นตึกตักแทบหลุดออกจากทรวงอก ดวงตาสีทองต้องเบิกค้าง "...คะ...คี้ด..." เธอส่งเสียงแผ่วเบา กระแสเสียงสั่นเล็กน้อย

ชายหนุ่มค่อยรู้สึกตัว นัยน์ตาสีแดงค่อยๆ กลับกลายเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง เขาคลายมือออกจากร่างน้อย ถอนหายใจ พลางก้มหน้า หลบดวงตากลมโตที่มองเขาอย่างสงสัย "กลับกันได้แล้ว" เขาพูดสั้นๆ แล้วลุกเดินจากมา

เด็กสาวขยับลุกวิ่งตามเงาหลังสูงใหญ่ ในความคิดยังมีแต่ภาพดวงหน้าร้อนรน นัยน์ตาแดงฉาน และความรู้สึกจากอ้อมกอดเมื่อครู่

...

วินเดินตามคี้ดกลับไปยังบ้านหลังเดิมที่พวกเขาฝากม้าไว้ บ้านซึ่งพวกเขาฝ่าฝูงหนูปิศาจออกมาเมื่อครู่

ภาพการต่อสู้อันน่าหวาดหวั่นของคี้ดยังคงติดตาเด็กหนุ่มอยู่ไม่จาง มือเปล่า...คี้ดใช้มือเปล่าระเบิดปิศาจหนูยักษ์นั้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเวทมนต์ใดหรือไม่ก็ตาม เขาก็รู้สึกว่า ชายผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดาเสียแล้ว...

ใบมีดโค้งยาวปลายแหลมทั้งสองด้าน ยังคงปักตรึงอยู่กับผนังอิฐ คี้ดเดินเข้าไปเพื่อดึงมันคืน ทว่ามือของเขายังไม่ทันสัมผัสถูกเบลเดน ก็รู้สึกมีพลังต่อต้านอย่างประหลาด เป็นพลังที่พยายามผลักเขาออกห่าง

เขาชะงักไปด้วยความประหลาดใจครู่หนึ่ง แล้วพยายามยื่นมือเข้าไปใกล้มันอีก ทว่ายิ่งเข้าใกล้ พลังยิ่งรุนแรง จนกระทั่งใบมีดส่วนที่โผล่พ้นกำแพงอิฐออกมาถึงกับแกว่งสั่น

ชายหนุ่มพยายามฝืน ยื่นมือใกล้มันเข้าไปเรื่อยๆ ใบมีดก็ยิ่งสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

"เป็นอะไรไป คีตา...เข้าใกล้เบลเดนไม่ได้หรือ?" เสียงกลั้วหัวเราะของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นทางด้านข้าง แต่ไม่ใช่เสียงวิน!

คี้ดหันไปตามเสียง จึงพบชายหนุ่มผู้มีเค้าหน้าคมคาย เส้นผมยาวสีเทาถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ทว่าหางคิ้วด้านขวามีรอยแผลเป็นยาวไปจนถึงใบหู ที่ปลายใบหูถึงกับแหว่งไปเล็กน้อย

มันคือค้างคาวร่างยักษ์ที่คี้ดและรันพบในวันนั้นนั่นเอง!

ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มให้เขา ดวงตาสีแดงมีประกายวิบวับอย่างประหลาด เขาเดินตรงมายังคี้ด

"พิษของนาอินเป็นอย่างไรบ้าง แสบร้อนดีไหม?" ชายหนุ่มผมสีเทาว่า พร้อมกับหัวเราะออกมา

"แกต้องการอะไร?" ระหว่างที่คี้ดถาม วินและรันก็ตามมาสมทบ ทว่าเมื่อรันเห็นชายหนุ่มผู้นั้น เธอก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านหลังคี้ด แต่เธอไม่สามารถหลบรอดพ้นสายตาของเขาได้ เพียงแต่คราวนี้เขาเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้พยายามไขว่คว้าตัวเธอ

"ไม่ได้ต้องการอะไร" เขาตอบยิ้มๆ สายตายังคงจ้องมองไปที่รัน "ข้าแค่รับคำสั่งนาอินมา ให้ดูว่าเจ้าถูกพิษของนางแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ยังไม่ตาย" คี้ดตอบเสียงเย็น

ชายหนุ่มผมสีเทายังคงจ้องมองรัน "เด็กคนนั้น...ผู้ปราบปิศาจคนใหม่หรือ?"

คำถามของเขาทำให้รันถึงกับสะดุ้งเฮือกจนคี้ดสัมผัสได้ เขามองเหลียวไปที่รัน แล้วขมวดคิ้ว

"แกรู้จักรันหรือ?" วินร้องถามขึ้น ตัวเขาเองรู้สึกสงสัยอยู่นานแล้ว และเวลานี้เป็นโอกาสที่เขาจะได้คำตอบ

ชายผมสีเทาสั่นศีรษะช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "ข้าไม่รู้จักเด็กมนุษย์เช่นนี้หรอก เด็กมนุษย์...ข้ามีแต่จะกินมันเท่านั้น!" เขาบอกเสียงเฉื่อยราวกับไม่ใช่เรื่องน่าแปลกปลอม

คี้ดได้ยินคำพูดนี้แล้วต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ...เด็กมนุษย์...เท่ากับเป็นการยืนยันว่ารันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปิศาจ แล้วรอยเท้านั่นคืออะไร?

"อ้อ! ข้าลืมแนะนำตัวเองสินะ...ข้าคือ ซานัน"

"ไม่มีใครอยากรู้หรอกน่า" วินว่า พลางทำท่าจะดึงดาบออกจากปลอก ทว่าคี้ดกลับยุดมือเขาเอาไว้

"กลับไปบอกนาอิน ไม่ว่าพวกแกมีแผนอะไรอยู่ก็ตาม พวกเราจะขัดขวางถึงที่สุด" คี้ดบอกเสียงเรียบทุ้มกังวาล แฝงความหนักแน่นจริงจังจนคนฟังต้องรู้สึกหนาวสั่น

ทว่าชายผมสีเทาไม่ได้รู้สึกครั่นคร้าม เขาผงกศีรษะรับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นร่างของเขาก็เปลี่ยนแปลงเป็นค้างคาวร่างยักษ์ กระพือปีกบินฉวัดเฉวียนขึ้นไปในอากาศแล้วจากไป

"หมอนี่กวนประสาทเป็นบ้า" วินบ่น แล้วจึงหมุนตัวกลับ หันมาบอกกับรันซึ่งยังคงซุกตัวหลบอยู่หลังคี้ด เสียงออกหงุดหงิดเล็กน้อย "ออกมาได้แล้ว มันไปแล้ว"

เด็กสาวผละจากหลังของชายหนุ่ม เงยหน้ามองเขานิดหนึ่ง จึงเห็นว่าเขาก็กำลังเหลียวมามองเธอด้วยสายตานุ่มนวล

"ยังกลัวอยู่หรือ?"

รันฉีกยิ้มพร้อมกับสั่นศีรษะ "อยู่กับเจ้า ข้าไม่กลัวแล้วล่ะ"

ชายหนุ่มผงกศีรษะ แล้วหันกลับไปจึงหันกลับไปที่ผนังซึ่งเบลเดนยังคงปักตรึงนิ่งอยู่ เขาทำท่าจะยื่นมือออกไปจับด้ามมัน แต่แล้วก็ชะงัก เขากำลังกลัวว่ามันจะมีปฏิกิริยาอะไรอีก

"มีอะไรหรือคี้ด? เบลเดนเป็นอะไรหรือ?"

คี้ดส่ายหน้าปฏิเสธ ค่อยๆ ยื่นมืออกช้าๆ อีกครั้ง...ไม่รู้สึกถึงพลังต่อต้านอีกแล้ว ราวกับพลังนั้น จู่ๆ ก็เกิดขึ้น แล้วสลายหายไปเสียเฉยๆ

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ยึดจับด้ามตรงกลางระหว่างใบมีดทั้งสองแล้ว แล้วดึงมันออกจากผนัง...เขาไม่รู้ว่าเบลเดนเกิดต่อต้านอะไรเขาขึ้นมา อาจเป็นเพราะค้างคาวปิศาจซานัน หรือเพราะเขาก็ยังไม่รู้

คี้ดและรันเดินกลับออกมายังเพิงไม้ซึ่งพวกเขาผูกม้าไว้อีกครั้ง วินกำลังปลดเชือกบังเหียนจูงม้าตัวหนึ่งออกมายังถนน

"คี้ด...แขนคุณ ไม่เป็นอะไรแล้วหรือ?" เขาถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นรอยเลือดแห้งกรังที่ท่อนแขนเขา แต่กลับไม่เห็นร่องรอยบาดแผลอีกแล้ว...

คี้ดยกแขนตัวเองขึ้นมอง ลูบไปมาจนสะเก็ดเลือดที่เกาะแข็งอยู่ร่วงกราวลงบนพื้น แล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน...มันหายไปแล้ว ไม่มีแม้แต่รอยกัด

"มัน...หายไปได้ยังไงกัน?" ชายหนุ่มถามขึ้น พลางหันมองวิน แต่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้

"เอ้อ! บางทีตัวของเจ้าหนูนั่นอาจมียาดีก็ได้นะ...หรือไม่ไอ้ค้างคาวกวนประสาทก็อาจจะใช้เวทมนต์อะไรกับคุณ..." เด็กหนุ่มพยายามหาเหตุผลมาแย้งความคิดที่จะทำให้ตนเองอดหวั่นไหวใจไม่ได้ "รีบกลับกันดีกว่า...ม้าเหลืออยู่สองตัว เอายังไงดี?"

คี้ดบอกให้วินขึ้นขี่ม้าตัวที่จูงอยู่ควบออกไป ส่วนตัวเขาปลดเชือกบังเหียนม้าอีกตัวหนึ่ง จูงมันเดินออกจากเพิง แล้วหันไปทางรันซึ่งยืนมองเขาอยู่ข้างๆ

เขาทำให้เธอต้องสะดุ้ง เมื่อรวบจับเอวบางของเด็กสาว อุ้มเธอตัวลอยขึ้นนั่งบนหลังม้า จากนั้นเขาก็ตวัดเท้ากระโดดขึ้นซ้อน แล้วไสม้าควบออกไป

###



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 05 พฤศจิกายน 2549 14:01:00 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com