คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๗ ในกองไฟ  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

บทที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4028
บทที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4085
บทที่ ๓ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4138
บทที่ ๔ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4169
บทที่ ๕ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4200
บทที่ ๖ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4240

นักรบ

##########

บทที่ ๗ ในกองไฟ


"ศิศฎี เสตาลัญฉน์..." รันพึมพำออกมาเบาๆ หลังจากนั่งเหม่อมองภาพเขียนสีน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งใส่กรอบไม้ฉลุลวดลายโบราณดูวกวน แขวนเด่นกลางผนังสูงใหญ่ภายในห้องหนังสืออยู่เป็นเวลานาน

คี้ดเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือที่เกี่ยวกับมนตราคาถาอาคมโบราณต่างๆ ซึ่งเพิ่งขนออกมาจากชั้นวางหนังสือ เพื่อค้นหาวิธีช่วยเหลือเว้ค ในขณะที่วินยังคงเฝ้าพี่ชายของตนอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน

คี้ดเห็นเด็กสาวยังคงเหม่อมองภาพด้านหลังโต๊ะซึ่งเขานั่งอยู่ จึงหันมองไปตามสายตาของเธอ

ภาพนั้นเป็นภาพของชายวัยกลางคน ผู้มีเส้นผมและนัยน์ตาเป็นสีดำสนิทราวหลุมลึกอันดำมืด  เขาแต่งกายอย่างนักรบโบราณ และมีเบลเดนเหน็บห้อยอยู่ที่ข้างเอว สีหน้าของชายในภาพดูขึงขัง เครียดขรึม และสง่างาม ทว่านัยน์ตากลับอ่อนโยนนุ่มนวล บางครั้งยังคล้ายฉายแววเศร้าหมองที่ปกปิดไม่มิด

"ชายผู้สังหารเซเทล..." รันพึมพำเสียงเบา คี้ดจึงหันกลับมามองเธออีกครั้ง ดวงตาของเด็กสาวยังนิ่งเหม่ออยู่ในห้วงแห่งภวังค์ ยิ่งนานยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเธอตกอยู่ภานใต้มนต์สะกด

"รัน..."

เด็กสาวสะดุ้งตามเสียงเรียก

"เป็นอะไรรึเปล่า?"

"เอ่อ...เปล่า..." เธอเหลือบมองไปยังภาพวาดอีกแวบหนึ่ง...แปลก...ทำไมเธอจึงรู้สึกคุ้นเคยกับคนในภาพอย่างประหลาด ทั้งที่เพิ่งเคยเห็นภาพนี้เป็นครั้งแรก? เธออยากหาคำตอบ แต่แค่เพียงนึกถึง เธอกลับรู้สึกขนลุกเกรียว ร่างน้อยๆ ถึงกับสั่นนิดๆ เธอกลัวกับการหาคำตอบนั้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในที่สุดจึงสลัดความความสงสัยเหล่านั้นออกจากสมองเสีย แล้วหันกลับมาจดจ้องที่คี้ด "เจ้าหาวิธีช่วยเว้คได้แล้วหรือยัง?"

คี้ดถอนหายใจยาว วางหนังสือลงบนโต๊ะ "ความจริง เว้คเคยศึกษาตำราเวทมนต์ในห้องนี้เกือบหมดแล้ว ที่ฉันมาหานี่ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่เผื่อว่าจะมีเวทมนต์อะไรที่หลงหูหลงตาเขาไปบ้าง"

"ถ้าอย่างนั้น ให้ข้าช่วยเจ้านะ" เธอว่า พลางหยิบหนังสือเล่มหนาจากกองบนโต๊ะมาเปิดพลิกไปพลิกมาอยู่สองสามหน้า แต่แล้วก็ต้องปิดลง ก้มหน้า เหลือบมองคี้ดซึ่งบัดนี้หยิบหนังสือเล่มเดิมยกขึ้นอ่าน พร้อมกับเอนพิงพนักเก้าอี้ในท่าสบาย

คี้ดลดหนังสือลงเล็กน้อย มองตอบสายตาเธอ "ทำไมหรือ?"

"เอ่อ...คือ...ข้าอ่านไม่ออก" เธอตอบเสียงเบา "ท่านป้าไม่เคยสอนข้า...จะว่าไป ข้าก็ไม่เคยเห็นท่านถือตำราอะไรเลยสักครั้ง"

คี้ดยิ้มอ่อนโยน "อยากอ่านออกไหม? ฉันจะสอนให้"

เด็กสาวกระโดดลุกจากเก้าอี้ จ้องเขาตาโต "จริงหรือคี้ด?...เจ้าจะสอนข้าจริงๆ หรือ?"

ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มๆ "จริง...ถ้าเธออยากเรียน"

"อยากสิ ข้าอยากเรียนกับเจ้า" เธอว่า พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง  "เจ้าดีกับข้าเหลือเกิน...คี้ด ข้ารักเจ้าที่สุด..."

คี้ดเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วยกหนังสือในมือขึ้นระดับใบหน้า เพื่อซ่อนสีหน้าและแววตาของตนที่แสดงออกโดยไม่สามารถปกปิด

รันนั่งอยู่หน้าโต๊ะที่คี้ดอ่านหนังสืออีกสักพักหนึ่ง จึงลุกออกจากบริเวณนั้น เดินไล่มองไปตามชั้นหนังสือซึ่งเรียงรายปิดผนังห้องโดยรอบ

จากนั้นสายตาของเธอจึงไปสะดุดอยู่กับหนังสือเล่มใหญ่หนา ซึ่งอยู่วางอยู่บนสุดของชั้นหนังสือกลางห้อง เธอจึงเขย่งปลายเท้า เอื้อมมือไปคว้ามัน ทว่าไม่เป็นผล หนังสือเล่มนั้นอยู่สูงจนเกินไป

เธอพยายามอยู่หลายครั้ง...แปลกใจตนเอง ทำไมเธอจึงต้องการหนังสือเล่มนี้นัก? แต่เธอก็ยังคงพยายาม จนกระทั่งมือใหญ่ยื่นมาจากทางด้านหลัง เอื้อมหยิบหนังสือเล่มนั้นมาให้

ความจริงหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีที่ใดดูเด่นกว่าหนังสือเล่มอื่นๆ ทั้งยังเก่าคร่ำคร่า จนกระดาษกรอบเหลือง ขอบกระดาษแตกรุ่ย แต่รันกลับรับมันมาเปิดดูอย่างสนอกสนใจ

เมื่อเธอเปิดผ่านไปได้ไม่กี่หน้า ก็ยื่นส่งคืนให้คี้ด โดยที่ยังเปิดค้างไว้หน้าหนึ่ง "มันเขียนว่าอย่างไรหรือคี้ด?"

คี้ดรับมา แล้วพลิกดูชื่อหนังสือที่ปกก่อนพลิกกลับมายังหน้าเดิม

"มันเป็นบันทึกของตระกูลเสตาลัญฉน์ ในสมัยของศิษฎี อย่างหน้านี้เขียนถึงตำนานในช่วงที่ศิษฎีฆ่าเซเทลได้..." คี้ดหยุดมองสีหน้ารันแวบหนึ่ง เห็นเธอจ้องเขาตาแป๋ว แสดงความตั้งอกตั้งใจที่จะฟังต่อ เขาจึงอ่านให้เธอฟัง

"สงครามระหว่างมนุษย์กับปิศาจมีมาแต่ครั้งบรรพกาล นานแสนนานมาแล้ว..." เสียงของคี้ดทุ้มเย็น กังวาล หนักแน่น
 
"จวบจนกระทั่ง สงครามครั้งใหญ่อุบัติขึ้น ณ ทุ่งรกร้างที่มีชื่อว่า ทุ่งอากัณห์...ก็คือเมืองอากัณห์ในตอนนี้นี่แหละ" เขาหยุดอธิบายแล้วจึงก้มอ่านต่อ "ในครั้งนั้น ศิษฎีเป็นผู้นำกำลังฝ่ายมนุษย์เข้าประหัตประหารกับฝ่ายปิศาจ ที่นำโดยเซเทล ปิศาจผู้มีพลังอำนาจมหาศาล อย่างเต็มกำลัง...เลือดมนุษย์ เลือดปิศาจหลั่งนองทั่วสมรภูมิ..."

ระหว่างที่อ่านนั้น หัวใจของคี้ดค่อยๆ เต้นเร็วขึ้น รัวขึ้นในทุกขณะที่สายตากวาดไปตามตัวอักษร ภาพเหตุการณ์บางอย่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นในมโนสำนึก...จากเลือนราง ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น...

...ชายหนุ่ม...เส้นผมสีดำ นัยน์ตาเป็นสีดำราวหลุมลึก...ศิษฎี! ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล และเลือดจากการต่อสู้ในสงครามที่ยืดเยื้อ ยาวนาน...

...ปิศาจ...ร่างสูงใหญ่...ดวงตาของมันเป็นสีแดงเพลิง...แม้คี้ดจะไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่เขาก็เดาได้ไม่ยาก...มันคือเซเทล...มันมีทั้งเขี้ยวเล็บแหลมคม บนหัวมีเขาโค้งยาวคล้ายเขากระทิงป่า ผิวหนังแข็งและหนาที่ปกคลุมร่างมันเป็นดั่งเกราะอันแข็งแกร่ง จนคล้ายกับว่า ไม่มีอาวุธใดสามารถทะลวงผ่านเกราะนั้นไปได้...

...แต่อาวุธในมือศิษฎีไม่ใช่อาวุธธรรมดา...มันคือเบลเดน คมมีดโค้งยาวที่อาบด้วยอาคมอันแรงกล้า

ปากของคี้ดยังคงขยับออกเสียง แต่ไม่ใช่อ่านจากตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ เขาบอกเล่าไปตามมโนภาพที่เห็น...ตัวเขาราวกับหลงเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ที่ตนเล่า กลายเป็นผู้เห็นเหตุการณ์นั้นด้วยตาตนเอง เขาค่อยๆ ถูกกลืนเข้าไปในมโนภาพแห่งตำนาน...

...เซเทลได้เปรียบที่ความสูงใหญ่ของร่างกาย ในการต่อสู้ มันพยายามรักษาระยะห่างระหว่างตัวมันกับศิษฎีไว้ แล้วค่อยหาโอกาสเข้าจู่โจม มันไม่ต้องการเสี่ยงกับคมเบลเดน ที่อาจเฉือนทะลุผ่านเกราะแข็งของมันไปได้

ทว่ามีบางสิ่งที่มันลืมไป...เบลเดนสามารถโจมตีในระยะไกลได้เช่นกัน แม้ไม่สามารถหวังผลได้อย่างแม่นยำ แต่ขอเพียงทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดบาดแผล อาคมบนเบลเดนย่อมทำงาน

ศิษฎีและเซเทลเข้าต่อสู้ประหัตประหารกัน...มีบางครั้งศิษฎีจู่โจมใส่เซเทลโดยรวดเร็ว เขาเหวี่ยงแขนตวัดเบลเดนรุกไล่ จอมปิศาจก็ถลันหลบซ้ายขวาจนวุ่นวาย เมื่อสบโอกาสเหมาะ มันจึงปาดเล็บใส่ร่างศิษฎีให้ได้รับบาดเจ็บ บ้างเล็กน้อย บ้างสาหัส

การต่อสู้กินเวลายาวนานหลายวัน ทั้งสองฝ่ายบ้างรับบ้างรุกสลับสับเปลี่ยนกัน ทว่าจนแล้วจนรอด เบลเดนก็ยังไม่อาจเฉือนทำร้ายเซเทลได้แม่สักรอยแผลหนึ่ง ตรงข้ามกับศิษฎี ทั่วร่างเขามีบาดแผลไขว้ไปมานับร้อย เลือดโชลมโทรมร่าง อ่อนล้าจนแทบไม่อาจขยับเคลื่อนไหวแม้สักก้าวหนึ่ง!

ในที่สุด การต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานก็ปรากฏผล เซเทลก้าวอาดตรงเข้าหาศิษฎี มันเงื้อกงเล็บขวาพุ่งใส่ร่างเขา ชายผู้ปราบปิศาจก็ยกอาวุธอาบอาคมขึ้นป้องกัน แต่ความอ่อนล้าบวกกับบาดเจ็บสาหัสทำให้เขาลงมือเชื่องช้าเกินไป กงเล็บของจอมปิศาจทะลวงร่างเขา ทะลุไปถึงด้านหลัง!

จอมปิศาจยกชูร่างศิษฎีที่ถูกเสียบห้อยอยู่กับแขนของมันขึ้นสูง เสียงหัวเราะแหลมลึกน่าสะพรึงกลัวของมันดังกึกก้องไปทั่ว...

แต่แล้วเสียงหัวเราะก็ต้องขาดหาย เพราะในเวลาเดียวกันนั้นเอง ศิษฎีขว้างเบลเดนทิ่มแทงไหล่ซ้ายของมันได้เช่นกัน!

ทันทีที่เบลเดนปักลึกลงในร่างมหึมาของจอมปิศาจ ก็บังเกิดเปลวไฟสีแดงฉาน เผาไหม้จากภายในร่างอันใหญ่โต เปลวไฟแลบเลียออกมาทางบาดแผล ที่สุดโหมลุกท่วมร่างมันอย่างรวดเร็ว!

"ศิศฎี เสตาลัญฉน์!..." มันกรีดร้องเสียงแหบพร่า "เจ้า...ตระกูลของเจ้าทุกคนต้องพินาศด้วยปิศาจ! มังสาจะถูกฉีกทึ้งเป็นอาหาร! โลหิตจะถูกดูดดื่มจนแห้งเหือด! ผู้ที่เหลือรอดจะเป็นทายาทแห่งข้า...เป็นร่างเพื่อข้าจะกลับมา...มันจะต้องกลายเป็นปิศาจ! ลูกหลานของเจ้าจะฆ่าฟันกันเอง ตระกูลของเจ้าต้องสูญสิ้น...ผู้ปราบปิศาจต้องสิ้นสูญ!"

...

"อ๊า...อ๊ากกกก!..."

ร่างของคี้ดทรุดฮวบลง ภาพมายาทั้งมวลมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดทุรนทุรายจากบาดแผลที่หัวไหล่ซ้าย ความเจ็บปวด แสบร้อนแผดเผาทั่วร่าง ทรมานราวจะขาดใจ!

"คี้ด!...คี้ดเป็นอะไรไป?...คี้ด!" เขาได้ยินเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของเด็กสาว แต่ไม่อาจตอบคำถามเธอ ความเจ็บปวด รุมร้อน ที่ได้รับ เคี่ยวกรำเขาจนยากทนทานได้

ภาพสุดท้ายที่คี้ดเห็นเป็นภาพรันก้มลงมาประคองเขา สีหน้าเธอตื่นตกใจจนน้ำตาอาบแก้ม จากนั้นภาพทั้งหมดก็เลือนรางจนเป็นสีขาวโพลน แล้วจึงค่อยๆ มืดลงจนเหลือเพียงแต่สีดำ...

###

มืดมิด...หนาวเย็น...

คี้ดกลับมายืนกอดอกซุกแขนอยู่ในความมืดอันเวิ้งว้างอีกครั้ง...ไร้เพดาน ไร้ผนัง และ...ไม่มีพื้น...ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับเป็นเหมือนกรงขัง หากผู้ใดย่างกรายเข้ามาแล้ว จะไม่มีวันได้กลับออกไป!

คีตา...

ชายหนุ่มหันมองตามเสียงเรียกอันอ่อนหวาน สดใส

...รัน...หรือจะเป็นรัน?

คีตา...

...ไม่ใช่...ไม่ใช่เสียงรัน...เธอไม่เคยเรียกชื่อเต็มของเขา...นั่นเป็นเสียงใคร?

คีตา...

เสียงนั้นเปลี่ยนไป ลึก ทุ้มต่ำลง กลายเป็นเสียงผู้ชาย!

...ใคร?...หรือจะเป็นดังฝันในครั้งก่อน? เสียงจากเงาหมอกนั่น...

คี้ดเดินตามหาต้นเสียงในความมืดมิด...หากเป็นมัน หากเป็นเงาหมอสีขาวนั่นอีก เขาจะทำอย่างไรกับมัน? จะป้องกันตัวอย่างไรดี?

เขายังคงก้าวเดินต่อไป ก้าวเหยียบไปบนความว่างเปล่าอันหนาวเย็น...

...และแล้วเงาหมอกสีขาวจางก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาจริงดังคาด เขาชะงักเท้า รอดูมันด้วยความหวาดระแวง

มันค่อยๆม้วนรวมตัวกันเข้าจนมีสัณฐานคล้ายมนุษย์ ทว่าคราวนี้มันไม่ตรงเข้ามาหาเขา แต่กลับหันหลังให้เขา ล่องลอยห่างจากเขาออกไปเรื่อยๆ มันกำลังลอยเข้าหาจุดแสงสว่างสีแดงวูบวาบ ไกลออกไปเบื้องหน้า

มันกำลังทำอะไร?...หรือต้องการให้เขาตามมันไป?...แม้คี้ดจะไม่วางใจมัน แต่เขาก็เดินตามมันไป ก้าวเข้าใกล้จุดแสงสีแดงเรื่อยๆ ในที่สุดก้าวผ่านเข้าไปในจุดแสงสีแดง

ที่นั่น...สมรภูมิแห่งสงคราม...

...กลิ่นซากศพ กลิ่นเหม็นไหม้ กระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณ

คี้ดหันมองไปรอบตัว ไม่ว่าทางใดเขาก็เห็นเพียงศพ...ศพมนุษย์ ศพปิศาจ กับแสงไฟที่ลุกโชติช่วง แผดเผาซากศพเหล่านั้นอยู่

รันยืนอยู่ที่นั่น...ยืนอยู่ระหว่างกองไฟ ยืนอยู่ระหว่างซากศพ เส้นผมสีน้ำตาลเทาหยักศกยาวสยาย ปลิวไปในสายลมอันเหน็บหนาว สีหน้าเธออิดโรย แววตายิ่งดูเศร้าหมอง เธอค่อยๆ เงยหน้า ช้อนสายตาขึ้นมองเขาช้าๆ

เด็กสาวยื่นมือออกมาทางเขา ในมือเธอมีใบมีโค้งยาว สะท้อนแสงสีแดงจากเปลวไฟเป็นประกายแปลบปลาบ

...เบลเดนไปอยู่ในมือเธอได้อย่างไร?...คี้ดสงสัย ทว่าเขาก็ยังเดินเข้าไป ก้าวข้ามกองซากศพ ก้าวผ่านเปลวไฟเข้าไป

เขาค่อยๆ ยื่นมือออกเพื่อรับเบลเดน ทว่าเมื่อมือของเขาเอื้อมเข้าใกล้มัน เบลเดนก็สั่น...มันสั่นอยู่ในมือรัน

...มันกำลังต่อต้านคี้ด ทุกขณะที่มือของเขายื่นเข้าใกล้ มันก็ยิ่งสั่น...สันรุนแรงขึ้นทุกที จนแทบปลิวกระดอนจากมือของเด็กสาว

และแล้วเมื่อมือของคี้ดแตะสัมผัสถูกมันเพียงเล็กน้อย เบลเดนก็ป่นสลายกลายเป็นธุลี ปลิวไปในอากาศพร้อมกับหยาดน้ำจากดวงตาสีทอง!

คี้ดนิ่งตะลึงอยู่กับที่ มือที่เอื้อมออกไปเมื่อครู่ยังคงนิ่งค้างอยู่...อะไร? นี่คืออะไร? หมายความว่าอย่างไร?

หยาดเหงื่อไหลซึมจากหน้าผาก สัมผัสสายลมเย็นเยียบที่พัดปะทะใบหน้าคี้ด ร่างของเขาก็สั่น...สั่นอย่างไม่อาจระงับอยู่ ในที่สุดก็ทรุดฮวบลง

...ร้อน...ร้อน...ร่างกายของคี้ดสัมผัสถึงรังสีที่แผ่จากเปลวไฟร้อนผ่าว จนคี้ดต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

...ไฟ...ไฟ...รันยังยืนอยู่ที่นั่น อยู่ในเปลวไฟ!

แต่เธอดูราวกับไม่รู้สึกแสบร้อน ไม่รู้สึกทรมานทุรนทุราย เธอกำลังมองมาที่เขา มองผ่านเปลวไฟมายังเขา ดวงตาของเธอมีแววเศร้าประหลาด...สงสาร...เจ็บปวด ในที่สุด น้ำตาก็หยาดหยดลงมาอีกครั้ง

คี้ดก้มมองไปรอบตัว...ไฟ...ไฟ...เปลวไฟร้อนแรง ลุกโชนโชติช่วง

ไม่...ไม่ใช่รันที่อยู่ในกองไฟ เป็นตัวเขานั่นเองที่กำลังถูกแผดเผา ความรู้สึกแสบร้อนรุนแรง ความทรมานทุรนทุราย...เป็นของเขา!

เขามองกลับไปที่รันอีกครั้ง มองอย่างต้องการคำตอบ ทว่าไม่มีเสียง ไม่มีคำตอบจากเธอ น้ำตาที่รินไหลยังคงหยดค้างอยู่ที่ปลายคาง

เธอมองเขาด้วยดวงตาเศร้าสร้อย สงสาร และเจ็บปวด จากนั้น เธอก็ก้มหน้า หันหลัง แล้วเดินจากไปช้าๆ

"รันนนนนน!..."

...

คี้ดลืมตา สะดุ้งตื่นขึ้นเพราะรู้สึกถึงแรงที่โถมเขย่าตัวเขา

"คี้ด..." รันโผเข้ากอดเขาทันทีที่เห็นเขาลืมตา "ข้าอยู่นี่...ข้าอยู่ที่นี่...เจ้าตื่นแล้ว ข้าดีใจเหลือเกิน"

...รัน...เธออยู่ที่นี่จริงๆ เธอยังอยู่ข้างๆ เขา

ชายหนุ่มยกมือลูบสัมผัสเส้นผมเธอแผ่วเบา เธอจึงค่อยๆ ผละจากอกเขา ให้เขาได้ขยับลุกขึ้นนั่ง

"ข้ากลัว..." รันพูดเสียงสั่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า "ข้ากลัวเจ้าจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก กลัวเจ้าจะหลับไปตลอดกาล..."

คี้ดมองเด็กสาวตรงหน้า เอื้อมมือปาดเช็ดน้ำตาให้เธอแผ่วเบา แล้วจึงดึงร่างน้อยเข้ามาในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน "ฉันตื่นแล้ว...ฉัน...ไม่ได้หลับไปตลอดกาล"

เขาไม่ได้หลับไปตลอดกาล และจะไม่หลับไปตลอดกาล เขายังต้องการอยู่ที่นี่ อยู่กับเธอ...

ชายหนุ่มกระชับแขนแน่นเข้าอีก เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้จากเขาไปอย่างในความฝัน เธอยังอยู่กับเขา อยู่ในอ้อมแขนของเขานี่...

"คะ...คี้ด...ขะ...ข้าเจ็บ" เสียงรันกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู กระตุ้นให้เขารู้สึกตัวว่ากอดเธอไว้แน่นเหลือเกิน เขาลืมยั้งแรงตัวเองเพราะกลัวเธอจะจากไป

เสียงเคาะประตูดังขึ้นในระหว่างนั้น รันจึงผละออกจากเขา ปาดเช็ดน้ำตาที่ยังเหลือค้างอยู่ แล้วจึงเดินไปเปิดประตู

"คี้ดเป็นอย่างไรบ้าง?" เสียงของอัยดังขึ้น ในขณะที่เธอกำลังก้าวเข้ามาในห้อง ต่อเมื่อเห็นคี้ดนั่งพิงหลังอยู่บนเตียงแล้ว เธอก็ไม่ต้องการคำตอบอีก

"ตื่นแล้วหรือ?...ดีจริง" เธอพูดเสียงเบา พร้อมกับยิ้มออกมา ทว่ารอยยิ้มของเธอนั้น ไม่สดใสอย่างเคย

คี้ดก้าวลงจากเตียง เดินตรงมาที่เธอ เขาจ้องหน้าเธอ พยายามมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เคยสุกใสคู่นั้น ทว่าหญิงสาวกลับเบือนหน้าหลบสายตาไปอีกทางหนึ่ง

"เกิดอะไรขึ้น?...อัย..." ในที่สุดเขาก็ถามขึ้น พร้อมจับไหลบางทั้งสองเขย่าเบาๆ "เว้คหรือ?...เกิดอะไรขึ้นกับเว้คอย่างนั้นหรือ!?"

###

วินนั่งกอดเข่าซุกตัวพิงกำแพงอยู่ในมุมหนึ่งบริเวณหน้าห้องใต้ดิน ดวงตาสีน้ำตาลมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย ซึมเซา ดวงตานั้นดูว่างเปล่า จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลงบันไดมา เขาจึงสะบัดหน้าหันมองอย่างร้อนรน

"คี้ด..." เขาโผเข้าไปหาชายหนุ่มที่เดินนิ่งขรึมลงจากบันไดหินมา "คุณรู้วิธีช่วยเว้คแล้วใช่ไหม?...ใช่ไหม?"

คี้ดไม่ตอบ แต่เดินตรงไปยังประตูเหล็กแข็งแกร่ง วินจึงหันไปมองรันและอัย เพื่อขอคำตอบจากพวกเธอด้วยสายตาแทน ทว่าหญิงสาวกลับก้มหน้า ไม่มีใครให้คำตอบเขาได้เลย

ประตูเหล็กกั้นขวางระหว่างคี้ดกับคนที่อยู่ภายใน...ไม่ได้ลงกลอน ไม่มีโซ่คล้องอย่างแน่นหนาเช่นครั้งก่อน คี้ดค่อยๆ ผลักมันเปิดออกช้าๆ

แสงไฟสลัวลอดผ่านจากภายนอก สาดส่องให้เห็นเงาหลังของเด็กหนุ่มผมสีแดงดั่งเพลิง ที่นั่งก้มหน้าอยู่ภายใน

"คี้ด...นั่นคุณใช่ไหม?"

"อืม..." คี้ดส่งเสียงรับเบาๆ ในลำคอ

"ไม่พบใช่ไหม?...วิธีที่จะทำให้ผม ไม่ต้องกลายเป็นปิศาจ"

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวแทนคำตอบ เขาไม่พบวิธีใดๆ ในหนังสือตำราโบราณเหล่านั้นเลยจริงๆ ไม่มีแม้แต่บันทึกที่ว่า 'ครึ่งปิศาจ จะสามารถต้านทานพลังปิศาจในตัวได้'

เสียงหัวเราะของเว้คดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะ แต่กลับฟังดูเงียบเหงา หม่นหมอง และวังเวงยิ่งกว่าป่าช้าที่ถูกปกคลุมด้วยความมืด

"ผมคิดอยู่แล้ว...ทั้งตำรา ทั้งบันทึก หรือแม้แต่เศษกระดาษในห้องนั้น ผ่านตาผมมาหมดแล้ว มันไม่มี...ไม่มีเลยจริงๆ..."

เสียงของเว้ค สั่น และแหบพร่า ทว่ากลับฟังดูเย็นเยือกอย่างประหลาด 

"ผมต้องเป็นปิศาจจริงๆ สินะ นี่ก็คงใกล้เวลาแล้ว" เขาว่า พลางค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ

ถึงแม้คี้ดจะได้เห็นใบหน้าในยามนั้นของเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ มีเวลาพอให้เขาได้เตรียมใจ แต่เขาก็ยังรู้สึกตระหนกอย่างไม่อาจควบคุมได้

"เว้ค!..."

"อีกไม่นานแล้วคี้ด..." เว้คพูดเสียงเบา พลางก้มศีรษะ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าซีกซ้ายซึ่งรอบดวงตาสีแดงนั้นแตกเป็นลายราวเกล็ดงู!

"อีกไม่นานแล้ว...ผมจะเป็นปิศาจโดยสมบูรณ์ ผมอาจเป็นอย่างราดิศ...อาจจะฆ่าคน แล้วคุณก็จะฆ่าผม..." ยิ่งพูด เสียงของเว้คยิ่งเบาลง เย็นเยือกจนน่าขนลุก

"ผมขอร้องคุณสักอย่างได้ไหม?"

"อะไร?"

"ถ้าคุณต้องฆ่าผมจริง ผมอยากให้คุณใช้เบลเดน"

"เบลเดน!" คี้ดหวนนึกถึงความฝันเมื่อครู่...อาวุธของตนอยู่ในมือรัน ทว่ามันกลับสูญสลายเมื่อสัมผัสถูกมือเขา

"ก่อนตาย...ผมไม่อยากทรมานมากนัก" เด็กหนุ่มพูดต่อ พลางเบือนหน้ามองผนังห้องที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนอันเกิดจากเล็บหมาป่าของราดิศ

คี้ดมองดวงตาสีแดงหมองหม่นที่เต็มไปด้วยแววเศร้าแล้วจึงพยักหน้าช้าๆ

"ได้ ฉันสัญญา"

##########



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 19 พฤศจิกายน 2549 21:50:37 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com