คำสาปเสตาลัญฉน์ # บทที่ ๑๑ ทายาทคนสุดท้าย  
โดย.. นักรบ  (นักรบ)

บทที่ ๑ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4028
บทที่ ๒ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4085
บทที่ ๓ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4138
บทที่ ๔ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4169
บทที่ ๕ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4200
บทที่ ๖ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4240
บทที่ ๗ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4278
บทที่ ๘ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4322
บทที่ ๙ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4379
บทที่ ๑๐ http://www.jj-book.com/jjstory1/view.php?qs_qno=4434

นักรบ

##########

บทที่ ๑๑ ทายาทคนสุดท้าย


ดวงจันทร์หลบแสงไปนานแล้ว ภายในห้องสีขาวจึงเหลือเพียงความมืดสลัว...

...ศมิน ก็มีทายาท เพียงแต่สายเลือดของเขาไม่ได้ใช้สกุลเสตาลัญฉน์ ทว่าเป็น...อะคีรา!

คี้ดนิ่งอึ้งไปกับคำบอกเล่าของนาอิน เสียงของเธอกระทบโสต ดังก้องสะท้อนไปมาอยู่ในสมอง ผสมปนเปไปกับเสียงอีกเสียงหนึ่ง...น้ำเสียงอันนุ่มนวลอ่อนหวาน ชุ่มชื้นไปด้วยความปราณี

...คี้ดลูกแม่...เจ้าจงจำไว้ เจ้าคือ คีตา อะคีรา เป็นอะคีราเท่านั้น จงจำเอาไว้...

แม่บอกเขาอย่างนั้น ย้ำกับเขาเช่นนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งแม่ตาย แม่ก็ยังคงเน้นข้อความนั้น...เพราะอะไร?...

ในครั้งนั้น เขายังไม่เข้าใจ ไม่เคยเข้าใจเลยจนกระทั่งบัดนี้...จนเมื่อสถานการณ์ทุกอย่าง คำพูดทุกคำ ถูกประมวลเข้ากันอย่างลงตัวแล้ว จะแปลความเป็นอย่างไรได้อีก?

แม่ย้ำว่าเขาเป็นอะคีราเพื่อปกป้องเขา เพื่อไม่ให้ปิศาจย่างกรายเข้าใกล้เขา และเพื่อไม่ให้เขาต้องตกเป็นเป้าหมายของปิศาจรวมทั้งผู้ปราบปิศาจ ทั้งหมดนี้จะเป็นเพราะอย่างอื่นไปได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่...ถ้าไม่ใช่...

คี้ดหลับตา สั่นศรีษะ พยายามสลัดความคิดอันน่าหวาดกลัวนั้น...ไม่ใช่...ไม่จริง...ไม่จริง!

นาอินยังคงจ้องมองใบหน้าของเขา เธอยิ้ม...ยิ้มอย่างยินดี...ยิ้มอย่างมีชัย

...ถูกแล้ว เธอกำลังมีชัย...มีชัยเหนือคี้ด...เหนือผู้ปราบปิศาจทั้งมวล

"ว่าอย่างไร คีตา อะคีรา...โอ้! ไม่ใช่สิ ต้องเป็น...คีตา เสตาลัญฉน์ จึงจะถูก"

คี้ดสะดุ้งเฮือก...เขาเป็นเสตาลัญฉน์...เป็นคนในตระกูลเสตาลัญฉน์จริงหรือ? ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง...ถ้าเขาเป็นเสตาลัญฉน์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ แล้วคำสาปนั้นเล่า!

มือเรียวเล็กนุ่มนิ่มยื่นมาสัมผัสมือใหญ่แข็งแรงของเขาอย่างแผ่วเบา ชวนให้เขาหันไปมองเจ้าของมือนั้น ดวงตาสีทองยังทอประกายอยู่ในความมืด ราวกับดวงประทีปนำทางอันสว่างไสว ทว่าเวลานี้ หัวใจของเขากลับยังคงมืดมน...มืดมนเช่นเดียวกับรัตติกาลอันไร้ซึ่งดวงดารา...

"คีตา เสตาลัญฉน์..." นาอินเรียกเน้นชื่อของเขา ย้ำสกุลของเขา น้ำเสียงของเธอกลั้วเสียงหัวเราะกังวาลหวาน "ข้าตามหาเจ้ามานาน...นานเหลือเกิน และบัดนี้ ข้าก็ได้พบแล้ว...ทายาทแห่งจอมปิศาจ...เซเทลผู้กลับมา!"

ลมหายใจของชายหนุ่มแทบขาดห้วงไปในบัดดล เขารู้สึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ตัวของเขาสั่น...สั่นสะท้านไปตามกระแสเสียงสูงต่ำของนางปิศาจ

...เซเทล...เซเทล...เขาคือเซเทล...ไม่จริง...ไม่จริง!

"โกหก!" เขาตะโกนออกมาราวกับเสียงคำรามกราดเกรี้ยวดุร้าย จนเด็กสาวข้างกายเขาถึงกับสะดุ้งสุดตัว

"คี้ด!..." เธอครางอย่างหวาดหวั่น เมื่อมองเห็นสีหน้าและดวงตาสีแดงเป็นประกายดั่งเปลวเพลิงลุกวูบวาบขึ้นจนดุร้ายน่ากลัว

"โกหกหรือ?...เจ้าไม่เชื่อหรือ?" นาอินเลิกคิ้วถาม "เจ้ารู้หรือไม่? มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถทานทนต่อพิษของข้าได้..."

พิษ...พิษของนาอินที่ว่าร้ายแรงนัก...พิษที่ไม่ว่าสัมผัสถูกใครก็ตาม คนผู้นั้นจะต้องตายทันที

...ทว่าคี้ดเคยสัมผัส...และมันยังคงคั่งค้างอยู่ในบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของเขา...ยังคงสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับเขาจนบัดนี้

นางปิศาจหรี่ตามองสีหน้าของชายหนุ่ม เธอค่อยๆ ยื่นดอกไม้สีขาวในมือออกไปใกล้กับบริเวณบาดแผลสาหัสนั้น

"ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น...คีตา"

เมื่อดอกไม้ในมือนาอินสัมผัสถูกเสื้อบนร่างซึ่งปกปิดบาดแผลที่ไหล่ของเขาเพียงแผ่วเบา...ทันใดนั้น ดอกไม้สีขาวพลันลุกติดไฟร้อนแรง และเผาไหม้สูญสลายไปภายในเวลาอันรวดเร็ว!

"...มีเพียงเซเทลเท่านั้นที่ทนต่อพิษของข้าได้!" เธอบอกเขาเสียงเรียบเย็นชา

คี้ดเบิกตาค้าง มองเถ้าของดอกไม้ที่ลุกไหม้เป็นจุล ลอยฟ่องอยู่ในอากาศ พลางพร่ำพูดเสียงแผ่วเบาราวคนบ้า

"ไม่...ไม่จริง...ไม่จริง...ไม่จริง!" เขาร้องตะโกนออกมา พร้อมกับกระโดดลงจากเตียง รุดไปยังหน้าต่างซึ่งเปิดอ้าอยู่ แล้วกระโจนออกจากหน้าต่างบานนั้นทันที!

รันและนาอินต่างถลาไปชะโงกมองที่หน้าต่าง ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินเหลือเกิน...สูงเกินกว่าความสูงของยอดหอคอยกลางเมืองอากัณห์เสียอีก...ทว่าพวกเธอกลับเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มวูบไหววิ่งออกจากเขตปราสาทเข้าไปในป่าอย่างบ้าคลั่ง...

"ซานัน!" นาอินร้องสั่งชายหนุ่มผมสีเทาที่ยืนนิ่งตะลึงกับเหตุการณ์ทั้งมวลจนตัวแข็งไม่ได้สติ จนเมื่อหญิงสาวร้องสั่งอีกครา ร่างเขาจึงสะดุ้งขึ้น กลอกสายตาลุกลนมองไปยังเจ้าของเสียง

"เจ้าจงติดตามเขาไป อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด จำไว้ หากเขาเป็นอันตรายแต่เพียงเล็กน้อย เจ้าก็จงฝังร่างอยู่ที่นั่น อย่าได้กลับมา!"

ซานันอึกอักลังเลอีกเล็กน้อย เขายังคงหวาดหวั่นต่ออำนาจคุกคามของชายหนุ่ม ทว่าเมื่อนางปิศาจถลึงตามองเขาอย่างกราดเกรี้ยวดุร้าย เขาจึงต้องผงกศีรษะรับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนร่างกลับกลายเป็นค้างคาวตัวมหึมา บินโฉบออกไปทางหน้าต่าง ติดตามคี้ดออกไป

###

แสงตะเกียงกระทบคมมีดจนวาวเป็นมันปลาบ...

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งประสบการณ์นานปีสะท้อนอยู่บนคมมีดบาง ดวงตาสีเทาฝ้าฟางยิ่งหม่นแสง

คาร์ลเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์เสตาลัญฉน์ เขายกเบลเดนขึ้น แหงนหน้าจ้องมองมันอย่างเหม่อลอย...เจ้าของอาวุธนี้ จะมีโอกาสกลับมาจับมันใช้อีกได้หรือไม่หนอ?...แล้วเขาจะเฉือนเนื้อปิศาจใดอีก?...หรือคมมีดนี้จะต้องอาบเลือดของปิศาจในห้องใต้ดิน!?...

เสียงดังโครมครามที่ดังมาจากห้องของคี้ดปลุกชายชราให้ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นจากห้วงความคิดอันซับซ้อนวกวน เขาพลันคว้าเอาไม้เท้าที่พิงอยู่กับโต๊ะไม้สลักลายขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ข้างเก้าอี้โยก แล้วยันปลายไม้เท้าลงกับพื้น พยุงตัวลุกยืนขึ้น

ทว่าเขายังไม่ทันจะก้าวออกก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตึงตังดังมา เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองจึงเห็นร่างวินวิ่งผ่านระเบียงชั้นบนไปยังห้องต้นเสียงก่อนแล้ว

ทันทีที่ประตูไม้สลักสีดำเปิดผางออก เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่เพิ่งพรวดพราดก้าวผ่านกรอบประตูเข้ามาก็ต้องยืนนิ่งตะลึงอยู่กับที่...

ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มดำทะมึนยืนอยู่ท่ามกลางผืนผ้าม่านที่พัดปลิวเพราะถูกลมกรรโชกจากหน้าต่างซึ่งเปิดอ้ากว้าง มีเพียงดวงตาดุร้ายซึ่งกำลังจ้องเขม็งมาทางเขาคู่นั้นที่เป็นสีแดงวาวโรจน์!

เมื่อเห็นวิน...ร่างใหญ่ก็ก้าวอาดตรงเข้ามา พร้อมกับส่งเสียงคำรามกึกก้องกัมปนาท!
"เบลเดน!...เบลเดนอยู่ที่ไหน!?"

เสียงนั้นแม้แหบพร่าไปบ้าง แต่วินย่อมจำเสียงที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เล็กได้เป็นอย่างดี

"คี้ด?..." เด็กหนุ่มเรียกเสียงเครือ "คี้ด...นั่นคุณใช่มั้ย?"

เงาร่างสูงใหญ่นั้นชะงักไปชั่วครู่ แล้วพลันสาวเท้ารี่เข้ามาใกล้อีก

"เบลเดนอยู่ที่ไหน?...เอามาให้ฉัน!" สิ้นเสียง...เงาร่างนั้นก็ก้าวมาหยุดลงตรงหน้าเขาแล้ว

...แสงสลัวจากตะเกียงตามทางเดินที่ลอดผ่านกรอบประตูเข้ามา ฉาบให้เห็นใบหน้าซึ่งดูเหมือนกับคี้ด หากเพียงแต่ดวงตาสีแดงกลับแฝงแววคุกคามอย่างดุร้าย

"นี่มันอะไรกัน?...คี้ด!" วินร้องถามเสียงสั่นแผ่วเบา "พวกมันทำอะไรกับคุณ!?"

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดจนริมฝีปากเผยอให้เห็นฟันเขี้ยวทั้งสี่ซึ่งงอกยาวกว่าปกติ "เบลเดน!...เอาเบลเดนมา!" เขาตะคอกเสียงดัง พร้อมกับฉวยปกคอเสื้อของเด็กหนุ่ม ยกขึ้นจนตัวลอย

"เบลเดนอยู่ที่นี่..." กระแสเสียงของชายชราแม้แหบพร่าทว่าราบเรียบหนักแน่น "ปล่อยวินได้แล้ว" คาร์ลยืนอยู่หน้ากรอบประตู ในมือของเขากำอาวุธที่คี้ดต้องการจริงๆ ...อาวุธที่แผ่พลังประหลาด ยามเมื่อคมมีดบางสะท้อนประกายตาของชายหนุ่ม

มือของคี้ดค่อยๆ คลายออก ปล่อยร่างเด็กหนุ่มให้หล่นตุบไปกองอยู่กับพื้น ทว่าตัวเขาเอง ก็แทบยืนไม่ติดเช่นกัน ร่างสูงใหญ่ก้าวโงนเงนเข้าหาชายชรา แล้วค่อยๆ ทรุดเข่าลงไร้เรี่ยวแรง

"คาร์ล..." เขาร้อง "ช่วยผม...ปลดปล่อยผม...ช่วยฆ่าผมที!"

ชายชราถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย จ้องมองคี้ดไปอีกนิ่งนานแล้วจึงถอนหายใจ มือที่ถือเบลเดนอยู่กระชับมันแน่นเข้า อีกมือหนึ่งยันไม้เท้าประคองตัวขยับเข้ามาใกล้ ก้มมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนเฉกเช่นสายตาบุพการี

"ด้วยเบลเดนนี่หรือ?"

คี้ดก้มหน้ายอมรับ

"ได้...ได้..." คาร์ลว่า กระแสเสียงสั่นพร่าเต็มไปด้วยความปราณี "แต่ก่อนหน้านั้น ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น...กับลูกชายของฉัน?"

คี้ดเงยหน้ามองคาร์ลอีกครั้ง ดวงตาสีแดงวาวดั่งเพลิงเมื่อครู่หม่นแสงลงเนื่องจากน้ำตาได้รดกลบความลุกร้อนจนแทบมอดดับ

"นาอินบอกกับผม...บอกว่าผมเป็นสายเลือดที่สืบต่อมาจากศมิน เสตาลัญฉน์...คาร์ล...ผมเป็นเสตาลัญฉน์...เป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่!...ผมต้องเป็นทายาทของเซเทล!"

คาร์ลรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว...ไม่ใช่...ไม่จริง...เป็นไปได้อย่างไร?

...เสตาลัญฉน์...คนของเสตาลัญฉน์จะมีลักษณะที่เหมือนกันบางประการ...พวกเขามีเส้นผมสีดำ นัยน์ตาเป็นสีดำราวหลุมลึกอันมืดมิด...

คี้ดมีลักษณะของคนในเสตาลัญฉน์จริงอยู่ ทว่าเวลานี้ ดวงตาของเขาไม่ใช่สีดำแล้ว...

...ไม่สิ! นัยน์ตาสีแดงราวเปลวเพลิง ฟันเขี้ยวที่งอกยาวจนโผล่พ้นริมฝีปากออกมาให้เห็นรำไร มันเป็นเครื่องยืนยันต่างหาก...ยืนยันว่านี่...คือการเปลี่ยนแปลง ร่างนี้กำลังจะกลายเป็นร่างของเซเทล!

ภาพเลือนลางถูกกักเก็บไว้ร่วมหลายสิบปีไหลทวนเวลาย้อนกลับเข้ามาในสมองของชายชรา...

ผิดแล้ว...ผิด...ทุกอย่างมันผิดไปหมด...ทั้งกาเยน ทั้งรีอา...พวกเขาไม่ได้เป็นผู้นำพาเซเทลกลับมา ราดิศไม่ใช่ทายาทคนสุดท้ายของเสตาลัญฉน์...เขาไม่ใช่ทายาทของเซเทล แต่เป็นเพียงผู้รับบาปเคราะห์ทั้งมวล เพราะความจริงแล้วยังมีอีกคน...ทายาทของเซเทล ความจริงอยู่ที่เสตาลัญฉน์มาเนิ่นนานแล้ว...เป็นคนที่อยู่ใกล้เพียงนี้เอง!

สั่น...มือของคาร์ลกำลังสั่น...สั่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิต ไม่ใช่สั่นเพราะความแก่ชรา แต่สั่นเพราะหัวใจนั้นถูกบีบจนแทบแหลกสลาย...

เขาพยายามกุมกระชับเบลเดน...พยายามยกชูมันขึ้น ทว่ามันกลับหนักอึ้ง...ยิ่งพยายามก็ยิ่งหนัก...หนักเสียจนต้องปล่อยมันทิ้งลงกับพื้น

"คาร์ล..." คี้ดครางเสียงสั่น เงยมองชายชราตรงหน้า ทว่าคาร์ลพลันเบือนหน้าหมุนกาย จรดไม้เท้าลงกับพื้นแผ่วเบา ก้าวช้าๆ ออกจากห้องไป

ชายหนุ่มได้แต่ทอดมองเงาหลังงองุ้มอันเศร้าโศกค่อยๆ เคลื่อนจากไป...

เขาทิ้งตัวพิงผนังอิฐ ก้มหน้านิ่งเหม่อไปนาน จนกระทั่งหยาดน้ำเริ่มรินอาบมาตามร่องแก้ม

เวลานั้นเอง ที่หน้าต่างซึ่งเปิดอ้าอยู่พลันปรากฏร่างชายหนุ่มผมสีเทาซึ่งห้อยศีรษะ เกี่ยวเท้ากับร่องหน้าต่างด้านนอก เฝ้าสังเกตเหตุการณ์ภายในห้องมาครู่ใหญ่

เขาใช้มือเกาะเกี่ยวขอบหน้าต่างด้านใน แล้วหมุนตัวเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์...เมื่อคี้ดต้องการจะตาย เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าชายผู้นี้จะลุกขึ้นมาทำร้ายเขาเช่นคราครั้งก่อนอีก ไม่จำเป็นต้องกลัวเกรงชายผู้นี้อีกต่อไป

...ถ้าชายผู้นี้ตายเสีย รันก็จะต้องเป็นของเขา ตามที่นาอินเคยให้คำสัตย์ไว้!

"อยากถูกปลดปล่อยหรือ?" เขาถามพลางเหยียดยิ้ม แต่ยังไม่มีความกล้าหาญพอจะเดินเข้าใกล้คี้ด "อยากเป็นอิสระจากคำสาปของตระกูลเจ้าหรือ? ไม่อยากเป็นปิศาจที่เจ้ารังเกียจหรือไร?" คำพูดถากถางประชดประชันกลั้วเสียงหัวเราะเย้ยหยัน แต่กลับไม่สามารถทำให้คี้ดตอบสนองได้เท่ากับคำแนะนำของเขา

"เจ้าเห็นเบลเดนนั่นไหม?"

แสงตะเกียงเต้นระริกสะท้อนวูบวาบอยู่บนคมมีบาง...เบลเดน!...มันตกอยู่ตรงหน้าคี้ด!

ชายหนุ่มเหม่อมองมัน แสงตะเกียงสั่นไหวกระทบคมมี สะท้อนไปมาอยู่ในดวงตาสีแดงฉาน จนราวกับเป็นกองเพลิงอันร้อนแรง!

"ใช่...หยิบมันขึ้นมาสิ เจ้าอยากปลดปล่อยตัวเองไม่ใช่หรือ?"

เสียงของซานันราวกับมนต์สะกดให้ชายหนุ่มเอื้มมือออกไป หมายจะคว้าอาวุธที่สามารถพิฆาตจอมปิศาจในตำนาน แต่ยังไม่ทันที่มือของเขาจะสัมผัสถูก มันก็เกิดสั่นอย่างรุนแรง...สั่นจนไถล ปลิวไปติดข้างตัววินที่ยังคงนิ่งตะลึงไปกับเหตุการณ์เมื่อครู่...

เบลเดน...ความหวังหนึ่งเดียวในเวลานี้กลับอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขาเสียแล้ว...คี้ดกำหมัดทุบปังลงกับพื้น จนซานันต้องผงะถอยไปหลายก้าว ด้วยเกรงคี้ดเกิดกราดเกรี้ยว ต้องการทำร้ายเขาขึ้นมาอีก

จนเมื่อเห็นคี้ดนิ่งไปอีกครา เขาก็รวบรวมขวัญที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้ามารวมกันใหม่ ก่อนจะบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าต่อ

"อย่าใจร้อนไปสิ คีตา" เสียงของเขาแม้สั่นพร่าไปเล็กน้อย แต่ยังคงแทรกเข้าสู่ความคิดอันฟุ้งซ่านของชายหนุ่มได้ "เจ้าใช้มันไม่ได้ แต่ยังมีอีกคนที่ใช้มันได้..."

จริงสิ...ถึงคี้ดจะใช้มันไม่ได้ แต่ในที่นี้ ยังมีอีกคนที่หยิบจับมันได้ ยังมีอีกคนที่บังคับมันได้

"วิน..." คี้ดส่งเสียงเรียกแผ่วเบาทว่าหนักแน่น จึงสามารถกระตุ้นดึงคนถูกเรียกให้หลุดจากภาวะตื่นตะลึงที่กำลังเป็นอยู่ "ตอนนี้มีแต่นายคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยฉันได้..."

ความหมายของคำพูดประโยคนี้เข้าใจได้ไม่ยาก วินถึงกับอ้าปากค้าง ส่งเสียงเบาตอบออกไปโดยไม่ต้องคิด

"ไม่นะคี้ด..."

"ที่ผ่านมา ฉันไม่เคยขอร้องนายเลยใช่ไหม?..."

"ไม่...ผมทำไม่ได้!..."

"...แต่ตอนนี้ฉันต้องขอร้องนาย..."

"คี้ด!"

"...ช่วยฆ่าฉัน!"

"ไม่!"

"ได้โปรด!"

เสียงแหบพร่าร้องตะโกนยืนยันอย่างเด็ดเดี่ยว กับดวงตาสีแดงลุกวาวที่จ้องเขม็งมา เป็นดั่งมนต์สะกดให้วินไม่อาจขัดขืน เขาผงะนิ่งไปเล็กน้อย ก้มมองเบลเดนที่นอนแนบพื้นข้างตัว

"นวินเอ๋ยนวิน" เสียงซานันดังขึ้นอีก "เด็กน้อย เจ้าตรองดูเถิด หากเจ้าไม่ฆ่าเขาในตอนนี้ อนาคตจะเป็นเช่นไร...เจ้าเห็นดวงตาของเขาหรือไม่? เห็นใบหน้าของเขาหรือไม่? อีกไม่นานแล้วเขาจะกลายเป็นจอมปิศาจ แล้วเขาจะฆ่าเจ้า ฆ่าคนที่เจ้ารัก ต่อให้เจ้าต้องการฆ่าเขาในเวลานั้นก็สายเกินไปแล้ว...เด็กเอ๋ย เจ้าลองตรองดูเถิด เจ้าต้องทำเพื่อช่วยเขา ช่วยผู้อื่นอีกมากมาย เจ้าต้องทำแล้ว"

วินครุ่นคิดตามเสียงของซานัน คำพูดของซานันช่างมีเหตุผลเหลือเกิน ช่างมีความเป็นไปได้มากหลาย มโนภาพอันสยดสยองหลั่งไหลพร่างพรูเข้าสู่ห้วงสมองของเด็กหนุ่ม...เขาค่อยๆ ยื่นมือกำรอบด้ามจับระหว่างใบมีดโค้งยาว...เวลานี้ เบลเดนเชื่อฟังเขา...เชื่อฟังเป็นอย่างดี

"ถูกแล้ว เจ้าคิดถูกแล้ว นวิน เดินไปสิ เดินตรงไปยังคีตา"

เด็กหนุ่มชันเข่าลุกขึ้น ก้าวช้าๆ ไปหยุดยืนตรงหน้าคี้ด...แม้สีหน้านั้นสงบเยือกเย็น แต่นัยน์ตาที่สะท้อนภาพนักโทษประหาร กลับมีเพียงแววปวดร้าวกรีดลึก

"แทงมันลงสินวิน แทงลงที่ร่างเขา ยกอาวุธในมือเจ้าขึ้น..."

คี้ดก้มหน้า หลับตาแน่น เตรียมรับความเจ็บปวดทรมานที่จะตามมา ในขณะที่เพชรฆาตค่อยๆ เงื้ออาวุธยกชูขึ้นเหนือศีรษะ!...

##########



.. แนะนำผู้เขียน..

เขียนโดย นักรบ  (นักรบ)
< เมื่อ .. 19 ธันวาคม 2549 20:37:24 น. >


 

ขอเชิญมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ
และเพื่อมิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน โปรดใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ


New Page 4

==================================
เวบบอร์ดถูก set ให้ login สมาชิกก่อนตอบกระทู้ค่ะ
สาเหตุ คลิกอ่านได้จากที่นี่ค่ะ
(คลิก)
==================================

งานเขียนทุกเรื่องที่ปรากฏในเวบนี้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ
ห้ามนำไปกระทำการใดใดก่อนได้รับอนุญาต หากสนใจกรุณาติดต่อผู้เขียนเรื่องนั้นโดยตรง

Thank you

http://www.jj-book.com