คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๖ ผู้ต้องคำสาป  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

บทที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4028
บทที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4085
บทที่ ๓ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4138
บทที่ ๔ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4169
บทที่ ๕ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4200

นักรบ

##########

บทที่ ๖ ผู้ต้องคำสาป


ประตูใหญ่คฤหาสน์เสตาลัญฉน์แง้มเปิดออกต้อนรับผู้กลับเข้ามาในยามวิกาล คนดูแลม้าสองสามคนกรูเข้ามาจูงม้าให้พวกเขากระโดดลงได้โดยสะดวก

อัยยืนรอรับพวกเขาอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ สีหน้าของเธอร้อนรนไม่สู้ดี เมื่อคี้ดลงจากหลังม้าแล้ว เธอก็ตรงไปหาเขาด้วยท่าทีรีบร้อน

หลังจากทราบข้อความจากอัย พวกเขาทั้งหมดก็ผลุนผลันเข้าไปในคฤหาสน์ ตรงไปยังห้องใต้ดิน ที่ซึ่งเว้คใช้จำศีลทันที

บันไดหินในช่องทางเดินแคบทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง มีเพียงแสงจางจากคบตามทางกระทบผนังหินทั้งสองด้าน สว่างเป็นช่วงๆ

ทันทีที่คี้ดและวินเหยียบลงบันไดขั้นสุดท้าย คาร์ลซึ่งยืนมือไขว้หลังอยู่หน้าประตูเหล็กแข็งแกร่งก็หันกลับมาช้าๆ มองพวกเขาด้วยสายตาเปี่ยมความกลัดกลุ้มกังวล แล้วผ่อนลมหายใจยาว

วินมองผ่านคาร์ลไป...เขาเห็นประตูเหล็กถูกลั่นกลอน พันโซ่ คล้องแม่กุญแจไว้อย่างแน่นหนา หัวใจของเขาตกวูบ ร้องตะโกนเรียกชื่อเว้ค พี่ชายต่างแม่ แล้วถลันตรงไปเกาะลูกกรงเหล็กแคบๆ ที่ประตู

"เว้ค!...เว้ค!..." เขากระวนกระวายร้องตะโกนอยู่เช่นนั้น แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร ก็ไม่มีเสียงตอบจางคนที่อยู่หลังบานประตูเหล็กเลย

"คาร์ล...เกิดอะไรขึ้น?" คี้ดตรงเข้าไปถามชายชรา น้ำเสียงร้อนรน

คาร์ลถอนหายใจยาว...

"เมื่อบ่าย...เด็กรับใช้คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกฉันกับอัย บอกว่าระหว่างทำความสะอาดอยู่ที่โถงเล็ก หน้าทางลงชั้นใต้ดิน ก็ได้ยินเสียงเว้คดังมาจากด้านล่าง เมื่อลงไปดูจึงพบประตูเหล็กปิดเข้าหากันสนิท เว้คซึ่งขังตัวเองอยู่ภายในร้องตะโกน บอกให้ปิดประตู ลั่นกลอนเสียให้แน่นหนา เด็กนั่นว่าเสียงของเว้คน่ากลัวนัก...แหบพร่า โหยหวนจนน่าขนลุก เมื่อฉันกับอัยลงมาถึงหน้าห้อง เว้คก็ยังไม่ยอมออกมา บอกแต่ให้ปิดประตูบอกให้ขังเขาเอาไว้ อย่าให้เขาออกมาได้ เขาว่าพลังปิศาจในกาย กำลังทวีพลานุภาพขึ้นเรื่อยๆ!"

"อะไรนะ?...พลังปิศาจ!?..." วินร้อง แล้วหันไปตบประตู ตะโกนร้องเรียกเว้คเป็นการใหญ่ เขาบอกให้เว้คส่งเสียง บอกให้เว้คพูดกับเขา แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ยังไม่มีเสียงตอบจากคนที่อยู่ภายใน

"คาร์ล...ขอผมเข้าไปพบเขา ขอผมเข้าไปพูดกับเขา..." คี้ดเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

"จะเอาอย่างนั้นรึ?" ชายชรามองหน้าเขา ดวงตาพร่ามัวมองเห็นแววมุ่งมั่นน่าเชื่อถือจากนัยน์ตาสีดำสนิท เขาจึงล้วงมือสั่นเทาเพราะถูกทำร้ายจากกาลเวลาลงในกระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบเอาลูกกุญแจทองเหลืองดอกหนึ่งยื่นส่งให้คี้ด

ชายหนุ่มรับลูกกุญแจมา เขากุมมือเหี่ยวย่นไว้แทนคำพูดมากมาย เพื่อให้คาร์ลรู้สึกผ่อนคลาย บอกให้คาร์ลวางใจ และไว้ใจในตัวเขา จากนั้นจึงก้าวยาวๆ ไปไขปลดแม่กุญแจ และโซ่ที่พันคล้องท่อนเหล็กซึ่งเป็นมือจับของบานประตูทั้งสองด้านเข้าไว้ด้วยกัน เขาเลื่อนกลอนที่ลงไว้ แล้วค่อยๆ แง้มบานประตูออกช้าๆ...

ความจริงภายในห้องมีคบเพลิง แต่ผู้ที่อยู่ภายในไม่ปรารถนาที่จะจุดมัน ภายในห้องจึงมีแต่ความมืดสลัวเลือนราง แม้กระนั้น เด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงก็ยังแทรกตัวนั่งขดอยู่ในมุมอันมืดมิดที่สุด

แสงจากคบภายนอกพยายามสาดส่องเข้าไปภายใน ทว่าไม่อาจกำจัดความมืดได้หมดสิ้น...

"เว้ค..." ชายหนุ่มส่งเสียงแผ่วเบา ทุ้มกังวาล แต่คนถูกเรียกยังคงนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขนที่ถูกปกปิดด้วยเสื้อคลุมยาว

คี้ดหยุดมองฝ่าความมืดไปทั่วบริเวณ ก่อนจะทรุดตัวลงชันเข่ากับพื้นเบื้องหน้าเด็กหนุ่มผมสีเพลิง แล้วเริ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ อีกครั้ง

"เว้ค...นายจำได้ไหม ที่นี่เคยเป็นที่กักขังพลังปิศาจอันยิ่งใหญ่?..."

เว้คยังคงนั่งนิ่ง ไม่ตอบ ไม่ยอมพูดใดๆ

"นายคิดดูสิ พลังของเซเทลเชียวนะ พลังของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งปิศาจทั้วมวล" คี้ดทิ้งตัวนั่งพิงผนังข้างเด็กหนุ่ม

"พลังที่มีอำนาจมหาศาล พลังที่สามารถทลายหอคอยทั้งหลัง ถล่มเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา" เขาบอก พร้อมกับพิงศีรษะกับผนัง แหงนหน้ามองรอยขีดข่วนเป็นร่องลึกยาวบนเพดานและบนผนังฝั่งตรงข้าม ร่องรอยอันเกิดจากความทุรนทุรายเพราะพลังปิศาจในกาย ร่องรอยอันเกิดจากความทุกข์ทรมานของราดิศ

ราดิศก็เป็นเช่นเว้ค...เป็นครึ่งปิศาจ...

เขาเคยอยู่ในห้องนี้ ก่อนที่จะถูกพลังปิศาจครอบงำ พลังที่ทุกคนเห็นว่าเป็นของเซเทล

...

ยี่สิบปีก่อน เมื่ออัย จิณณา และคี้ด พบชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ชายป่าชานเมืองทางทิศใต้ของเมืองอากัณห์ ชายหนุ่มผู้มีเส้นผม และนัยน์ตาสีดำสนิท เป็นผู้ซึ่งใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และเรียบง่าย ตามวิถีของตน

จนกระทั่งผู้ปราบปิศาจมาพบเขา บอกว่าเขาเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลเสตาลัญฉน์ และจะนำเขากลับไปยังคฤหาสน์เสตาลัญฉน์

ราดิศ ผู้ไม่เคยได้รับรู้ประวัติของตนเองเลย เขารู้แต่เพียงพ่อของเขาคือ กาเยน...พ่อผู้ไม่เคยพูดถึงเรื่องราวในอดีต ไม่เคยแม้กระทั่งจะพูดถึงเรื่องของแม่ พ่อไม่เคยบอกเล่าแก่เขาเลยจนกระทั่งถูกปิศาจฉีกร่างเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อหลายปีก่อน

เมื่ออัย จิณณา และคี้ด พาเขากลับมายังคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ คาร์ลจึงบอกเล่าเรื่องราวในอดีตกับเขา บอกว่าเสตาลัญฉน์เป็นตระกูลต้องสาป เป็นคำสาปที่เซเทลสาปแช่งไว้ ก่อนที่มันจะถูกเผาไหม้เป็นจุล

...มันสาปแช่งให้ลูกหลานของเสตาลัญฉน์ต้องตกเป็นเหยื่อของปิศาจ ให้ทุกคนต้องตายเพราะปิศาจ แล้วมันจะกลับมาในร่างทายาทแห่งเสตาลัญฉน์ ให้ลูกหลานเสตาลัญฉน์ล้างผลาญตระกูลตนเอง!

คาร์ลเล่าต่อไปว่า ก่อนที่ราดิศเกิด กาเยน ชายหนุ่มผู้นัยน์ตาและเส้นผมสีดำสนิทอย่างคนในตระกูลเสตาลัญฉน์ได้พารีอา แม่ของเขาเข้ามาในตระกูล...ไม่มีใครรู้ความเป็นมาของเธอ ทุกคนเห็นว่าเธอเป็นเพียงหญิงสาวสวยงาม น่ารัก และอ่อนโยน เป็นหญิงสาวที่กำลังจะมีทายาทตัวน้อยๆ เพื่อสืบทอดตระกูลเสตาลัญฉน์ต่อไป

จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อปิศาจยกโขยงกันมายังคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ กาเยน คาร์ล และผู้ปราบปิศาจคนอื่นต่างพยายามช่วยกันปกป้องคฤหาสน์ไว้อย่างเต็มกำลัง

ทว่าพวกมันมีมาก...แม้พวกเขาจะพยายามต่อต้าน แต่ก็ต้องสูญเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน...เสตาลัญฉน์ต้องคำสาป คนในตระกูลจะต้องถูกประหัตประหารโดยปิศาจ แม้แต่กาเยนยังพลาดพลั้ง

ในช่วงเวลาที่กาเยนเกิดพลาดพลั้งให้กับปิศาจหมาป่าสองตัวนั้นเอง รีอากลับกลายร่างเป็นหมาป่าสีเทาตัวใหญ่ต่อหน้าต่อตาเขา เธอกระโดดเข้ามาขวางระหว่างเขากับหมาป่าทั้งสองไว้!

กาเยนเบิกมองเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างตื่นตะลึง เขาไม่เคยรู้ ไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนว่าภรรยาของเขาเองจะเป็นปิศาจ

หมาป่าทั้งสองตัวหันเหเป้าหมายเข้ามารุมทำร้ายรีอา แม้สุดท้ายเธอจะฆ่าพวกมันได้ แต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บมากมาย มีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง ทว่าที่ร้ายแรงกว่านั้น...ความกระทบกระเทือนที่เธอได้รับ ทำให้ทารกในครรภ์ต้องออกมาดูโลกแล้ว...

รีอาทรุดล้มลงกับพื้น ร่างของเธอกลายเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่กาเยนกลับไม่กล้าเข้าไปประคองเธอ ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปหาเธอ ดวงตาของเขาที่มองดูเธอ เบิกค้างตื่นตะลึง สายตาของเขาไม่อ่อนโยนเหมือนที่เคยเป็นมา สายตาของเขาเป็นเช่นเดียวกับที่มองปิศาจอื่น ไม่ใช่สายตาที่มองภรรยา...

หญิงสาวรู้แล้ว...รู้ว่าพริบตาที่เธอตัดสินใจเสี่ยงชีวิตช่วยสามี ก็เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย...เธอตายไปแล้ว ตายไปจากหัวใจของกาเยนแล้ว

รีอาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างทุกลักทุเล น้ำตาหลั่งลงอาบใบหน้า...ใบหน้าที่เป็นของภรรยาของกาเยน ทว่าสถานะของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เธอตัดสินใจ หันหลังให้เขา...สามีผู้เป็นที่รัก...เธอจากไป ประคองตัวโซซัดโซเซออกจากเสตาลัญฉน์...

เมื่อพวกปิศาจถูกขับไล่ไปหมดสิ้นแล้ว คนในเสตาลัญฉน์หลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่ง...คำสาปจะสัมฤทธิ์ผลในไม่ช้า ตระกูลเสตาลัญฉน์กำลังจะสิ้นสูญ และเซเทลจะกลับมา!

เวลานั้นจึงมีผู้หนึ่งสะกิดบอกกาเยนถึงคำสาปที่หลอกหลอนตระกูลมาตลอดหลายร้อยปี...นั่นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากผู้ที่จะนำพาเซเทลกลับมา...เป็นปิศาจ...

ในที่สุด...คืนนั้น กาเยนจึงสั่งให้ทุกคนออกตามหารีอา เขากับคาร์ลและผู้ติดตามอีกสองคนแยกไปตามหาทางหนึ่ง คนอื่นๆ ก็แยกกระจายกันไป

ระหว่างค้นหานั้น ในสมองของเขาคิดไปต่างๆ นานา...นี่เขาทำถูกแล้วหรือที่ปล่อยเธอไปแบบนั้น?...เขาทำถูแล้วหรือ?

คืนนั้นกลุ่มของกาเยนพบเธอในป่ารกร้าง ไม่ไกลจากคฤหาสน์มากนัก ร่างของเธอเอนพิงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ตามร่างกายมีแต่คราบเลือดจากบาดแผลซึ่งเกิดจากการต่อสู้เพื่อปกป้องเขา ใบหน้าของเธอซีดขาว แต่ดูอิ่มเอิบ แม้ดวงตาปิดสนิท แต่ริมฝีปากนั้นมีรอยยิ้มอันอบอุ่น ในอ้อมกอดของเธอยังมีทารกแรกเกิดที่เอาแต่แผดเสียงร้องราวจะขาดใจ

กาเยนเห็นภาพตรงหน้าแล้วถึงกับทรุดเข่าลง สิ่งที่เขาเฝ้าถามตัวเองตลอด ระหว่างที่ตามหาเธอได้รับคำตอบแล้ว...เขาคลานเข้าไปหาหญิงสาว มือของเขาสั่น ริมฝีปากก็สั่น น้ำตา...สิ่งที่เขาไม่สามารถข่มกลั้นมันไว้ได้ มีแต่ต้องปล่อยให้มันหลั่งไหลลงมาโดยไม่อาจคำนึงถึงสายตาใครทั้งสิ้น

...ขอโทษ...เขาอยากพร่ำคำนี้กับเธอสักร้อยสักพันครั้ง ต้องการลบล้างความผิดบาปที่กระทำไว้กับเธอ ทว่าเธอไม่ให้โอกาสเขา ไม่ยอมให้เขามีโอกาสอีกแล้ว

มือของหญิงสาวเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดขาวยิ่งเย็นราวน้ำแข็ง แต่ทารกเพศชายในอ้อมแขนของเธอนั้นช่างอบอุ่น เนื้อตัวแดงก่ำ แต่นุ่มนิ่ม สุขภาสมบูรณ์แข็งแรง

กาเยนสงบอารมณ์ขุ่นเศร้าได้บ้างแล้วก็ช้อนอุ้มเอาทารกน้อยออกจากอ้อมอกของผู้เป็นแม่ เด็กคนนี้มีลักษณะของคนในตระกูลเสตาลัญฉน์...เส้นผมสีดำ นัยน์ตาสีดำสนิท

ผู้เป็นพ่อพิศดูหน้าลูกชายแรกเกิดนิ่งนาน เขาตัดสินใจหันไปบอกกับคาร์ล ขอให้คาร์ลเป็นผู้ดูแลคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ รวมทั้งผู้ปราบปิศาจที่หลงเหลืออยู่แทนเขา และจากนี้ไปให้ถือเสียว่า ตระกูลเสตาลัญฉน์ได้สิ้นสุดลงแล้ว...

หลังจากนั้น กาเยนก็อุ้มทารกน้อย เดินจากไปช้าๆ และไม่ได้ย้อนกลับมายังคฤหาสน์เสตาลัญฉน์อีกเลย

คาร์ลรู้ดี...กาเยนทำเช่นนี้ เพราะต้องการล้างบาปที่มีต่อรีอา ต้องการเลี้ยงดูลูกโดยสงบ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับปิศาจหรือผู้ปราบปิศาจใดๆ อีก

...ทว่าคำสาปยังคงอยู่...คำสาปที่มีแต่การสิ้นสูญของตระกูลเสตาลัญฉน์โดยแท้จริงเท่านั้น จึงจะลบล้างมันได้!

เวลาผ่านไปอีกยาวนาน สงครามระหว่างปิศาจและผู้ปราบปิศาจก็ดำเนินต่อไป...ปิศาจล้มตาย ผู้ปราบปิศาจยิ่งล้มตาย!

จวบจนเมื่อรู้ข่าวว่านาอินได้นำปิศาจออกตามหาทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเสตาลัญฉน์ ผู้ซึ่งเชื่อกันว่า มีพลังของเซเทลเร้นอยู่ในกาย คาร์ลจึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เขามอบหมายหน้าที่ให้นีล อัย จิณณา และคี้ด ตามหาลูกของกาเยนด้วยเช่นกัน แต่นีลกลับเห็นว่า เมื่อปิศาจเองก็ออกตามหา พวกเขาก็ควรมีสายในกลุ่มของปิศาจ เพื่อจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของพวกมัน ดังนั้น เขาจึงอาสาเข้าไปเป็นสายให้เสียเอง

เล่าถึงตรงนี้แล้ว คาร์ลจึงบอกกับราดิศ บอกว่าเขาเป็นครึ่งปิศาจ เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเขาครึ่งหนึ่งเป็นเลือดปิศาจ อีกทั้งยังอาจมีพลังอันยิ่งใหญ่ของเซเทลที่ยังคงหลับใหลอยู่ จึงได้ขอให้เขาอยู่ในห้องใต้ดิน โดยมีจิณณาช่วยดูแลเขา และให้เธอช่วยร่ายมนต์กักพลังปิศาจให้กับเขา

จิณณา นีรนารา...หญิงสาวธรรมดา เธอเป็นเพียงหลานสาวของคาร์ล เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ปราบปิศาจ นอกนั้น ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลเสตาลัญฉน์เลย ทว่าในกาลต่อมา เธอกลับเป็นเพียงผู้เดียว ที่ครอบครองหัวใจของราดิศ เสตาลัญฉน์...

พลังปิศาจในตัวราดิศมีอำนาจเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขามาอยู่ในเสตาลัญฉน์ได้ระยะหนึ่ง พลังปิศาจก็ดูเหมือนจะเกินควบคุมได้ แม้จิณณาจะพยายามใช้เวทมนต์กักพลังของเขาอย่างไร ก็ดูเหมือนจะไร้ผล...

ยามใดที่พลังปิศาจพลุ่งพล่าน ราวจะเอ่อล้นทะลักออกจากกายเขา หัวใจเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความกระวนกระวาย ความกระหายอยาก ทำให้เขาต้องทุกข์ทรมาน ร่างกายเขาในเวลานั้นค่อยๆ เปลี่ยนไป ดวงตาเริ่มเป็นสีแดงฉานราวเปลวเพลิง เส้นผมค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เขี้ยว เล็บ ค่อยๆ งอกยาว รูปร่างของเขาเปลี่ยนแปลงคล้ายหมาป่ามากขึ้นทุกที

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่นีลอุ้มทารกครึ่งปิศาจกลับมายังคฤหาสน์ และเป็นเหตุให้ปิศาจงูวานูนำกลุ่มปิศาจบุกมาทวงลูกของนางคืน

ระหว่างที่คาร์ล นีล อัย และคี้ด รวมทั้งผู้ปราบปิศาจอื่นๆ ออกไปต้านทานพลังปิศาจภายนอกคฤหาสน์ พลังปิศาจภายในคฤหาสน์กลับทวีพลังอำนาจจนถึงขีดสุด แม้ยังไม่ใช่พลังของเซเทลที่พวกเขาหวาดกลัว ไม่ใช่พลังที่พวกปิศาจรอคอย แม้พลังนั้นยังเป็นเพียงพลังจากเลือดปิศาจเพียงครึ่งเดียว แต่มันก็สามารถปลดปล่อยราดิศในร่างหมาป่าที่สมบูรณ์ออกจากห้องใต้ดินอันแข็งแกร่งได้

เป้าหมายแรกหลังจากเป็นอิสระ ราดิศมองหาหญิงสาวผู้เป็นพลัง...เป็นความหวังให้เขามีชีวิตอยู่ ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีแห่งความทุกทรมานนั้นทันที

เมื่อคาร์ล อัย และคี้ด นำร่างไร้วิญญาณของนีลกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พวกเขาจึงได้รับรู้ข่าวร้ายอีกสองประการ หนึ่งคือ ราดิศพ่ายแพ้ให้กับพลังปิศาจในร่างแล้ว อีกหนึ่งคือ เขาได้ฆ่าคนในเสตาลัญฉน์ไปเจ็ดคน และลักพาจิณณาหลบหนีไปพร้อมกับเขาด้วย...

...

ร่องรอยที่เกิดจากการซ่อมแซมกำแพงอิฐซึ่งถูกราดิศทำลายไปนั้น ราวกับต้องการจารึกอดีตอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับบุคคลผู้ซึ่งเคยใช้ชิวิตเกือบหนึ่งปี...ในห้องขังแห่งนี้

"ฉันเชื่อว่านายต้องไม่เป็นอย่างราดิศ" คี้ดเอ่ยขึ้นช้าๆ "นายเรียนเวท เรียนอาคมมาแต่เล็ก พลังเวทมนต์ของนายต้องต้านทานพลังปิศาจได้"

เว้คเริ่มโงศีรษะขึ้นจากท่อนแขนตัวเองเล็กน้อย "คี้ด..." เสียงของเขาเบาจนผู้ถูกเรียกต้องเอียงศีรษะเข้าไปใกล้ "ถ้าผมเป็นปิศาจไปจริงๆ คุณจะฆ่าผมไหม?"

คำถามของเว้คฉุดให้คี้ดนึกถึงเสียงใสๆ อีกเสียงหนึ่ง ซึ่งเคยถามเขาในทำนองเดียวกัน

...ถ้ามันไม่เคยฆ่าคน เจ้าจะฆ่ามันไหม?...

คี้ดนิ่งไปเล็กน้อย หลับตา แล้วค่อยให้คำตอบหนักแน่น "ฉันจะไม่ฆ่านาย ตราบที่นายไม่ฆ่าคน..."

"ผมกลัว...คี้ด" เว้คบอกเสียงสั่น "ผมกลัวจะควบคุมมันไม่ได้ ผมกลัวมัน...กลัวว่ามันจะควบคุมผม"

ลมหายใจของคี้ดราวกับจะขาดห้วง เขาเองก็กลัว...กลัวหากต้องฆ่าเว้ค กลัวหากเขาต้องทำเช่นเดียวกับจิณณาในเวลานั้น

...

ช่วงเวลาหลังจากราดิศลักพาจิณณาไปจากคฤหาสน์เสตาลัญฉน์แล้ว ก็ไม่มีใครได้ข่าวพวกเขาอีกเลย ไม่ว่าจะออกติดตามค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ แม้แต่เหล่าปิศาจก็ดูเหมือนสาบสูญไร้ร่องรอย

จนกระทั่งเวลาผ่านไปราวหนึ่งปี พวกเขาจึงได้ยินว่ามีปราสาทหลังใหญ่ผุดขึ้นกลางป่านอกเมืองอากัณห์ ปราสาทที่มีชื่อว่า 'ปราสาทรามัณณ์'

คี้ดในเวลานั้น แม้จะมาอยู่กับกลุ่มผู้ปราบปิศาจได้ไม่ถึงหกปี แต่ความสามารถของเขามีมากเกินกว่าเด็กหนุ่มในวัยเดียวกัน ที่สำคัญเขายังมีความกล้าบ้าบิ่น กระทั่งพาตัวเองไปยังปราสาทรามัณณ์

เขาลอบปีนขึ้นหน้ามุขทางปีกด้านซ้ายของปราสาท ทว่าเมื่อเข้าไปถึงห้องหนึ่งภายในปราสาทได้แล้ว เขากลับพบราดิศยืนรอเขาอยู่ในห้องนั้น...

...ชายหนุ่มผู้ซึ่งเคยมีชีวิตอย่างเรียบง่ายในชนบทแถบชานเมือง ทว่าในเวลานั้น เขากลับกลายเป็นผู้นำ กลายเป็นนายเหนือปิศาจทั้งปวง

เส้นผมที่เคยเป็นสีดำของราดิศเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น อย่างสีขนของหมาป่า นัยน์ตาสีดำสนิทกลับกลายเป็นสีแดงฉานราวเปลวเพลิง

ดวงตาปิศาจนั้นจ้องมาที่คี้ดอย่างเยือกเย็นคุกคาม แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาเขารู้สึกครั่นคร้ามแต่อย่างใด เขาบอกราดิศตามตรงถึงจุดประสงค์ในการมา เขาต้องการพบจิณณา และต้องการให้เธอกลับไป

ราดิศยิ้มแสยะ เขาเรียกแมงมุมตัวเขื่องออกมากว่าห้าตัว สั่งให้พวกมันจับคี้ดไว้ด้วยใยของพวกมัน ทว่าคี้ดขัดขืนไม่ยอมให้จับ เขาสามารถฉีกดึงใยอันเหนียวและแข็งแรงจนขาดออก อีกทั้งยังทำให้พวกมันบาดเจ็บจนไม่กล้าเข้าใกล้ ราดิศจึงต้องบอกกับเขา อนุญาตให้เขาพบจิณณาได้ แต่เธอจะออกจากปราสาทไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้น คี้ดจึงยอมให้แมงมุมพวกนั้นควบคุมตัว

แมงมุมเหล่านั้นพาคี้ดเดินตามราดิศไปยังโถงโล่งของปราสาท เขาได้พบจิณณาที่นั่นจริงๆ เธอก้าวเข้ามาในห้องโถงพร้อมนาอิน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเธอ หรืออีกนัยหนึ่งคือมีหน้าที่จับตาดูเธอนั่นเอง

เมื่อจิณณาพบคี้ด สีหน้าของเธอแสดงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด เธอขอให้ราดิศปล่อยให้เธอได้พูดคุยกับคี้ดตามลำพัง ซึ่งเขาก็อนุญาตอย่างง่ายดาย จนคี้ดอดแปลกใจไม่ได้ จิณณาจึงเล่าว่า ตั้งแต่เธอมาอยู่กับราดิศ เขาดีกับเธอมาก ไม่ว่าเธอต้องการอะไร เขาก็ยอมตามทุกอย่าง แม้แต่สัญญาที่จะไม่ให้ปิศาจทำร้ายมนุษย์อีกก็ตาม โดยแลกกับการอยู่กับเขา ที่ปราสาทรามัณณ์แห่งนี้เท่านั้น

...แม้สัญญาไม่สามารถประกันได้ว่าปิศาจและมนุษย์จะสงบศึกเช่นนั้นตลอดไป แต่อย่างน้อยเธอก็ช่วยให้มันสงบมาร่วมหนึ่งปีแล้ว และเธอก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้นตลอดไป ตราบเท่าที่เขายังรักเธอ

เมื่อแรกที่คี้ดลอบเข้ามา เขาคิดจะหาช่องทางช่วยให้จิณณากลับไปยังเสตาลัญฉน์ ทว่าเมื่อเธอมีสัญญา มีเงื่อนไขดังนั้นแล้ว เธอย่อมไม่คิดที่จะกลับไปอีก...ไม่คิดจะกลับไปตลอดกาล...

คี้ดกลับออกจากปราสาทรามัณณ์ได้อย่างปลอดภัยเพราะคำขอร้องของจิณณา ทว่าคำขอ หรือแม้แต่เงื่อนไขบางประการที่ราดิศให้คำมั่นไว้กับเธอ ดูจะมากเกินไปสำหรับปิศาจบางตัว...

เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น คี้ดและอัยก็มีอันต้องเดินทางไปปราบปิศาจ ซึ่งออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์อีกครั้งในสถานที่อันห่างไกลออกไป หลังจากหายสาบสูญไปนานร่วมปี

หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว พวกเขาก็เดินทางกลับ ก่อนพวกเขาจะชักม้าเข้าสู่เส้นทางมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์เสตาลัญฉน์ พวกเขาก็ได้พบเงาหลังของหญิงสาวที่คุ้นตา เธอกำลังเดินเท้าไปทางคฤหาสน์เช่นกัน

จิณณาหลบหนีจากราดิศมา เพราะเธอบังเอิญได้รับรู้เรื่องที่ปิศาจบางพวกออกทำร้ายมนุษย์อีก

พวกมันไม่ได้ขัดคำสั่งของราดิศ...แต่เพราะราดิศละเลยพวกมัน เขาเห็นว่าพวกมันอยู่ห่างไกล และคิดว่าเธอจะไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เขาจึงไม่สนใจ

เมื่อราดิศละเลยเงื่อนไขที่ให้ไว้กับเธอ เมื่อเขาไม่ให้ความสำคัญกับคำสัญญา แม้เธอจะอยู่กับเขา ก็ไม่มีความหมาย

...ทว่าการกลับมาในคราวนี้ เท่ากับเธอได้สะบั้นเส้นชีวิตของเขาและของตนเองไปแล้ว โดยไม่อาจแก้ไขกลับคืนได้เลย!

ราดิศในเวลานั้นราวกับพายุคลั่ง เมื่อรู้ว่าจิณณาหายไป เขาก็ระดมปิศาจ ยกมายังคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ในทันที

เหตุการณ์ครั้งนั้น คาร์ลได้คาดไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่เมื่อเห็นจิณณากลับมาแล้ว เขาจึงเรียกระดมผู้ปราบปิศาจที่กระจายอยู่ทั่วเมืองอากัณห์ รวมทั้งเมืองใกล้เคียงให้มารวมตัวกันที่คฤหาสน์ เพื่อเตรียมรับศึก ทว่ากระนั้นแล้ว จำนวนของพวกปิศาจก็ยังมากมายกว่าพวกเขาหลายเท่านัก

คาร์ล อัย คี้ด รวมทั้งจิณณาได้ร่วมทำศึกในครั้งนั้น...คาร์ลใช้ไม้เท้าลงอาคมร่ายเวทใส่พวกปิศาจ อัยใช้ดาบคู่อาบอาคมต่อสู้กับพวกมันเช่นกัน ส่วนคี้ด...ในเวลานั้น เขาใช้ทวนยาวปลายแหลมเสือกแทงปิศาจล้มตายไปมากมาย แม้กระทั่งทวนนั้นบิ่นหักไปแล้ว เขาก็ยังต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต

คี้ดนับได้ว่าเป็นกำลังสำคัญที่สุดในศึกครั้งนั้น แม้อายุเขายังน้อยนัก ทว่ากำลังของเขาไม่ด้อยกว่าปิศาจร่างยักษ์ที่เขาต่อสู้ด้วยเลย ดังนั้นหลังจากเสร็จศึกแล้ว คาร์ลจึงเห็นว่าเขาควรเป็นผู้ครอบครองเบลเดน อาวุธพิเศษที่สามารถทนทานต่อกำลังอันหนักหน่วง และอาคมชั้นสูงได้

ทางด้านจิณณา เธอถูกราดิศล่ออกจากสมรภูมิเพื่อเจรจา แต่ดูเหมือนเสียงและวาจาที่เปล่งออกจาปากของเขา จะเป็นได้เพียงเสียงลมที่พัดผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ไม่ว่าคำพูด คำมั่น หรือคำสัญญาใดๆ ไม่ว่าเขาจะจริงใจหรือไม่...เธอไม่มีวันเชื่ออีกแล้ว

ความจริง สำหรับจิณณา เธอไม่ใช่คนอาฆาตผูกพยาบาท ความจริงเธอมีน้ำใจกว้างขวางและเยือกเย็น เธอมักให้อภัยได้เสมอ แต่ครั้งนั้นอาจเป็นเพราะมันเกี่ยวเนื่องกับชีวิตของผู้คน เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อมั่นในความรักที่เขามีให้เธอ และอาจเกี่ยวเนื่องกับความไว้ใจในคนที่เธอรัก...

...ยิ่งรักยิ่งคาดหวัง...เมื่อเธอพลาดหวังจากความไว้ใจในความรักที่เขามี เธอจึงไม่สามารถให้อภัยเขาได้อีกต่อไป

ในที่สุดเธอและเขาก็ต้องต่อสู้กัน แม้เขาจะไม่ต้องการปะทะกับเธอ ไม่ต้องการทำร้ายเธอ แม้เขาจะเพียงหลบหลีก และปัดป้องเวทอาคมที่เธอร่ายทำร้ายเขา ทว่าเมื่อเขาได้ยินคำยืนยันจากปากเธอ คำยืนยันที่ว่าเธอไม่ได้รักเขา คำที่ว่าเธอเกลียดเขา เกลียดปิศาจอย่างเขา!

...เพียงคำเหล่านั้น ก็ทำให้หัวใจของเขาเหมือนถูกผลักไสลงสู่หลุมลึก หลุมที่เต็มไปด้วยเหล็กแหลมคม ทิ่มแทงหัวใจเขาให้เจ็บปวดสาหัส

ขณะที่เขากำลังหลงอยู่ในหลุมพรางแห่งความเศร้าโศกผิดหวัง จิณณาก็ชักกริชเล่มน้อยออกจากที่เหน็บข้างเอว จวกแทงเข้าใส่ร่างเขา แทงลงกลางอกเขา บาดลึกถึงหัวใจ!

...ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนหยุดลงในชั่วอึดใจ อึดใจอันยาวนาน...นานราวชั่วกัปป์กัลป์...

กริชยังอยู่ในมือจิณณา แต่เลือดที่หลั่งไหลอาบคมมีด ไหลเปื้อนมาจนถึงมือเธอ...เป็นเลือดของราดิศ ร่างของชายหนุ่มค่อยๆ ทรุดฮวบลงกับพื้น ร่วงหล่นลงพร้อมน้ำตาที่รินหยดอาบใบหน้าของหญิงสาว

ราดิศหายใจหอบฮัก เลือดแดงยังคงไหลทะลักออกจากร่างไม่ยอมหยุด นัยน์ตาและเส้นผมสีเทาหม่นกลับเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง ราวกับถูกชะล้างด้วยเลือดของเขาเอง

จิณณาทรุดกายลงโอบร่างเขาแนบตัว ไม่มีคำพูด ไม่มีคำพรรณาใดๆ มีเพียงน้ำตาและเลือดเท่านั้น ที่ทดแทนความรู้สึกจากเนื้อหัวใจอ่อนทั้งสองดวง ซึ่งถูกฉีกทึ้งจนขาดวิ่น ไม่อาจปะติดปะต่อได้อีก...

ดวงตาของราดิศ ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆ มืดดับลงช้าๆ มือของจิณณาก็กำกริชที่อาบเลือดของเขาแน่นเข้า...

เมื่อดวงตาของเขาปิดลงสนิท...กริชเล่มน้อยก็ปักลงกลางอกของเธอเช่นกัน!

##########



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 12 พฤศจิกายน 2549 21:27:12 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com